Roche และ Sanofi รายงานผลประกอบการพร้อมไฮไลต์ Obesity Drug Pipeline และแผน Growth ในปี 2026

Roche และ Sanofi รายงานผลประกอบการพร้อมไฮไลต์ Obesity Drug Pipeline และแผน Growth ในปี 2026

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:RHHBY

Roche และ Sanofi รายงานผลประกอบการ พร้อมกลยุทธ์ Obesity Drug Pipeline ในปี 2026

บริษัทเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ระดับโลกอย่าง Roche และ Sanofi ได้เผยผลประกอบการปีล่าสุดและแนวทางการเติบโตของธุรกิจที่รวมถึงการพัฒนายาเวชภัณฑ์สำหรับโรคอ้วน (obesity) ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ที่สุดของ industry ในปี 2026 โดยข่าวนี้มาพร้อมรายละเอียดเชิงลึกของ pipeline ยารักษาโรคอ้วนและแผนการทางธุรกิจในระยะยาว

ภาพรวมผลประกอบการปี 2025 ของ Roche

สำหรับปีงบประมาณล่าสุด Roche รายงานว่า adjusted operating income หรือกำไรจากการดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษเติบโตขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าที่ analyst ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยสาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของ foreign exchange หรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส (Swiss franc) ในช่วงปี 2025

Roche แจ้งผ่าน statement ว่า รายได้จากผลิตภัณฑ์สำคัญอย่าง Ocrevus (ยา Multiple Sclerosis) และ Hemlibra (ยา Haemophilia) ก็เติบโตขึ้นแต่ไม่ได้ช่วยให้ผลประกอบการโดยรวมสูงเกินคาด ทั้งนี้ยอดขายของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น Vabsymo (eye drug) และ Phesgo (breast cancer therapy) ยังต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด

ปัจจัย Exchange Rate และผลต่อธุรกิจ

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการไม่โดดเด่นเท่าที่ควรคือการแข็งค่าของฟรังก์สวิสเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบต่อยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของ Roche โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงประมาณ 12% ในปีที่ผ่านมา และอ่อนค่าลงอีกกว่า 3% ในปีนี้

Sanofi ตั้งเป้า Growth สูงในปี 2026

ขณะเดียวกัน Sanofi บริษัทเภสัชภัณฑ์ใหญ่จากฝรั่งเศสได้ประกาศแผนการเติบโตของยอดขายในปี 2026 โดยตั้งเป้า high-single-digit sales growth หรือการเติบโตของยอดขายในระดับหลักตัวเลขสูง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แข็งแกร่งและสะท้อนความมั่นใจของบริษัทใน demand ของผลิตภัณฑ์หลักและ pipeline ของตนเอง

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญคือ Dupixent ซึ่งเป็นยารักษาโรคหืดและภูมิแพ้ที่ยังคงมี demand สูง และยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Wayrilz ที่ช่วยรักษา rare blood disorders ซึ่งทำให้ Sanofi มองว่าธุรกิจของตนมี momentum ที่ดีสำหรับปีถัดไป

แผนการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback)

นอกจากนี้ Sanofi ยังได้ประกาศแผนการ share buyback หรือการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านยูโรในปี 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น หลังจากที่ในปี 2025 บริษัทดำเนินโปรแกรมซื้อหุ้นคืนถึง 5 พันล้านยูโร

ความท้าทายของ Sanofi

แม้ว่ายาอย่าง Dupixent จะยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ Sanofi ก็ยอมรับว่าการขายวัคซีนในสหรัฐฯ กลับมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมรับมือกับสิทธิ์ลิขสิทธิ์ (patent expiry) ของ Dupixent ในปี 2031 ด้วย

Roche Pipeline ยารักษา Obesity: ความหวังใหม่ใน Pharma Market

หนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจสูงมากในวงการเภสัชกรรมคือการพัฒนา obesity drug หรือยารักษาโรคอ้วน ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาดเติบโตเร็ว โดยเฉพาะหลังจาก Roche ได้เผยผลการทดลอง Phase II ของ CT-388 ซึ่งเป็นยาแบบ dual GLP-1/GIP receptor agonist ที่แสดงผลลัพธ์การลดน้ำหนักที่น่าประทับใจ

ผล trial Phase II ที่โดดเด่น

Roche เปิดเผยว่า CT-388 สามารถช่วยให้ผู้เข้าร่วมทดลองได้รับการลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉลี่ยราว 22.5% ของน้ำหนักตัวที่วัดได้เมื่อเปรียบเทียบกับ placebo ภายใน 48 สัปดาห์ โดยไม่พบว่าการลดน้ำหนักเกิด plateau หรือหยุดชะงักในช่วงเวลาทดลอง

ยา CT-388 ทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและความหิว ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับยาที่เป็นที่นิยมอย่าง Wegovy และ Mounjaro ในตลาดปัจจุบัน แต่ Roche มีความตั้งใจที่จะพัฒนา CT-388 ให้มีประสิทธิภาพแข็งแกร่งและขยายการใช้งานร่วมกับยาตัวอื่นใน pipeline ของตนเอง

แผน Phase III และ Pipeline ที่กว้าง

หลังผล Phase II ที่น่าพอใจ Roche ระบุว่าเตรียมจะเริ่ม Phase III clinical trials ภายในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำยา CT-388 ไปสู่ตลาดจริง นอกจากนี้บริษัทยังมีอีกหลายตัวใน pipeline ที่เกี่ยวข้องกับ obesity และโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น type 2 diabetes และ hypertension ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวภายในปี 2030

การแข่งขันในตลาดยาลดน้ำหนัก

ตลาดยา Obesity Drug ในปี 2026 มีการแข่งขันสูง โดยหัวหอกสำคัญคือ Novo Nordisk และ Eli Lilly ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติและอยู่ในตลาดแล้ว เช่น Wegovy และ Mounjaro และยังมีการพัฒนา GLP-1 pills ที่คาดว่าจะเข้า market ในปีนี้ด้วย

สรุปแนวโน้มการเติบโตของ Roche และ Sanofi

จากภาพรวมข่าวและผลประกอบการล่าสุด เราจะเห็นว่า:

  • Roche แม้จะมีผลประกอบการที่เติบโตไม่ถึงคาด แต่ยังมี momentum จาก pipeline ยาใหม่ โดยเฉพาะใน obesity drug ที่สำคัญอย่าง CT-388 ซึ่งมีผล trial ที่โดดเด่นและมีแผน Phase III เร็ว ๆ นี้
  • Sanofi ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายปี 2026 ไว้สูง พร้อมใช้เครื่องมือเช่น share buyback และขยายผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรับมือกับ patent expiration ของผลิตภัณฑ์หลัก
  • ความท้าทายยังคงอยู่ในอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในตลาด obesity drug ที่กำลังร้อนแรง โดย Roche ต้องแข่งกับผู้นำตลาดอย่าง Novo Nordisk และ Eli Lilly

โดยสรุป แม้ว่าผลประกอบการในเชิงตัวเลขของบางบริษัทอาจดูไม่หวือหวา แต่ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์และ pipeline ของ Pharma giants ในปี 2026 ยังคงสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการลงทุนในนวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนแปลงวงการ healthcare ได้ในระยะยาว

#PharmaEarnings #ObesityDrug #Roche #Sanofi #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง