
Rivian โชว์ผลงาน Q1 ดีกว่าคาด เดินหน้าเร่งผลิต R2 และขยายกำลังการผลิตใน Georgia
Rivian โชว์ผลงานไตรมาสแรก 2026 ดีกว่านักวิเคราะห์คาด หลังเริ่มเดินสายผลิต R2
Rivian Automotive Inc (NASDAQ:RIVN) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดในหลายตัวชี้วัดสำคัญ โดยรายได้อยู่ที่ 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ 1.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยอดส่งมอบรถเพิ่ม 20% หนุนรายได้โต
บริษัทส่งมอบรถยนต์ได้ 10,365 คัน ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 โดยยอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากซอฟต์แวร์และบริการเติบโตแรงถึง 49% แตะระดับ 473 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าธุรกิจของ Rivian ไม่ได้พึ่งพาแค่การขายรถ EV เท่านั้น แต่กำลังสร้างรายได้ประจำจาก ecosystem ด้าน software และ services มากขึ้น
ขาดทุน EBITDA น้อยกว่าที่ตลาดประเมิน
แม้ Rivian ยังไม่สามารถทำกำไรในระดับ adjusted EBITDA ได้ แต่ผลขาดทุนอยู่ที่ 472 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขาดทุนราว 512 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จุดนี้ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนบางส่วน เพราะแสดงให้เห็นว่าบริษัทเริ่มควบคุมต้นทุนและปรับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ดีขึ้น
R2 เริ่มผลิตแบบ Scalable Production แล้ว
ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสนี้คือ Rivian ระบุว่าได้เริ่ม scalable production สำหรับรถรุ่น R2 ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ตลาดจับตามองอย่างมาก โดยบริษัทเริ่มส่งมอบรถล็อตแรกให้พนักงานแล้ว และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าทั่วไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
R2 ถูกมองว่าเป็นรุ่นสำคัญที่จะช่วยให้ Rivian เข้าถึงตลาด mass market ได้มากขึ้น เพราะมีราคาที่จับต้องง่ายกว่ารุ่น R1 โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดตัวรุ่น Premium ช่วงปลายปี 2026 และรุ่น Standard ในปี 2027 ที่ราคาประมาณ 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โรงงาน Georgia ขยายกำลังผลิตเป็น 300,000 คันต่อปี
Rivian ยังเพิ่มกำลังการผลิตเบื้องต้นที่โรงงานในรัฐ Georgia ขึ้น 50% เป็น 300,000 คันต่อปี พร้อมได้รับเงินกู้จากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ หรือ Department of Energy วงเงินสูงสุด 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะเริ่มเบิกเงินกู้ครั้งแรกได้ภายในต้นปี 2027
จับมือ Uber ดัน R2 Robotaxi
อีกหนึ่งประเด็นใหญ่คือ Rivian ประกาศความร่วมมือกับ Uber เพื่อจัดหา R2 robotaxi แบบ fully autonomous จำนวน 10,000 คัน พร้อม option เพิ่มได้อีกสูงสุด 40,000 คันภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน Uber อาจลงทุนใน Rivian สูงสุด 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปี 2031
นักวิเคราะห์จาก Wedbush มองว่าดีลนี้เป็นสัญญาณยืนยันว่า roadmap ด้านเทคโนโลยีของ Rivian และกลยุทธ์ integrated AI กำลังได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรระดับโลก
Volkswagen เติมทุนอีก 1 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ Volkswagen Group ยังได้ลงทุนเพิ่มเติมใน Rivian มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังบริษัทผ่าน milestone ด้าน winter testing ซึ่งถือเป็นอีกแรงสนับสนุนด้านเงินทุนและความเชื่อมั่นเชิงกลยุทธ์สำหรับแผนระยะยาวของ Rivian
คงเป้าหมายทั้งปี 2026
Rivian ยังคง guidance สำหรับปี 2026 โดยคาดว่ายอดส่งมอบรถทั้งปีจะอยู่ที่ 62,000-67,000 คัน adjusted EBITDA คาดว่าจะติดลบระหว่าง 2.1 พันล้านถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ capital expenditures อยู่ที่ประมาณ 1.95-2.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้นยังปรับตัวลง แม้ตัวเลขออกมาดีกว่าคาด
แม้ผลประกอบการจะดีกว่าคาด แต่หุ้น Rivian ปรับตัวลงประมาณ 5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงจับตาความสามารถในการลดการขาดทุน การเพิ่ม production scale และความเร็วในการส่งมอบ R2 สู่ตลาดจริง
ภาพรวม
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการไตรมาสแรกของ Rivian แสดงให้เห็นสัญญาณเชิงบวกหลายด้าน ทั้งรายได้ที่โตขึ้น ยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น รายได้ software ที่แข็งแรงขึ้น และความคืบหน้าของ R2 ซึ่งอาจเป็นรุ่นเปลี่ยนเกมของบริษัท อย่างไรก็ตาม Rivian ยังต้องพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถผลิตในระดับใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนต่อคัน และรักษาสภาพคล่องระยะยาวได้จริง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน
#Rivian #RIVN #รถยนต์ไฟฟ้า #EV #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น