
นักลงทุน RARE มีโอกาสนำคดีฟ้องร้องหลักทรัพย์ต่อ Ultragenyx Pharmaceutical Inc. ร่วมกับ Schall Law Firm กรณีถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลทำให้นักลงทุนเข้าใจผิด
นักลงทุน Ultragenyx Pharmaceutical Inc. อาจมีสิทธิ์เข้าร่วมคดี Securities Fraud หลังถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนต่อตลาด
ลอสแอนเจลิส, สหรัฐอเมริกา — สำนักงานกฎหมายด้านสิทธิผู้ถือหุ้นชื่อดังอย่าง The Schall Law Firm ได้ออกประกาศเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับ คดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Securities Class Action) ต่อบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ Ultragenyx Pharmaceutical Inc. ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ ภายใต้สัญลักษณ์ RARE โดยคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่าบริษัทอาจละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และให้ข้อมูลที่อาจทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลการพัฒนายาใหม่ของบริษัท
สำนักงานกฎหมาย Schall Law Firm ได้เชิญชวนนักลงทุนที่ซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระหว่าง วันที่ 3 สิงหาคม 2023 ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2025 ซึ่งเรียกว่า Class Period ให้เข้าร่วมการดำเนินคดีดังกล่าว และยังมีโอกาสยื่นคำร้องเพื่อทำหน้าที่เป็น Lead Plaintiff หรือผู้แทนหลักของกลุ่มนักลงทุนได้ภายในวันที่ 6 เมษายน 2026
คดี Securities Fraud ที่เกี่ยวข้องกับ Ultragenyx Pharmaceutical Inc.
คดีฟ้องร้องครั้งนี้ถูกยื่นต่อศาลในสหรัฐอเมริกา โดยกล่าวหาว่า Ultragenyx Pharmaceutical Inc. อาจมีการละเมิดมาตรา Section 10(b) และ Section 20(a) ของ Securities Exchange Act of 1934 รวมถึงกฎ Rule 10b-5 ที่ออกโดย U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องและไม่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิด
คำฟ้องระบุว่าในช่วงเวลาที่กำหนด บริษัทอาจมีการเผยแพร่ข้อมูลหรือแถลงการณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และการพัฒนายาใหม่ของบริษัทที่ อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือทำให้เข้าใจผิด ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทได้รับผลกระทบเมื่อความจริงเริ่มถูกเปิดเผยในภายหลัง
รายละเอียดข้อกล่าวหาเกี่ยวกับข้อมูลที่ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิด
ตามคำร้องเรียนที่ถูกยื่นต่อศาล ระบุว่า Ultragenyx อาจสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกเกินจริงเกี่ยวกับความเข้าใจของบริษัทต่อผลของยาใหม่ที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะยาที่ใช้รักษาโรคกระดูกเปราะบางหรือ Osteogenesis Imperfecta (OI) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย
บริษัทถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลกับตลาดในลักษณะที่ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าบริษัทมีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาดังกล่าว และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทดลองทางคลินิก
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏภายหลังจากการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 ซึ่งเรียกว่า Phase III ORBIT Study กลับพบว่าการทดลองไม่สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญทางสถิติได้ นั่นคือการลด Annualized Fracture Rate (AFR) หรืออัตราการเกิดกระดูกหักต่อปีในผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการทดลอง ORBIT Study ที่ส่งผลต่อราคาหุ้น
การศึกษาที่เรียกว่า ORBIT Study ถือเป็นหนึ่งในการทดลองทางคลินิกที่สำคัญของ Ultragenyx เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อประเมินประสิทธิภาพของยา candidate ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ป่วย OI
แต่เมื่อผลการทดลองออกมาและไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการลดอัตราการเกิดกระดูกหักได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด นักลงทุนและตลาดเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงที่แท้จริงของโครงการวิจัยนี้
จากข้อมูลในคำฟ้อง ระบุว่าความล้มเหลวของการทดลองใน Phase III นี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรับรู้ว่าข้อมูลก่อนหน้านี้ของบริษัทอาจ “ผิดพลาดหรือทำให้เข้าใจผิดอย่างมีนัยสำคัญ”
ผลกระทบต่อนักลงทุนและตลาดหุ้น
เมื่อข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาถูกเปิดเผย ราคาหุ้นของ Ultragenyx ก็ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินของนักลงทุนจำนวนมาก
นักลงทุนที่ซื้อหุ้นในช่วงเวลาที่บริษัทถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับตัวของราคาหุ้นหลังจากข่าวเกี่ยวกับผลการทดลองถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
เหตุการณ์ดังกล่าวจึงนำไปสู่การยื่นฟ้องคดีแบบ Class Action ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนหลายรายสามารถรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท
สิทธิของนักลงทุนในการเข้าร่วมคดี
สำนักงานกฎหมาย The Schall Law Firm ระบุว่า นักลงทุนที่ซื้อหุ้นของ Ultragenyx ในช่วง Class Period มีสิทธิ์เข้าร่วมในคดีดังกล่าว และสามารถยื่นคำร้องเพื่อทำหน้าที่เป็น Lead Plaintiff ได้
Lead Plaintiff หรือผู้แทนหลักของคดี เป็นบุคคลหรือกลุ่มนักลงทุนที่มีผลประโยชน์ทางการเงินมากที่สุดในคดี และจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของนักลงทุนรายอื่น ๆ ในการดำเนินคดีต่อศาล
โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมในบทบาทนี้ต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายในวันที่ 6 เมษายน 2026 ตามกำหนดเวลาในคดี
ขั้นตอนของคดี Class Action
ในปัจจุบัน คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และศาลยังไม่ได้รับรองสถานะของคดีในฐานะ Class Action อย่างเป็นทางการ
จนกว่าศาลจะรับรองกลุ่มผู้เสียหาย นักลงทุนที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้มีตัวแทนทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ
นักลงทุนสามารถเลือกได้ว่าจะ:
- ยื่นคำร้องเพื่อเป็น Lead Plaintiff
- เข้าร่วมในคดีในฐานะสมาชิกของกลุ่ม
- หรือไม่ดำเนินการใด ๆ และยังคงเป็นสมาชิกของกลุ่มโดยปริยาย
บทบาทของ The Schall Law Firm
The Schall Law Firm เป็นสำนักงานกฎหมายในสหรัฐอเมริกาที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดี Shareholder Rights Litigation และ Securities Class Action
บริษัทมีประสบการณ์ในการเป็นตัวแทนของนักลงทุนทั่วโลกในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ และการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นในตลาดทุน
สำนักงานตั้งอยู่ในเมือง ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และดำเนินคดีด้านกฎหมายการเงินและตลาดทุนจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา
นักลงทุนควรทำอย่างไรต่อไป
สำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่าตนเองได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมาย Schall Law Firm เพื่อขอรับคำปรึกษาด้านกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การปรึกษากฎหมายในขั้นต้นจะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจสิทธิของตนเอง รวมถึงตัวเลือกในการเข้าร่วมคดีหรือการเรียกร้องค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถเข้าร่วมคดีเพื่อพยายามกู้คืนความเสียหายทางการเงินที่เกิดขึ้นจากการลดลงของราคาหุ้นได้
มุมมองต่อคดีความในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์
คดีความเกี่ยวกับ Securities Fraud ในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากการพัฒนายาใหม่มักเกี่ยวข้องกับการทดลองทางคลินิกหลายระยะ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
เมื่อบริษัทเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการทดลอง นักลงทุนจำนวนมากมักใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจลงทุน ดังนั้นความถูกต้องของข้อมูลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของตลาด
หากบริษัทถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือทำให้เข้าใจผิด ก็อาจนำไปสู่คดีฟ้องร้องจากนักลงทุนได้ เช่นเดียวกับกรณีของ Ultragenyx ในครั้งนี้
สรุปสถานการณ์ปัจจุบันของคดี
โดยสรุป นักลงทุนของ Ultragenyx Pharmaceutical Inc. ที่ซื้อหุ้นในช่วงเวลาที่กำหนดมีโอกาสเข้าร่วมในคดีฟ้องร้องหลักทรัพย์ที่กำลังดำเนินอยู่
คดีดังกล่าวกล่าวหาว่าบริษัทอาจให้ข้อมูลที่ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลการทดลองยารักษาโรค Osteogenesis Imperfecta และเมื่อข้อมูลที่แท้จริงถูกเปิดเผย ราคาหุ้นของบริษัทจึงได้รับผลกระทบ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุนจำนวนมาก
นักลงทุนที่ต้องการมีบทบาทสำคัญในคดีสามารถยื่นคำร้องเพื่อเป็น Lead Plaintiff ภายในวันที่ 6 เมษายน 2026 เพื่อช่วยเป็นตัวแทนของกลุ่มนักลงทุนในการดำเนินคดีต่อไป
#Ultragenyx #SecuritiesFraud #ClassAction #นักลงทุนRARE #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น