
Rakuten มูลค่าธุรกิจซ่อนอยู่หลังแรงกดดันจากธุรกิจโทรคมนาคม นักลงทุนเริ่มจับตาโอกาสฟื้นตัวครั้งใหม่
Rakuten มูลค่าธุรกิจซ่อนอยู่หลังแรงกดดันจากธุรกิจโทรคมนาคม
Rakuten Group กำลังกลับมาเป็นหุ้นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังมีบทวิเคราะห์ล่าสุดชี้ว่า “มูลค่าที่แท้จริง” ของบริษัทอาจยังไม่ถูกสะท้อนเต็มที่ในราคาหุ้น เพราะตลาดยังคงกังวลกับภาระจากธุรกิจมือถือหรือ Rakuten Mobile ที่กดดันผลประกอบการระดับกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในโครงสร้างรายได้และกำไร จะพบว่าธุรกิจหลักอย่าง FinTech, บริการอินเทอร์เน็ต และ ecosystem ของ Rakuten ยังคงแข็งแรง และอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าหุ้นนี้ “ถูกกว่ามูลค่าพื้นฐาน” อย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมข่าว: ตลาดกังวลมือถือ แต่ธุรกิจแกนกลางยังเดินหน้า
ใจความสำคัญของบทวิเคราะห์คือ Rakuten ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท e-commerce หรือผู้ให้บริการมือถือเท่านั้น แต่เป็นกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีบริการมากกว่า 70 บริการ ครอบคลุมตั้งแต่ค้าปลีกออนไลน์ ท่องเที่ยว บัตรเครดิต ธนาคาร หลักทรัพย์ ดิจิทัลเพย์เมนต์ ไปจนถึงโทรคมนาคม จุดแข็งสำคัญของบริษัทคือการสร้าง ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้ใช้ข้ามบริการ ทำให้เกิดความเหนียวแน่นของลูกค้า หรือที่นักลงทุนเรียกว่า user stickiness และเปิดทางให้เกิดการขายต่อยอดหรือ cross-selling ได้ต่อเนื่อง
แม้ธุรกิจมือถือยังเป็น “ตัวถ่วง” สำคัญในมุมกำไรสุทธิ แต่บทวิเคราะห์ชี้ว่าภาพรวมเริ่มเปลี่ยนไปในทางบวก เพราะจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายหรือ ARPU ปรับดีขึ้น และอัตราการยกเลิกบริการหรือ churn มีสัญญาณควบคุมได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจ FinTech ซึ่งรวมบัตรเครดิต ธนาคาร หลักทรัพย์ และบริการชำระเงิน กลับเป็นเครื่องยนต์กำไรหลักที่แข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังได้แรงหนุนจากพฤติกรรมสังคมไร้เงินสดของญี่ปุ่น รวมถึงสภาพแวดล้อมด้านดอกเบี้ยที่เอื้อต่อรายได้ดอกเบี้ยของธุรกิจการเงิน
Rakuten คือบริษัทแบบไหน ทำไมหลายคนยังประเมินยาก
ความท้าทายในการประเมิน Rakuten คือบริษัทนี้มีหลายธุรกิจอยู่ในเครือ และแต่ละส่วนมีลักษณะต่างกันมาก ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบางส่วนโตแบบแพลตฟอร์ม ธุรกิจการเงินทำกำไรสม่ำเสมอ ส่วนธุรกิจมือถือยังใช้เงินลงทุนสูง ทำให้เมื่อดูงบรวมแล้ว ภาพที่นักลงทุนเห็นอาจดู “ปนกัน” ระหว่างธุรกิจคุณภาพสูงกับธุรกิจที่ยังต้องใช้เวลาในการเทิร์นอะราวด์
ในอีกมุมหนึ่ง นี่เองคือสาเหตุที่นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าตลาดอาจยังให้มูลค่ากับ Rakuten ต่ำเกินไป เพราะหากแยกดูเป็นรายธุรกิจแบบ sum-of-the-parts หรือ SOTP จะเห็นว่าหน่วยธุรกิจที่ทำกำไรดี เช่น FinTech และบริการอินเทอร์เน็ต มีมูลค่าในตัวเองสูงพอสมควร ขณะที่ตลาดยังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงของธุรกิจมือถือมากเกินไป จนบดบังมูลค่าของทั้งกลุ่ม
FinTech: เครื่องยนต์กำไรตัวจริงของ Rakuten
รายได้และกำไรเติบโตเด่น
ข้อมูลจาก Rakuten ระบุว่าในปีงบการเงิน 2025 กลุ่ม FinTech ทำรายได้ 975.9 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 19.0% จากปีก่อน และทำกำไรจากการดำเนินงานแบบ Non-GAAP ได้ 199.9 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 30.3% ถือเป็นหนึ่งในส่วนธุรกิจที่แข็งแรงที่สุดของบริษัท โดยการเติบโตมาจากทั้งฐานลูกค้าที่ขยายตัวและปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในหลายบริการพร้อมกัน
Rakuten Card ยังโตต่อเนื่อง
หนึ่งในสินทรัพย์สำคัญของกลุ่มคือ Rakuten Card ซึ่งยังเห็นการเติบโตของมูลค่าธุรกรรมผ่านบัตรอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ 26.5 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 10.3% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าฐานสมาชิกยังแข็งแรง และลูกค้าใช้จ่ายต่อคนมากขึ้น แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น แต่บริษัทก็ยังขยายกำไรได้จากรายได้ดอกเบี้ยและการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
Rakuten Bank ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น
อีกส่วนที่น่าจับตาคือ Rakuten Bank ซึ่งมีจำนวนบัญชีลูกค้า 17.63 ล้านบัญชี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 เพิ่มขึ้น 7.0% จากปีก่อน และมียอดเงินฝาก 13.2 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 10.0% การขยายตัวนี้มาจากการดึงลูกค้าเข้าระบบผ่าน synergy ภายในกลุ่ม และการผลักดันให้ธนาคารกลายเป็นบัญชีหลักในชีวิตประจำวันของลูกค้า ที่สำคัญ สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยของญี่ปุ่นที่เริ่มเปลี่ยน ทำให้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ดีขึ้นและหนุนรายได้ดอกเบี้ยอย่างชัดเจน
Rakuten Securities ได้แรงส่งจาก NISA
ด้าน Rakuten Securities ก็เติบโตเด่นเช่นกัน โดยจำนวนบัญชีหลักทรัพย์ทั่วไปเกิน 13.26 ล้านบัญชี ณ เดือนธันวาคม 2025 และยังขยายฐานในบัญชี NISA อย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทระบุว่าจำนวนบัญชี NISA ทะลุ 7 ล้านบัญชีในเดือนมกราคม 2026 ความคึกคักของตลาดและการขยายฐานลูกค้าช่วยผลักดันทั้งค่าธรรมเนียมและรายได้ทางการเงิน ทำให้ธุรกิจหลักทรัพย์สร้างรายได้สูงเป็นประวัติการณ์
Payment และ cashless trend ยังหนุนยาว
บริการชำระเงินของ Rakuten ก็ยังเป็นอีกจุดที่ตลาดมองบวก เพราะญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าไปสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นเรื่อยๆ โดย Rakuten Payment มียอดธุรกรรมเติบโตตามจำนวนผู้ใช้งานแอป Rakuten Pay พร้อมทั้งขยายรายได้โฆษณาและควบคุมต้นทุนได้ดี จนกำไรจากการดำเนินงานแบบ Non-GAAP เพิ่มขึ้นเป็น 9.5 พันล้านเยน หรือโต 111.3% จากปีก่อน นี่ทำให้ FinTech ไม่ใช่แค่ “ธุรกิจดี” แต่เป็นฐานกำไรหลักที่ช่วยพยุงทั้งกลุ่มอย่างแท้จริง
ธุรกิจมือถือยังเป็น overhang แต่สัญญาณเริ่มดีขึ้น
ปัญหาหลักของ Rakuten ตลอดหลายปี
เหตุผลที่ตลาดยังไม่กล้าให้มูลค่า Rakuten สูง คือธุรกิจมือถือใช้เงินลงทุนจำนวนมากมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตลาดโทรคมนาคม การสร้างโครงข่าย การดึงลูกค้าใหม่ และการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ของญี่ปุ่น ทำให้ผลขาดทุนของหน่วยธุรกิจนี้กลายเป็นแรงกดดันต่อกำไรรวมและ sentiment ของนักลงทุนอยู่ตลอด
แต่ตัวเลขล่าสุดสะท้อน “จุดเปลี่ยน”
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจาก Rakuten แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมือถือกำลังก้าวผ่านช่วงที่ยากที่สุดไปบางส่วนแล้ว โดยในปี 2025 กลุ่ม Mobile มี EBITDA เป็นบวก 28.8 พันล้านเยน ดีขึ้นถึง 65.1 พันล้านเยนจากปีก่อน และรายได้รวมของส่วนงานอยู่ที่ 482.8 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 9.6% แม้ยังขาดทุนจากการดำเนินงานแบบ Non-GAAP อยู่ 161.8 พันล้านเยน แต่ก็ถือว่าดีขึ้น 47.1 พันล้านเยนจากปีก่อน
หากดูเฉพาะ Rakuten Mobile รายได้ปี 2025 อยู่ที่ 374.7 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 32.0% จากปีก่อน ขณะที่ EBITDA กลายเป็นบวก 12.9 พันล้านเยน ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นกำไร EBITDA เต็มปีครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายมือถือ ส่วนขาดทุนจากการดำเนินงานแบบ Non-GAAP ลดลงเหลือ 166.0 พันล้านเยน ดีขึ้น 50.3 พันล้านเยนจากปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าธุรกิจเริ่มมี leverage จากขนาดมากขึ้น และต้นทุนคงที่ต่อรายได้เริ่มลดลง
ผู้ใช้ 10 ล้านรายคือหมุดหมายสำคัญ
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 จำนวนผู้ใช้บริการ Rakuten Mobile รวมอยู่ที่ 10.01 ล้านเลขหมาย เพิ่มสุทธิ 1.71 ล้านเลขหมายจากปีก่อน การแตะระดับ 10 ล้านรายมีนัยสำคัญมาก เพราะสะท้อนว่าบริษัทเริ่มสร้างฐานลูกค้าได้ในระดับที่ทำให้โมเดลธุรกิจมีโอกาสคุ้มทุนมากขึ้นในระยะยาว และยังช่วยหนุนการเชื่อมต่อผู้ใช้ไปยังบริการอื่นใน ecosystem ของ Rakuten ด้วย
ARPU ดีขึ้น และ churn เริ่มควบคุมได้
อีกตัวชี้วัดที่นักลงทุนเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดคือ net ARPU ซึ่งในปี 2025 อยู่ที่ 2,467 เยน เพิ่มขึ้น 59 เยนจากปีก่อน โดย Rakuten ระบุว่ารายได้จากดาต้ายังเป็นแรงขับหลัก ขณะเดียวกัน เอกสารนำเสนอนักลงทุนของบริษัทยังชี้ว่า churn ของเดือนธันวาคม 2025 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน หลังมีการปรับมาตรการด้านค่าธรรมเนียมและยังเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพเครือข่ายต่อเนื่อง
ปี 2026 ยังต้องลงทุนเพิ่ม
ถึงแม้สัญญาณฟื้นตัวจะชัดขึ้น แต่ฝั่งมือถือยังไม่ใช่เรื่องที่ “สบายใจได้เต็มที่” เพราะ Rakuten วางแผนลงทุนเกิน 200 พันล้านเยนในปี 2026 เพื่อเร่งสร้างสถานีฐานและยกระดับคุณภาพเครือข่าย ซึ่งหมายความว่าธุรกิจนี้ยังต้องใช้เงินต่อไป และอาจยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นของตลาดหากการเติบโตของฐานลูกค้าไม่เร็วพอหรือการแข่งขันรุนแรงขึ้น
จุดแข็งที่หลายคนมองข้าม: ecosystem ของ Rakuten
สิ่งที่ทำให้ Rakuten แตกต่างจากบริษัทโทรคมนาคมทั่วไป คือบริษัทไม่ได้พึ่งรายได้จากค่าสัญญาณมือถืออย่างเดียว แต่ใช้มือถือเป็น “ประตู” พาลูกค้าเข้าสู่ระบบบริการอื่นๆ ของกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นช้อปปิ้งออนไลน์ การท่องเที่ยว การเงิน การลงทุน หรือการจ่ายเงินดิจิทัล แนวคิดนี้ทำให้มือถืออาจไม่ใช่เพียงธุรกิจปลายทาง แต่เป็นตัวเร่งให้ลูกค้าใช้บริการอื่นเพิ่มขึ้น ซึ่งเพิ่มมูลค่าตลอดอายุลูกค้าหรือ lifetime value ได้มากกว่าโมเดลธุรกิจแบบเดี่ยวๆ
Rakuten เองย้ำเรื่อง synergy นี้ค่อนข้างชัด โดยเอกสารนักลงทุนระบุว่าบริษัทเดินหน้าสร้างสิทธิประโยชน์เชื่อมบริการข้ามกัน เช่น โปรโมชันร่วมกับ Rakuten Bank และบริการเสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้งานและยกระดับ ARPU ในอนาคต มุมมองนี้ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่า หากมองมือถือแค่ในฐานะธุรกิจที่ยังขาดทุน ก็อาจประเมิน Rakuten ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะยังไม่รวมคุณค่าที่มือถือสร้างให้บริการอื่นในเครือ
ผลประกอบการรวมของกลุ่มสะท้อนอะไร
Rakuten รายงานว่ารายได้รวมปี 2025 อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 9.5% จากปีก่อน และเป็นสถิติรายได้สูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 29 ขณะเดียวกันกำไรจากการดำเนินงานแบบ Non-GAAP ทั้งกลุ่มอยู่ที่ 106.3 พันล้านเยน ดีขึ้น 99.2 พันล้านเยนจากปีก่อน ส่วน EBITDA รวมอยู่ที่ 435.9 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 33.7% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าภาพธุรกิจรวมไม่ได้อ่อนแออย่างที่ราคาหุ้นอาจบอกไว้ โดยเฉพาะเมื่อทุกกลุ่มธุรกิจหลักทั้ง Internet Services, FinTech และ Mobile ต่างก็มีรายได้เติบโตพร้อมกัน
นอกจากนี้ ฝั่ง Internet Services ยังสร้างรายได้ 1.37 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 6.8% และทำกำไรจากการดำเนินงานแบบ Non-GAAP 88.9 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 4.5% โดยธุรกิจหลักอย่าง Rakuten Ichiba และ Rakuten Travel ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ หมายความว่า Rakuten ไม่ได้มีแค่ธีม “มือถือพลิกฟื้น” เท่านั้น แต่ยังมีรากฐานจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างรายได้จริงและมีกำไรจริงอยู่ด้วย
ประเด็นเรื่องหนี้และโครงสร้างเงินทุนยังต้องติดตาม
แม้บทวิเคราะห์จะมองเห็น upside ของมูลค่า แต่ก็ไม่ได้มองข้ามความเสี่ยง โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือโครงสร้างหนี้และภาระเงินทุนของกลุ่ม Rakuten เนื่องจากธุรกิจมือถือต้องใช้เงินจำนวนมาก บริษัทจึงต้องบริหารแหล่งเงินทุนอย่างระมัดระวัง ล่าสุด Rakuten ระบุว่าในปี 2025 บริษัทกลับไปเข้าถึงตลาดตราสารหนี้รายย่อยในญี่ปุ่นได้อีกครั้ง ผ่านการออก sustainability bonds ในเดือนกรกฎาคม และยังออก perpetual subordinated bonds ในประเทศเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม เพื่อกระจายแหล่งเงินทุนและบริหารสภาพคล่อง
ฝ่ายบริหารยังระบุว่า ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป นโยบายหลักคือพยายามจัดหาเงินสำหรับ Rakuten Mobile ผ่านการสร้างเงินสดภายในกลุ่มเป็นหลัก ขณะเดียวกันจะติดตามภาวะอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิดเพื่อเลือกวิธีระดมทุนที่เหมาะสมที่สุด ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะแม้ธุรกิจจะฟื้น แต่หากต้นทุนเงินทุนสูงเกินไปหรือมีภาระรีไฟแนนซ์ต่อเนื่อง ก็อาจกดดันการประเมินมูลค่าได้เช่นกัน
ทำไมนักวิเคราะห์จึงยังเชื่อว่าหุ้นมีส่วนลด
บทวิเคราะห์จาก Seeking Alpha สรุปค่อนข้างชัดว่า Rakuten อาจถูกประเมินต่ำกว่าที่ควร เพราะตลาดโฟกัสกับผลขาดทุนระดับกลุ่มและความไม่แน่นอนของธุรกิจมือถือมากเกินไป จนละเลยมูลค่าของธุรกิจ FinTech ที่มีกำไรสูง รวมถึงศักยภาพของบริการอินเทอร์เน็ตและ ecosystem ที่เชื่อมลูกค้าเข้าหากัน หากธุรกิจมือถือยังคงรักษาแนวโน้มผู้ใช้โต ARPU ดีขึ้น และขาดทุนลดลงต่อเนื่อง ส่วนลดนี้ก็อาจค่อยๆ หายไปได้
พูดง่ายๆ คือ ตลาดกำลังตั้งราคา Rakuten แบบ “เผื่อเจ็บ” จากมือถือ แต่ถ้าธุรกิจมือถือไม่แย่อย่างที่กลัว และธุรกิจการเงินยังโตแรงเหมือนเดิม ราคาหุ้นก็มีโอกาสปรับมุมมองใหม่ หรือที่นักลงทุนเรียกว่า re-rating ได้ในอนาคต นี่คือแก่นของมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทในเวลานี้
มุมมองเชิงข่าว: Rakuten อยู่ในช่วงพิสูจน์ตัวเองรอบใหม่
หากสรุปในเชิงข่าว Rakuten กำลังยืนอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่น่าสนใจมาก ด้านหนึ่ง บริษัทมีธุรกิจคุณภาพสูงหลายส่วนที่เติบโตดีและสร้างกำไรชัดเจน โดยเฉพาะ FinTech อีกด้านหนึ่ง ธุรกิจมือถือที่เคยเป็นภาระหนักก็เริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังค่อยๆ พลิกผ่านจุดต่ำสุด แม้ยังไม่หมดความเสี่ยง แต่พัฒนาการล่าสุดทำให้เรื่องราวของ Rakuten เปลี่ยนจาก “บริษัทที่มีปัญหามือถือ” ไปสู่ “บริษัทที่อาจซ่อนมูลค่าไว้หลังปัญหามือถือ” มากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับนักลงทุนและผู้อ่านสายธุรกิจ ประเด็นที่ควรจับตาต่อจากนี้มีอยู่ไม่กี่ข้อ ได้แก่ การเติบโตของสมาชิก Rakuten Mobile หลังผ่าน 10 ล้านรายไปแล้ว ความสามารถในการยกระดับ ARPU โดยไม่ทำให้ churn กลับมาสูง การคุมเงินลงทุนเครือข่ายให้คุ้มค่า และการรักษาการเติบโตของ FinTech ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ยังเปลี่ยนแปลงอยู่ หากบริษัททำได้ตามนี้ มุมมองเชิงบวกต่อมูลค่าหุ้นก็อาจยิ่งแข็งแรงขึ้นในระยะถัดไป
บทสรุป
โดยสรุป ข่าวและบทวิเคราะห์ล่าสุดสะท้อนภาพ Rakuten ในมุมที่ละเอียดขึ้นกว่าการมองผ่านงบกำไรขาดทุนแบบผิวเผิน แม้ธุรกิจโทรคมนาคมยังเป็นตัวแปรสำคัญและยังสร้างความกังวลให้ตลาด แต่ฐานกำไรจาก FinTech, ความแข็งแรงของบริการอินเทอร์เน็ต และพลังของ ecosystem ภายในกลุ่ม กำลังกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าบริษัทนี้อาจมีมูลค่าซ่อนอยู่พอสมควร หากโมเมนตัมการฟื้นตัวของ Rakuten Mobile เดินหน้าต่อได้ ความกังวลเดิมของตลาดอาจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยการประเมินมูลค่าใหม่ที่สะท้อนศักยภาพของทั้งกลุ่มมากขึ้นในอนาคต
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวใหม่เป็นภาษาไทยจากบทวิเคราะห์และข้อมูลบริษัท เพื่อการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โดยผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลบริษัทเพิ่มเติมได้จากหน้า Investor Relations ของ Rakuten Group
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น