Prairie Operating Co. ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 รายได้พุ่งกว่า 500% พร้อมยืนยันเป้าหมายการเติบโตตลอดปี

Prairie Operating Co. ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 รายได้พุ่งกว่า 500% พร้อมยืนยันเป้าหมายการเติบโตตลอดปี

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:PROP

Prairie Operating Co. เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 เติบโตแข็งแกร่ง รายได้ทะยานกว่า 500%

Prairie Operating Co. บริษัทพลังงานอิสระสัญชาติสหรัฐฯ ที่ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาและเข้าซื้อสินทรัพย์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ Denver-Julesburg (DJ) Basin ได้ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 1 ปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยบริษัทสามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 83.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า 500% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พร้อมยืนยันแนวโน้มและเป้าหมายทางธุรกิจตลอดปี 2026 ตามเดิม

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในครั้งนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท ทั้งในด้านการผลิต การบริหารต้นทุน และประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งผลิตหลักของบริษัทในรัฐโคโลราโด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญของสหรัฐฯ

ผลผลิตน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในไตรมาสแรกของปี 2026 Prairie Operating สามารถผลิตพลังงานได้รวมประมาณ 2.1 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ (MMBoe) หรือเฉลี่ยราว 23,200 Boe/d ต่อวัน โดยประมาณ 72% ของผลผลิตทั้งหมดเป็นของเหลว และในจำนวนนั้นมีน้ำมันดิบคิดเป็นประมาณ 48%

บริษัทระบุว่าการเติบโตของกำลังการผลิตเกิดจากประสิทธิภาพการขุดเจาะที่ดีขึ้น รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้หลุมขุดเจาะใหม่หลายแห่งมีต้นทุนต่ำกว่าประมาณการเดิม หรือที่เรียกว่า ต่ำกว่า AFE (Authorization for Expenditure)

Adjusted EBITDA เติบโตมากกว่า 600%

หนึ่งในตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนจับตามองคือ Adjusted EBITDA ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และรายการพิเศษ โดย Prairie Operating รายงาน Adjusted EBITDA ที่ระดับ 37.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 600% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกปี 2025 ซึ่งบริษัทมี Adjusted EBITDA เพียงประมาณ 5.2 ล้านดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าบริษัทสามารถเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ

รายได้เพิ่มขึ้นจากราคาขายพลังงานและกำลังผลิตที่สูงขึ้น

Prairie Operating ระบุว่า รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเกิดจากทั้งปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น และราคาขายพลังงานที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยบริษัทสามารถขายน้ำมันดิบได้เฉลี่ยที่ราคา 67.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ก๊าซธรรมชาติเหลว (NGLs) มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 13.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ประมาณ 2.53 ดอลลาร์ต่อ Mcf

แม้ราคาพลังงานในตลาดโลกจะมีความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Prairie Operating ยังคงสามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขยายโครงการ Hedging ป้องกันความเสี่ยงราคาพลังงานถึงปี 2029

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่บริษัทเน้นย้ำคือการขยายโครงการ Commodity Hedging Program เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยบริษัทได้ขยายการป้องกันความเสี่ยงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ของปี 2029

กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านกระแสเงินสด และเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน แม้ตลาดพลังงานโลกจะยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและสงครามทางภูมิรัฐศาสตร์

เดินหน้าปรับโครงสร้างทางการเงิน

Prairie Operating ยังเปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการรีไฟแนนซ์หุ้นบุริมสิทธิ์ประเภท Series F Preferred Stock บางส่วนในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดภาระหนี้คงค้าง รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิด Dilution ของผู้ถือหุ้นเดิมจากการใช้สิทธิ์วอร์แรนต์ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทได้บรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการให้สิทธิ์วอร์แรนต์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นบุริมสิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

แม้รายได้โตแรง แต่ยังขาดทุนสุทธิ

แม้ผลประกอบการด้านรายได้และ EBITDA จะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ Prairie Operating ยังคงรายงานผลขาดทุนสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญอยู่ที่ประมาณ 174.4 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.16 ดอลลาร์ต่อหุ้น

บริษัทระบุว่าผลขาดทุนส่วนหนึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด (Non-Cash Charges) และต้นทุนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยังเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานในระยะยาวจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหารมั่นใจปี 2026 จะเป็นปีแห่งการเติบโต

Gary Hanna ประธานบริษัท Prairie Operating กล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งในด้านการเติบโตของผลผลิต รายได้ และการดำเนินงานในแหล่งผลิต DJ Basin

เขายังระบุเพิ่มเติมว่า การปรับโครงสร้างทางการเงินและการลดภาระจากหุ้นบุริมสิทธิ์ Series F จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ฝ่ายบริหารยังคงยืนยันเป้าหมายการดำเนินงานตลอดปี 2026 ตามเดิม โดยคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาระดับการผลิตเฉลี่ยทั้งปีได้ในช่วงประมาณ 25,500 – 27,500 Boe/d

แนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานยังได้รับแรงสนับสนุน

แม้อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งนโยบายพลังงานสะอาด การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ความต้องการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติยังคงอยู่ในระดับสูง

นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า บริษัทพลังงานที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและมีการบริหารความเสี่ยงด้านราคาที่ดี จะยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งได้ในระยะยาว ซึ่ง Prairie Operating ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่นักลงทุนเริ่มจับตามองมากขึ้นในตลาดพลังงานสหรัฐฯ

นักลงทุนติดตามทิศทางกำไรครึ่งปีหลัง

แม้ว่าบริษัทจะยังขาดทุนสุทธิ แต่ตลาดยังให้ความสนใจกับแนวโน้มการเติบโตของกระแสเงินสดและความสามารถในการทำกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันยังสามารถทรงตัวอยู่ในระดับสูง

นักวิเคราะห์บางรายคาดว่า Prairie Operating อาจเข้าสู่จุดคุ้มทุน หรือเริ่มมีกำไรสุทธิได้ภายในปี 2026 หากสามารถควบคุมต้นทุนและรักษาระดับการผลิตได้ตามเป้าหมาย

สรุปภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026

โดยสรุป Prairie Operating Co. สามารถเริ่มต้นปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยรายได้ที่เติบโตมากกว่า 500% และ Adjusted EBITDA ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 600% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

แม้บริษัทจะยังเผชิญผลขาดทุนสุทธิ แต่การบริหารต้นทุน การเพิ่มกำลังการผลิต และการปรับโครงสร้างทางการเงิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว

ตลาดยังคงจับตาดูว่า Prairie Operating จะสามารถเปลี่ยนการเติบโตของรายได้ให้กลายเป็นกำไรสุทธิได้หรือไม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทในอนาคต

ที่มา: [GlobeNewswire](https://www.globenewswire.com/news-release/2026/05/14/3295412/0/en/Prairie-Operating-Co-Announces-First-Quarter-2026-Results-and-Reaffirms-2026-Guidance.html?utm_source=chatgpt.com)

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง