วอร์ชจ่อคุม Fed ต่อจากพาวเวลล์ ท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ยและศึกความเป็นอิสระธนาคารกลางสหรัฐฯ

วอร์ชจ่อคุม Fed ต่อจากพาวเวลล์ ท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ยและศึกความเป็นอิสระธนาคารกลางสหรัฐฯ

โดย ADMIN

วอร์ชจ่อคุม Fed ต่อจากพาวเวลล์ ท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ยและศึกความเป็นอิสระธนาคารกลางสหรัฐฯ

วอชิงตัน — การเปลี่ยนผ่านผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่ของเศรษฐกิจโลก หลัง Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านด่านสำคัญในคณะกรรมาธิการวุฒิสภา เพื่อเดินหน้าสู่การลงมติรับรองเต็มคณะในฐานะประธาน Fed คนใหม่ แทน Jerome Powell ซึ่งวาระประธานจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2026

Fed คงดอกเบี้ย แม้ทำเนียบขาวต้องการให้ลด

ในการประชุมล่าสุด Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50%–3.75% โดยให้เหตุผลว่าต้องประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงรอบใหม่อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจปรับนโยบายเพิ่มเติม

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่า Fed ยังไม่พร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลทรัมป์ต้องการให้ต้นทุนกู้ยืมลดลงเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้คณะกรรมการหลายคนยังระมัดระวัง

เสียงแตกใน Fed มากที่สุดในรอบหลายสิบปี

จุดที่น่าจับตาคือการลงมติไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยมีกรรมการ 4 คนเห็นต่างในรูปแบบต่างกัน บางคนต้องการลดดอกเบี้ยทันที ขณะที่อีกกลุ่มเห็นด้วยกับการคงดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับถ้อยคำที่เปิดทางไปสู่การลดดอกเบี้ยในอนาคต รายงานของ Reuters ระบุว่านี่เป็นหนึ่งในการประชุมที่เสียงแตกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992

ภาพดังกล่าวทำให้ภารกิจของ Warsh ไม่ง่าย เพราะแม้เขาจะขึ้นเป็นประธาน Fed ได้สำเร็จ เขายังต้องสร้างฉันทามติภายในคณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่กังวลเงินเฟ้อและฝ่ายที่มองว่าเศรษฐกิจต้องการแรงหนุนจากดอกเบี้ยที่ต่ำลง

Powell ยังไม่ออกจากบอร์ด Fed

อีกประเด็นสำคัญคือ Jerome Powell ระบุว่าจะยังอยู่ในบอร์ดผู้ว่าการ Fed ต่อไป หลังพ้นตำแหน่งประธาน โดยยืนยันว่าเขาไม่ต้องการเป็น “shadow chair” หรือประธานเงาที่คอยกำกับทิศทางอยู่เบื้องหลัง แต่จะวางตัวต่ำและสนับสนุนประธานคนใหม่เท่าที่เหมาะสม

การตัดสินใจของ Powell มีความหมายทางการเมืองสูง เพราะทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่สามารถแต่งตั้งคนใหม่แทนที่นั่งของเขาในบอร์ดได้ทันที ขณะเดียวกัน Powell ยังให้เหตุผลว่า เขากังวลต่อแรงกดดันทางกฎหมายและการเมืองที่อาจกระทบความเป็นอิสระของ Fed

Kevin Warsh คือใคร

Kevin Warsh เป็นอดีตผู้ว่าการ Fed และเคยมีประสบการณ์ในตลาดการเงินมาก่อน ชื่อของเขาถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ฝ่ายรีพับลิกันจำนวนมากสนับสนุน เพราะเข้าใจทั้งโลก Wall Street และนโยบายการเงิน แต่ในเวลาเดียวกัน ตลาดยังจับตาว่าเขาจะรักษาความเป็นอิสระของ Fed ได้มากแค่ไหน ท่ามกลางแรงกดดันจากทำเนียบขาว

หากได้รับการรับรองจากวุฒิสภา Warsh จะเข้ามารับช่วงในช่วงเวลาที่เปราะบางมาก ทั้งเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed ความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ทำไมข่าวนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

ตำแหน่งประธาน Fed ไม่ได้มีผลเฉพาะกับสหรัฐฯ เท่านั้น เพราะดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ ตลาดหุ้น พันธบัตร ราคาทองคำ เงินทุนไหลเข้าออกในตลาดเกิดใหม่ และต้นทุนหนี้ทั่วโลก เมื่อ Fed ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยหรือลดดอกเบี้ย นักลงทุนทั่วโลกจะปรับพอร์ตทันที

สำหรับประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีผลต่อค่าเงินบาท กระแสเงินทุนต่างชาติ และต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ หาก Fed ลดดอกเบี้ยช้ากว่าที่ตลาดหวัง เงินดอลลาร์อาจยังแข็งค่า และกดดันสกุลเงินภูมิภาคต่อไป

บทสรุป

การก้าวขึ้นมาของ Kevin Warsh จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวประธาน Fed แต่เป็นบททดสอบใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าจะรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อ การพยุงเศรษฐกิจ และความเป็นอิสระจากการเมืองได้หรือไม่

ในระยะสั้น ตลาดจะจับตาการลงมติของวุฒิสภาอย่างใกล้ชิด รวมถึงคำพูดแรก ๆ ของ Warsh หากได้รับตำแหน่ง เพราะทุกถ้อยคำอาจกลายเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยโลกในปี 2026

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง