Pharming Group รายได้ Q1 2026 ลด 8% แต่ Joenja โตแรง 34% หนุนแผนบุกตลาดญี่ปุ่นและยุโรป

Pharming Group รายได้ Q1 2026 ลด 8% แต่ Joenja โตแรง 34% หนุนแผนบุกตลาดญี่ปุ่นและยุโรป

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:PHAR

Pharming Group รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 รายได้ลดลง แต่ Joenja ยังโตเด่น

Pharming Group N.V. บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์จากเนเธอร์แลนด์ รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยมีรายได้รวม 72.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังรายได้จาก RUCONEST อ่อนตัวลง ขณะที่ Joenja ยังเติบโตแข็งแกร่ง 34% สะท้อนแรงหนุนจากผู้ป่วยที่ใช้ยาแบบ paid therapy ในสหรัฐฯ และดีมานด์จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น

RUCONEST กดดันรายได้รวมในไตรมาสแรก

รายได้จาก RUCONEST อยู่ที่ 58.4 ล้านดอลลาร์ ลดลง 15% จากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการลด inventory ของ specialty pharmacy ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทคาดไว้แล้ว รวมถึงผลจากการทยอยออกจากตลาดนอกสหรัฐฯ ตามกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่ประกาศก่อนหน้านี้

แม้ตัวเลขรายได้จะลดลง แต่ Pharming ย้ำว่าฐานผู้ป่วยของ RUCONEST ยังมีความเหนียวแน่นในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์นี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มยารักษา hereditary angioedema หรือ HAE ทำให้การรักษาส่วนแบ่งตลาดเป็นประเด็นสำคัญในปี 2026

Joenja โตสวนทาง สะท้อนโอกาสในตลาดโรคหายาก

จุดเด่นของไตรมาสนี้คือ Joenja หรือ leniolisib ซึ่งทำรายได้ 14.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2025 การเติบโตนี้มาจากจำนวนผู้ป่วยในสหรัฐฯ ที่เข้าสู่ paid therapy มากขึ้น และแรงหนุนจากตลาดต่างประเทศ

Joenja เป็นยาที่ใช้รักษา APDS หรือ Activated PI3K Delta Syndrome ซึ่งเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดหายาก กลุ่มผู้ป่วยมีจำนวนไม่มาก แต่ต้องการการรักษาเฉพาะทางสูง ทำให้ตลาด rare disease ยังเป็นพื้นที่ที่ Pharming ให้ความสำคัญมากขึ้น

ขาดทุนสุทธิลดลง สะท้อนการควบคุมต้นทุนดีขึ้น

ด้านผลกำไร Pharming รายงานผลขาดทุนสุทธิ 5.21 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 1 ปี 2026 ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 14.72 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนต่อหุ้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.007 ดอลลาร์ เทียบกับ 0.022 ดอลลาร์ในปีก่อน

แม้บริษัทยังไม่กลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ แต่การลดขาดทุนถือเป็นสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะในช่วงที่ Pharming กำลังปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์จากการพึ่งพา RUCONEST ไปสู่การผลักดัน Joenja และ pipeline ใหม่ ๆ

โฟกัสปี 2026: ขยายฉลากยาเด็กในสหรัฐฯ และเปิดตลาดญี่ปุ่น-ยุโรป

Pharming ระบุว่ายังเดินหน้าตามแผนสำหรับการขยายฉลาก Joenja ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กในสหรัฐฯ รวมถึงการเปิดตัวในญี่ปุ่นและยุโรปภายในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งสำคัญต่อรายได้ในระยะกลาง หากบริษัทสามารถเปลี่ยน approval และ market access ให้กลายเป็นยอดขายจริงได้

ในเชิงกลยุทธ์ การขยายตลาดของ Joenja มีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดการพึ่งพา RUCONEST และสร้างรายได้จากโรคหายากที่มี unmet medical need สูง หาก Pharming ทำตลาดได้สำเร็จ บริษัทอาจมีฐานรายได้ที่สมดุลมากขึ้นในอนาคต

ผู้บริหารชี้ไตรมาสแรกยังมีความคืบหน้าทางธุรกิจ

ในการ earnings call วันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ผู้บริหารหลักของ Pharming ได้แก่ Fabrice Chouraqui, Leverne Marsh, Anurag Relan และ Kenneth Lynard ได้ร่วมให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์ โดยบริษัทมองว่าไตรมาสแรกยังมีความคืบหน้า แม้รายได้รวมลดลงจาก RUCONEST

ภาพรวมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องรายได้ลดลง แต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของบริษัท จากผลิตภัณฑ์เดิมไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูงกว่า โดยเฉพาะ Joenja ซึ่งกำลังกลายเป็น growth driver สำคัญของ Pharming

มุมมองต่อนักลงทุน

สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้ให้ภาพแบบผสม รายได้รวมลดลงและ RUCONEST ยังถูกกดดัน แต่ Joenja เติบโตแข็งแรง และขาดทุนสุทธิลดลงอย่างชัดเจน ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือยอดขาย Joenja หลังเปิดตลาดใหม่ การขยายฉลากในผู้ป่วยเด็ก และความสามารถของ Pharming ในการรักษากระแสเงินสดระหว่างการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

โดยสรุป Pharming Group ยังอยู่ในช่วงปรับสมดุลธุรกิจ รายได้ไตรมาสแรกปี 2026 ลดลงจากแรงกดดันของ RUCONEST แต่การเติบโตของ Joenja ช่วยสะท้อนโอกาสระยะยาวในตลาด rare disease หากแผนเปิดตัวในญี่ปุ่น ยุโรป และการขยายฉลากในสหรัฐฯ เดินหน้าได้ตามเป้า ปี 2026 อาจเป็นปีสำคัญของการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของบริษัท

#PharmingGroup #Joenja #RUCONEST #RareDisease #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

Pharming Group รายได้ Q1 2026 ลด 8% แต่ Joenja โตแรง 34% หนุนแผนบุกตลาดญี่ปุ่นและยุโรป | SlimScan