
PDS Biotech รายงานผล Q1 2026 ขาดทุนลดลง พร้อมเร่งแผนทดลองมะเร็งระยะสำคัญ
PDS Biotech รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ขาดทุนลดลง พร้อมอัปเดตความคืบหน้าโครงการยารักษามะเร็ง
PDS Biotechnology Corporation หรือ PDSB เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 พร้อมอัปเดตความคืบหน้าของโครงการพัฒนายาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง โดยบริษัทระบุว่ามีความก้าวหน้าทั้งด้าน clinical trial, regulatory pathway และการควบคุมค่าใช้จ่าย
ผลประกอบการ Q1 2026: ขาดทุนสุทธิลดลง
ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 PDS Biotech รายงานผลขาดทุนสุทธิประมาณ 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.13 ดอลลาร์ต่อหุ้น ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิประมาณ 8.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.21 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ปัจจัยหลักที่ช่วยให้ผลขาดทุนลดลงมาจากค่าใช้จ่ายด้าน research and development ที่ลดลง โดยค่าใช้จ่าย R&D อยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 5.8 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสเดียวกันของปี 2025 ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั่วไปและบริหารอยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยจาก 3.3 ล้านดอลลาร์
เงินสดลดลง แต่บริษัทยังเดินหน้าพัฒนา pipeline
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 21.7 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 26.7 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 ขณะที่ working capital อยู่ที่ประมาณ 12.7 ล้านดอลลาร์
แม้ฐานะเงินสดลดลง แต่บริษัทระบุว่ายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนา clinical pipeline โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่รักษายากและยังมี unmet medical needs สูง
VERSATILE-003 ถูกปรับโปรโตคอล หวังเปิดทาง accelerated approval
ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสนี้คือการแก้ไข protocol ของการทดลอง VERSATILE-003 Phase 3 ซึ่งเป็นการศึกษายา PDS0101 ในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอชนิด recurrent หรือ metastatic ที่เกี่ยวข้องกับ HPV16-positive
บริษัทได้เพิ่ม progression-free survival หรือ PFS เป็น interim primary endpoint ซึ่งอาจช่วยสร้างเส้นทางไปสู่ accelerated approval ได้เร็วขึ้น หากข้อมูลออกมาสนับสนุนอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน median overall survival ยังคงเป็น primary endpoint สำหรับการขออนุมัติเต็มรูปแบบจาก FDA
การปรับ protocol ครั้งนี้ยังช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรับเข้าในการทดลอง แต่ยังคงพลังทางสถิติไว้ตามแผนเดิม ผู้ป่วยที่เข้าร่วมก่อนการปรับ protocol จะยังอยู่ในการทดลองและได้รับการรักษาต่อไป
PDS01ADC ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ pipeline
นอกจาก PDS0101 แล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับ PDS01ADC ซึ่งเป็น tumor-targeted IL-12 immunocytokine โดยข้อมูลจากการทดลองในมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจาย หรือ metastatic colorectal cancer แสดงสัญญาณที่น่าสนใจ
ข้อมูล Stage 1 จากการศึกษาที่นำโดย National Cancer Institute รายงาน objective response rate ที่ 77.8% ในช่วง 6 เดือน ขณะที่การศึกษาคู่ขนานที่ไม่มี PDS01ADC มีอัตรา 35% นอกจากนี้ อัตราการรอดชีวิตที่ 24 เดือนอยู่ที่ประมาณ 85% เทียบกับประมาณ 40% ในกลุ่มคู่ขนาน
ความคืบหน้าในมะเร็งต่อมลูกหมาก
PDS Biotech ยังรายงานข้อมูลเบื้องต้นจากการทดลอง PDS01ADC ร่วมกับ docetaxel ในผู้ป่วย metastatic castration-resistant prostate cancer หรือ mCRPC โดยพบ median PFS ที่ประมาณ 9.6 เดือน และ median PSA decline ที่ 40%
ในกลุ่มผู้ป่วย 16 ราย มี 6 รายที่มีระดับ PSA ลดลงมากกว่า 50% ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ผ่านทางเลือกการรักษามาหลายไลน์แล้ว
เสริมสิทธิบัตร PDS0101 ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
อีกประเด็นสำคัญคือบริษัทได้รับสิทธิบัตรใหม่สำหรับ PDS0101 ทั้งในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยสิทธิบัตรในสหรัฐฯ เมื่อรวมกับ biologics exclusivity ที่คาดหวัง อาจช่วยขยายการคุ้มครองทางการตลาดไปถึงช่วงทศวรรษ 2040
ในญี่ปุ่น สิทธิบัตรใหม่ช่วยเพิ่มการคุ้มครองด้าน composition of matter ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญสำหรับบริษัท biotech ที่ต้องพึ่งพาความแข็งแรงของ intellectual property เพื่อรักษาความได้เปรียบระยะยาว
มุมมองโดยรวม
ภาพรวมของ PDS Biotech ในไตรมาส 1 ปี 2026 สะท้อนบริษัท clinical-stage biotech ที่ยังไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์ชัดเจน แต่กำลังพยายามเร่งพัฒนา pipeline ด้าน immunotherapy ให้เข้าใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญมากขึ้น
ผลขาดทุนที่ลดลงถือเป็นสัญญาณบวกด้านการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่เงินสดที่ลดลงยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตาม เพราะการทดลองระยะท้าย โดยเฉพาะ Phase 3 มักใช้เงินทุนสูงและใช้เวลานาน
สำหรับนักลงทุน หุ้น PDSB จึงยังเป็นหุ้น biotech ที่มีทั้ง upside จากข้อมูล clinical trial และความเสี่ยงจากเงินทุน การอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแล และความไม่แน่นอนของผลการทดลองในอนาคต
#PDSB #PDSBiotech #BiotechStocks #CancerImmunotherapy #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น