OpenAI พลาดเป้ารายได้ เขย่าหุ้น AI และ S&P 500 ขณะตลาดจับตางบ Big Tech

OpenAI พลาดเป้ารายได้ เขย่าหุ้น AI และ S&P 500 ขณะตลาดจับตางบ Big Tech

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:P-OPEA

OpenAI พลาดเป้ารายได้ เขย่าหุ้น AI และ S&P 500 ขณะตลาดจับตางบ Big Tech

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า OpenAI ทำรายได้และจำนวนผู้ใช้งานต่ำกว่าเป้าหมายในปี 2026 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI infrastructure ถูกเทขาย ขณะที่นักลงทุนกำลังรอดูผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet, Amazon, Meta, Microsoft และ Apple

แรงสั่นสะเทือนจาก OpenAI กระทบตลาด AI

รายงานระบุว่า OpenAI ทำยอดขายรายเดือนไม่ถึงเป้าหมาย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจาก Anthropic ในตลาด coding และ enterprise รวมถึงแรงกดดันจาก Gemini ของ Alphabet สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า กระแส AI trade ที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นจะยังแข็งแรงอยู่หรือไม่

หุ้นที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือกลุ่มพันธมิตรและบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น Oracle ซึ่งร่วงลงราว 7% ใน premarket trading ขณะที่ CoreWeave และ SoftBank ก็ถูกขายอย่างหนักเช่นกัน โดย SoftBank ปรับตัวลงเกือบ 10% ในตลาดโตเกียว

S&P 500 ถอยจากจุดสูงสุด แต่ภาพรวมเดือนเมษายนยังบวก

S&P 500 futures ลดลงประมาณ 0.4% ส่วน Nasdaq 100 futures ลดลงแรงกว่า อยู่ที่ราว 0.9% ขณะที่ Dow futures กลับปรับขึ้นประมาณ 0.3% สะท้อนว่าแรงขายไม่ได้กระจายเท่ากันทั้งตลาด แต่เน้นหนักไปที่หุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI เป็นหลัก

แม้ตลาดจะอ่อนตัวลงจากระดับ record high แต่ S&P 500 ยังอยู่เหนือระดับ 7,100 จุด และยังมีแนวโน้มทำผลตอบแทนบวกราว 13% ในเดือนเมษายน ซึ่งแปลว่านักลงทุนยังไม่ได้เข้าสู่โหมดตื่นตระหนกเต็มรูปแบบ แต่กำลัง “ล็อกกำไร” และปรับพอร์ตอย่างระมัดระวังมากขึ้น

หุ้น AI Infrastructure ถูกกดดัน

แรงขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทซอฟต์แวร์ AI แต่ยังลามไปถึงหุ้นกลุ่ม picks-and-shovels หรือบริษัทที่ขายอุปกรณ์และระบบสนับสนุนการสร้าง data center เช่น GE Vernova, Vertiv และ Caterpillar ซึ่งต่างปรับตัวลงหลังนักลงทุนกังวลว่า หากผู้เล่น AI รายใหญ่ทำรายได้ต่ำกว่าเป้า การลงทุนในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจชะลอตัวตามไปด้วย

หุ้นรายตัวเคลื่อนไหวแรงจากผลประกอบการ

นอกจากประเด็น OpenAI แล้ว ตลาดยังถูกขับเคลื่อนด้วย earnings season โดย Domino’s Pizza กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดัน S&P 500 หลังบริษัทลดคาดการณ์ยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ ขณะที่ Spotify ร่วงประมาณ 12% ใน premarket trading หลังการเติบโตของ premium subscribers อ่อนแอกว่าคาด

ในทางกลับกัน General Motors รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าคาด และปรับเพิ่มแนวโน้มทั้งปี ส่วน Coca-Cola ก็ทำผลงานดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร พร้อมขยับคาดการณ์การเติบโตของกำไรต่อหุ้นทั้งปีขึ้นเป็น 8%–9% จากเดิม 7%–8%

ราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด

ราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยมีรายงานว่าน้ำมันซื้อขายใกล้ระดับต่ำกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยืนยันแผนออกจาก OPEC และ OPEC+ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พร้อมทยอยเพิ่มกำลังการผลิต

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจช่วยหุ้นพลังงาน แต่เป็นแรงกดดันต่อผู้บริโภคและธุรกิจที่มีต้นทุนพลังงานสูง ดังนั้นตลาดจึงกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันจากหุ้น AI, ต้นทุนพลังงาน และความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ยพร้อมกัน

Fed และงบ Big Tech คือจุดชี้ขาด

นักลงทุนจับตาการประชุม Federal Reserve ในวันพุธ โดยตลาดคาดว่า FOMC จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5%–3.75% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ราว 4.3% และ VIX อยู่ใกล้ 19 ซึ่งสะท้อนภาวะตลาดที่เปราะบาง แต่ยังไม่ถึงขั้นหวาดกลัวรุนแรง

ประเด็นสำคัญที่สุดในช่วงนี้คือคำชี้แจงเรื่อง capital expenditure หรือ capex ของ Big Tech หาก Alphabet, Amazon, Meta, Microsoft หรือ Apple ส่งสัญญาณลดการลงทุนใน AI infrastructure แรงขายอาจลุกลามมากกว่าที่เห็นในวันนี้ แต่ถ้าบริษัทยังยืนยันแผนลงทุน AI อย่างหนัก ตลาดอาจเริ่มกลับมามีเสถียรภาพได้

มุมมองต่อนักลงทุน

ข่าวนี้สะท้อนว่า ตลาดไม่ได้มอง AI ด้วยความตื่นเต้นเพียงด้านเดียวอีกต่อไป นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับรายได้จริง การเติบโตของผู้ใช้ ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น หุ้น AI ที่เคยขึ้นแรงจึงอาจผันผวนสูง หากตัวเลขไม่สนับสนุนความคาดหวัง

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่ากระแส AI จบลง แต่หมายความว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงคัดเลือกผู้ชนะอย่างจริงจัง บริษัทที่มีรายได้ชัดเจน กระแสเงินสดแข็งแรง และมีบทบาทสำคัญใน ecosystem ของ AI จะยังได้รับความสนใจ ส่วนหุ้นที่ขึ้นจากความคาดหวังมากเกินไปอาจถูกปรับมูลค่าใหม่

สรุป

การที่ OpenAI พลาดเป้ารายได้กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI infrastructure แม้ S&P 500 ยังมีภาพรวมเดือนเมษายนที่แข็งแกร่ง แต่แรงขายในกลุ่ม AI แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น ช่วงต่อไปจึงต้องจับตางบ Big Tech, ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และคำพูดเกี่ยวกับการลงทุน AI อย่างใกล้ชิด

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงข่าวเพื่อให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

#OpenAI #หุ้นAI #SP500 #ข่าวหุ้นสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง