
ราคาน้ำมันคงที่หลังการประท้วงในอิหร่านลดความเสี่ยงการโจมตีของสหรัฐ
ราคาน้ำมันทรงตัว ขณะที่การประท้วงในอิหร่านเริ่มสงบ ลดความเสี่ยงการโจมตีของสหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบโลก ยังคง เคลื่อนไหวอย่างทรงตัว ในวันจันทร์ หลังจากที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเซสชันก่อนหน้า เนื่องจากการปราบปรามการประท้วงในอิหร่านที่รุนแรงเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ความเป็นไปได้ของการตอบโต้ทางทหารโดยสหรัฐอเมริกาซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (อ้างอิง: Reuters)
สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาด
เมื่อเวลา 01:58 GMT ราคาน้ำมัน Brent อยู่ที่ประมาณ $64.18 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เซนต์เท่านั้น ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐสำหรับสัญญากุมภาพันธ์อยู่ที่ $59.52 ต่อบาร์เรล โดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากระดับก่อนหน้าในระดับเดิม ๆ ของการซื้อขาย (อ้างอิง: Reuters)
ปัจจัยกดดันด้านอุปทานและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
การปราบปรามการประท้วงในอิหร่านโดยรัฐบาล ซึ่งกระตุ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากตามรายงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางแหล่งข่าวระบุว่าสูงถึงหลายพันคน (อ้างอิง: Reuters)
ก่อนหน้านี้ ความไม่สงบดังกล่าวในอิหร่านได้ทำให้หลายฝ่ายคาดกันว่าจะเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลางมากขึ้น และเปิดโอกาสให้สหรัฐตอบโต้ด้วยกำลังทหาร ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญอย่าง Strait of Hormuz แต่สัญญาณล่าสุดแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงดังกล่าวลดลง ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลในระยะสั้น (อ้างอิง: Reuters)
ตลาดน้ำมันได้รับผลจากปัจจัยอื่น ๆ ด้วย
นอกเหนือจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลด้านอุปทานภายในสหรัฐเอง โดยข้อมูลจากหน่วยงานด้านพลังงานเผยว่า ปริมาณน้ำมันคงคลังในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 3.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้แนวโน้มเส้นอุปทานมีแนวโน้มฟื้นตัวและกดดันราคาน้ำมันไว้ในระดับทรงตัว (อ้างอิง: Reuters)
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเคลื่อนไหวของฐานการผลิตน้ำมันจากประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะ เวเนซุเอลา ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการปรับขยายกำลังการผลิตให้กลับสู่ระดับก่อนหน้า แม้จะมีแผนการเพิ่มการผลิตของบริษัทน้ำมันต่างชาติ ภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐฯ (อ้างอิง: Reuters)
มุมมองของนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จาก IG Markets ระบุว่า การปรับตัวของราคาน้ำมันในครั้งนี้เกิดขึ้นจาก การถอน “Iran risk premium” ซึ่งเป็นส่วนของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงด้านความไม่สงบที่เคยส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปก่อนหน้า การคลายตัวของความเสี่ยงนี้ทำให้ราคาย้อนกลับลงมาทรงตัว (อ้างอิง: Reuters)
สรุปแนวโน้ม
โดยสรุปแล้ว แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงอยู่ในระดับที่ตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่ในระยะสั้น ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันทั้งจากการคลี่คลายของความรุนแรง และสัญญาณด้านอุปทานที่แข็งแกร่งขึ้นภายในสหรัฐ ทำให้ราคายังไม่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวอย่างสถานการณ์ในตะวันออกกลางและกำลังการผลิตของประเทศ OPEC+ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามต่อไป (อ้างอิง: Reuters)
#ราคาน้ำมัน #อิหร่าน #ตลาดพลังงาน #ภูมิรัฐศาสตร์ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น