
หุ้น Nvidia ฟื้นตัวกว่า 2% หลังแรงขายคลายตัว นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์
หุ้น Nvidia ดีดกลับกว่า 2% หลังตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อหุ้น AI
ราคาหุ้นของ Nvidia (NASDAQ: NVDA) ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% ในการซื้อขายช่วงวันที่ 8 มิถุนายน 2026 หลังจากเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยการฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมาของแรงซื้อในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการประเมินมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง
นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการปรับฐานที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงการพักตัวระยะสั้นของตลาด หลังจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดแรงซื้อกลับในหุ้นชั้นนำอย่าง Nvidia ซึ่งยังคงเป็นผู้นำตลาดด้านชิป AI ระดับโลก
แรงขายสัปดาห์ก่อนเปิดทางให้นักลงทุนเข้าซื้อในราคาที่น่าสนใจ
ก่อนหน้าการฟื้นตัวครั้งนี้ หุ้น Nvidia ร่วงลงมากกว่า 6% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา จากแรงกดดันที่กระจายไปทั่วอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะหลังจากบริษัท Broadcom เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจที่ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของตลาด AI ในระยะสั้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายอย่างหนักทั่วกระดานซื้อขาย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการปรับตัวลงดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ แต่เป็นเพียงการทำกำไรหลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
เมื่อราคาหุ้นลดลงจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ นักลงทุนสถาบันและกองทุนหลายแห่งจึงเริ่มกลับเข้าซื้ออีกครั้ง ส่งผลให้หุ้น Nvidia และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หลายตัวกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี
นอกจาก Nvidia แล้ว หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์หลายตัวต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Intel, AMD, Broadcom, Micron Technology และ Marvell Technology
ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4% สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาของความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมชิปอีกครั้ง
การฟื้นตัวของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังช่วยผลักดันให้ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีจำนวนมาก ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Dow Jones ต่างปิดบวกเช่นกัน
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนคือการคลี่คลายของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิสราเอล ขณะที่อิสราเอลเองก็ชะลอการตอบโต้ทางทหารตามคำร้องขอของสหรัฐอเมริกา
สถานการณ์ดังกล่าวช่วยลดความวิตกกังวลของนักลงทุนทั่วโลกเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนัก
เมื่อความกังวลลดลง นักลงทุนจึงเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่เคยถูกเทขายอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า
Jensen Huang มองการปรับฐานเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤต
ในช่วงเวลาเดียวกัน Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปรับตัวลงของราคาหุ้น โดยระบุว่าการย่อตัวครั้งล่าสุดถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนมากกว่าจะเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาพื้นฐานของบริษัท
คำกล่าวของ Huang ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เนื่องจาก Nvidia ยังคงมีสถานะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI Infrastructure และ Data Center GPU ซึ่งเป็นตลาดที่ยังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
นักวิเคราะห์จำนวนมากยังเชื่อว่าความต้องการใช้ชิป AI จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า จากการขยายตัวของ Generative AI, Large Language Models (LLMs), Cloud Computing และระบบประมวลผลขั้นสูงสำหรับองค์กรต่าง ๆ
Nvidia เดินหน้าขยายความร่วมมือในเอเชีย
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อ Nvidia คือการประกาศความร่วมมือระยะยาวกับบริษัท SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่จากเกาหลีใต้
ทั้งสองบริษัทมีแผนร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีหน่วยความจำรุ่นใหม่สำหรับระบบ AI Infrastructure เพื่อรองรับความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ Nvidia ยังร่วมมือกับ SK Telecom ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Cloud ขนาดใหญ่ในเกาหลีใต้ พร้อมแผนขยายบริการไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียอีกด้วย
ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ระยะยาวของ Nvidia ในการรักษาความเป็นผู้นำของตลาด AI และสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของ Fed
แม้ว่าหุ้น Nvidia จะฟื้นตัวได้ดีในวันดังกล่าว แต่ตลาดยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve)
หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ Fed จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อหุ้นเติบโตสูงอย่าง Nvidia ได้ในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนมากยังคงเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจ AI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการของ Nvidia ในระยะยาว แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคก็ตาม
มุมมองต่ออนาคตของ Nvidia ยังคงแข็งแกร่ง
แม้ราคาหุ้น Nvidia จะเผชิญแรงกดดันเป็นระยะจากการทำกำไรและปัจจัยเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมของบริษัทในระยะยาวยังคงได้รับการสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก
ด้วยบทบาทสำคัญในตลาด GPU สำหรับ Data Center, AI Training และ AI Inference ทำให้ Nvidia ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากนักลงทุนทั่วโลก
การฟื้นตัวกว่า 2% ในครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงแรงซื้อระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของ Nvidia และมองว่าการปรับฐานก่อนหน้าเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นสำหรับอนาคต
#Nvidia #NVDA #AIStocks #หุ้นเทคโนโลยี #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น