เจาะลึก NULV: ETF หุ้นใหญ่สาย Value ที่ผสานแนวคิด ESG ยังน่าสนใจสำหรับนักลงทุนตอนนี้หรือไม่?

เจาะลึก NULV: ETF หุ้นใหญ่สาย Value ที่ผสานแนวคิด ESG ยังน่าสนใจสำหรับนักลงทุนตอนนี้หรือไม่?

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:NULV

เจาะลึก Nuveen ESG Large-Cap Value ETF (NULV): กองทุน ETF สาย Value + ESG ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงนี้

Nuveen ESG Large-Cap Value ETF หรือ NULV กลับมาเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่ถูกจับตา หลังมีบทวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า “กองทุนนี้ยังเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งอยู่หรือไม่” ประเด็นสำคัญของข่าวไม่ได้อยู่แค่เรื่องผลตอบแทนระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างกองทุน แนวคิดการคัดเลือกหุ้นแบบ smart beta และการผสานเกณฑ์ ESG เข้ากับการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่สไตล์ Large-Cap Value ของสหรัฐฯ ด้วย

กองทุน NULV คืออะไร และทำไมถึงถูกพูดถึง

NULV เป็นกองทุน ETF ของ Nuveen ที่เปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2016 โดยมีแนวทางหลักคือการติดตามผลตอบแทนของดัชนีที่มุ่งเน้นหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเชิงมูลค่า หรือ value characteristics ควบคู่ไปกับการคัดกรองด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG กล่าวง่าย ๆ คือ กองทุนนี้ไม่ได้เลือกหุ้นเพียงเพราะราคาดูถูกหรือมูลค่าน่าสนใจเท่านั้น แต่ยังมองเรื่องคุณภาพเชิงความยั่งยืนและการลดความเสี่ยงด้านธุรกิจที่อ่อนไหวด้วย

เหตุผลที่ NULV ถูกพูดถึงมากขึ้น เป็นเพราะมันยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองแนวทางการลงทุนที่ได้รับความนิยมพร้อมกัน นั่นคือ Value Investing และ ESG Investing นักลงทุนบางส่วนชอบหุ้นคุณค่าเพราะมองว่าเป็นกลุ่มที่ราคายังไม่แพงเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่อีกกลุ่มต้องการให้พอร์ตมีความรับผิดชอบต่อสังคมและลดการถือครองธุรกิจที่อาจสร้างความเสี่ยงระยะยาว การรวมสองแนวคิดนี้เข้าด้วยกัน ทำให้ NULV ดูมีจุดขายเฉพาะตัวในตลาด ETF

จุดเด่นของข่าวนี้อยู่ที่ “Smart Beta” ไม่ใช่ ETF ทั่วไป

หัวใจของบทวิเคราะห์คือการชี้ให้เห็นว่า NULV ไม่ใช่ ETF แบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดธรรมดา แต่เป็น smart beta ETF ซึ่งหมายถึงกองทุนที่ใช้กฎการคัดเลือกและถ่วงน้ำหนักหลักทรัพย์แตกต่างจากดัชนีแบบมาตรฐาน จุดประสงค์คือพยายามสร้างสมดุลระหว่างโอกาสรับผลตอบแทนกับความเสี่ยงให้ดีขึ้นกว่าการตามดัชนีทั่วไปแบบตรง ๆ

ในโลกของ ETF แบบดั้งเดิม หุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงจะได้สัดส่วนมากเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้พอร์ตไหลไปตามบริษัทขนาดใหญ่มากโดยอัตโนมัติ แต่วิธีของ smart beta พยายามใส่ “กฎพิเศษ” เพิ่มเข้าไป เช่น การเน้นหุ้นที่มีลักษณะคุณค่า คุณภาพ งบดุลแข็งแรง หรือมีคะแนน ESG ดีกว่าเฉลี่ย สิ่งนี้ทำให้ NULV กลายเป็นเครื่องมือสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้ต้องการแค่ “ตามตลาด” แต่หวังว่าจะได้พอร์ตที่คัดกรองมากขึ้นและอาจให้โปรไฟล์ความเสี่ยง-ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าในบางช่วงเวลา

โครงสร้างการลงทุนของ NULV เน้นหุ้นใหญ่สหรัฐฯ ที่มีลักษณะ Value

1) โฟกัสที่หุ้น Large Cap

กองทุนนี้ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วหุ้นกลุ่มนี้มักมีธุรกิจที่มั่นคง กระแสเงินสดชัดเจน และเป็นบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักดี ความได้เปรียบคือความผันผวนมักไม่สูงเท่าหุ้นเล็กหรือหุ้นเติบโตเชิงรุกมาก ๆ แม้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป แต่ในเชิงโครงสร้างถือว่าเป็นฐานพอร์ตที่ค่อนข้างมั่นคงกว่า ETF ที่เน้นธีมร้อนแรงหรือหุ้นเฉพาะกลุ่มมากเกินไป

2) เอียงไปทาง Value

คำว่า Value ในที่นี้ หมายถึงหุ้นที่มีลักษณะราคายังไม่แพงมากเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานบางอย่าง เช่น กำไร มูลค่าทางบัญชี หรือกระแสเงินสด กลุ่มนี้มักถูกมองว่าเหมาะในช่วงที่นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความคุ้มค่ามากกว่าการไล่ซื้อการเติบโตเพียงอย่างเดียว ดังนั้น NULV จึงอาจตอบโจทย์คนที่ต้องการลดความร้อนแรงของพอร์ต แต่ยังคงอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อไป

3) มีเกณฑ์ ESG เป็นตัวคัดกรองเพิ่ม

สิ่งที่ทำให้ NULV แตกต่างจากกองทุน Value ทั่วไปคือการเพิ่มกรอบ ESG เข้าไปในขั้นตอนคัดเลือกหุ้น โดยข้อมูลที่เปิดเผยจากแหล่งอ้างอิงระบุว่ากองทุนมุ่งลดการถือครองบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบางธุรกิจอ่อนไหว เช่น แอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธ การพนัน และบางกรณียังให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของพอร์ตเมื่อเทียบกับดัชนีแม่ด้วย

สินทรัพย์ภายใต้การบริหารและขนาดกองทุนสะท้อนอะไร

ข้อมูลที่เผยแพร่ในบทวิเคราะห์และแหล่งอ้างอิงรอบข้างชี้ว่า NULV มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารระดับประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ถูกจัดว่าเป็น ETF ขนาดกลางในหมวด Style Box – Large Cap Value ไม่ได้เล็กจนสภาพคล่องน่ากังวล และก็ไม่ได้ใหญ่ระดับครองตลาด แต่ขนาดนี้ถือว่าเพียงพอให้ตลาดมองเห็นและนักลงทุนสถาบันจำนวนไม่น้อยสามารถเข้าถึงได้

การที่กองทุนมีขนาดระดับนี้ยังบอกเป็นนัยว่ามันผ่านช่วงพิสูจน์ตัวเองมาแล้วพอสมควร เพราะ ETF ที่ขนาดเล็กมากมักเผชิญคำถามเรื่องการอยู่รอดระยะยาว แต่ NULV มีประวัติยาวหลายปีและยังคงเป็นตัวเลือกในกลุ่ม ESG + Value ที่นักวิเคราะห์หยิบมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

พอร์ตการลงทุนกระจุกตัวมากไหม

หนึ่งในจุดที่ข่าวต้นทางยกขึ้นมาคือ NULV มีการกระจายการลงทุนในหุ้นหลายสิบถึงราวหนึ่งร้อยบริษัท แล้วแต่ช่วงเวลาที่สำรวจ โดยสัดส่วนการถือครองหุ้น 10 อันดับแรกคิดเป็นเพียงราวหนึ่งในห้าของสินทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งถือว่าไม่ได้กระจุกตัวเกินไปสำหรับ ETF ที่มีธีมเฉพาะทาง นักลงทุนจึงไม่ได้ฝากความหวังไว้กับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป

จากข้อมูลสรุปที่เผยแพร่ หุ้นที่มักอยู่ในกลุ่มถือครองอันดับต้น ๆ ของกองทุนมีบริษัทขนาดใหญ่ที่ตลาดรู้จักดี เช่น Oracle, Coca-Cola และ PepsiCo สะท้อนบุคลิกของกองทุนที่เน้นธุรกิจขนาดใหญ่ รายได้มั่นคง และมักอยู่ในโหมด “หุ้นคุณค่า” มากกว่าหุ้นเติบโตเชิงหวือหวา

ผลตอบแทนที่ผ่านมา: มองอย่างไรไม่ให้หลงตัวเลขระยะสั้น

ในสรุปของบทความที่เผยแพร่ผ่านช่องทางอื่น NULV เคยถูกระบุว่าทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ในระดับสองหลัก และผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือนก็อยู่ในระดับที่น่าสนใจในช่วงเวลาที่ทำการประเมิน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลตอบแทนของ ETF เปลี่ยนแปลงตลอดตามภาวะตลาด ดังนั้นประเด็นสำคัญกว่าคือ “กองทุนนี้ทำหน้าที่ได้ตรงกับสไตล์ที่นักลงทุนต้องการหรือไม่” ไม่ใช่ดูเพียงว่าเดือนล่าสุดหรือไตรมาสล่าสุดชนะตลาดหรือเปล่า

หากมองในเชิงพฤติกรรมการลงทุน NULV มักจะดูน่าสนใจมากขึ้นในช่วงที่ตลาดเริ่มหมุนจากหุ้นเติบโตสูงไปหาหุ้นมูลค่า หรือในช่วงที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพงบดุลและความสามารถทำกำไรสม่ำเสมอ มากกว่าความหวังต่อการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพียงอย่างเดียว ดังนั้นความแข็งแกร่งของกองทุนนี้จึงขึ้นกับ “สภาพแวดล้อมของตลาด” ด้วย ไม่ได้เป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกช่วงเวลา

ความเสี่ยงของ NULV อยู่ในระดับไหน

แหล่งสรุประบุว่า NULV มีค่าเบต้าใกล้ 0.9 กว่า ๆ และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานย้อนหลัง 3 ปีอยู่แถวระดับกลางของกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ ความหมายแบบง่ายคือ กองทุนนี้ยังผันผวนตามตลาดหุ้นอยู่ แต่ไม่ได้แกว่งแรงแบบกองทุนธีมเฉพาะหรือหุ้นเติบโตสูงบางประเภท ประโยชน์ของการถือหุ้นหลายตัวในพอร์ตก็ช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะบริษัทลงได้พอสมควร

อย่างไรก็ดี คำว่า ESG ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัย” และคำว่า Value ก็ไม่ได้แปลว่า “ถูกเสมอ” นักลงทุนยังต้องรับความเสี่ยงจากตลาดสหรัฐฯ ภาวะดอกเบี้ย การชะลอตัวเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดต่อหุ้นกลุ่มคุณค่าอยู่ดี นี่คือเหตุผลที่ข่าวแนวนี้มักลงท้ายว่า กองทุนอาจเหมาะกับบางพอร์ต แต่ไม่ใช่ตัวแทนของทุกเป้าหมายการลงทุน

แล้ว NULV “แข็งแกร่ง” จริงหรือไม่

ถ้าตอบแบบตรงไปตรงมา NULV ถือเป็น ETF ที่มีเหตุผลรองรับค่อนข้างชัดเจนในเชิงโครงสร้าง เพราะมันรวม 3 คุณสมบัติที่นักลงทุนจำนวนมากต้องการไว้ด้วยกัน ได้แก่ หุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ, สไตล์ Value และ เกณฑ์ ESG นี่ทำให้กองทุนมีภาพลักษณ์เป็น “ตัวเลือกเชิงคุณภาพ” มากกว่ากองทุนที่ไล่ตามกระแสเพียงระยะสั้น

แต่ถ้าจะใช้คำว่าแข็งแกร่งในความหมายของ “เหมาะกับทุกคน” คำตอบคงไม่ใช่ เพราะนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนเชิงรุกมาก ๆ อาจรู้สึกว่า NULV ค่อนข้างนิ่งเกินไป ขณะเดียวกันคนที่ต้องการพอร์ตตลาดกว้างแบบต้นทุนต่ำที่สุด อาจเลือก ETF ที่อิงมาร์เก็ตแคปปกติมากกว่า ฉะนั้น NULV จะดูโดดเด่นที่สุดเมื่ออยู่ในมือของนักลงทุนที่ต้องการคัดกรองเชิงคุณภาพเพิ่มจาก ETF มาตรฐาน แต่ยังไม่อยากลงลึกถึงขั้นเลือกหุ้นรายตัวเอง

มุมมองเชิงเปรียบเทียบ: NULV เหมาะกับใคร

เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ

นักลงทุนที่เหมาะกับ NULV มักเป็นคนที่ต้องการพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ แต่ไม่อยากถือทุกบริษัทในดัชนีแบบเท่ากันทั้งหมด และต้องการหลีกเลี่ยงบางธุรกิจที่ขัดกับหลัก ESG นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่เชื่อว่าหุ้น Value อาจมีบทบาทมากขึ้นในวัฏจักรตลาดบางช่วง โดยเฉพาะเวลาที่อัตราดอกเบี้ยสูงหรือเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน นักลงทุนกลุ่มนี้มักให้ค่าน้ำหนักกับ “คุณภาพและราคาเหมาะสม” มากกว่าการเติบโตหวือหวา

อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ

ในทางกลับกัน ถ้าคุณต้องการ ETF ที่ตามตลาดสหรัฐฯ กว้างมากที่สุดแบบต้นทุนต่ำสุด หรืออยากเน้นหุ้นเทคโนโลยีเติบโตสูงแบบชัดเจน NULV อาจไม่ใช่คำตอบแรก เพราะกองทุนนี้มีฟิลเตอร์หลายชั้น ทั้ง Value และ ESG ซึ่งทำให้พอร์ตแตกต่างจากดัชนีทั่วไปพอสมควร ความแตกต่างนี้อาจช่วยได้ในบางจังหวะ แต่ก็อาจทำให้ผลตอบแทนตามหลังตลาดกว้างในช่วงที่หุ้น Growth วิ่งแรงมากเช่นกัน

ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตาต่อจากนี้

หากจะติดตาม NULV ต่อ สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ราคาหน่วยลงทุนรายวัน แต่ควรดู 4 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่ แนวโน้มของหุ้น Value ในสหรัฐฯ, ทิศทางกระแสเงินไหลเข้าออก ETF กลุ่ม ESG, สัดส่วนการถือครองหุ้นหลักในพอร์ต และการเปรียบเทียบผลตอบแทนกับกองทุน Large Value อื่น ๆ ที่ไม่มีฟิลเตอร์ ESG เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยตอบได้ชัดกว่า ว่าความได้เปรียบของ NULV มาจากสไตล์ Value จริง ๆ หรือมาจากการคัดกรอง ESG เป็นหลัก

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือดัชนีอ้างอิงของกองทุน ปัจจุบันข้อมูลจาก Nuveen ระบุว่ากองทุนติดตาม Nuveen ESG USA Large-Cap Value Index ขณะที่บางแหล่งข้อมูลตลาดยังอ้างถึง TIAA ESG USA Large-Cap Value Index ซึ่งสะท้อนว่าชื่อหรือการอ้างอิงดัชนีอาจมีการอัปเดตตามโครงสร้างผลิตภัณฑ์และผู้ให้บริการข้อมูล นักลงทุนจึงควรตรวจสอบจากหน้าอย่างเป็นทางการของกองทุนทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

สรุปภาพรวมของข่าว

ถ้าสรุปข่าวนี้แบบภาษาง่าย ๆ NULV ไม่ได้ถูกยกให้เป็น “ETF ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน” แต่ถูกนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในกองทุนที่น่าพิจารณาสำหรับคนที่อยากได้หุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่แนว Value และให้ความสำคัญกับ ESG ไปพร้อมกัน จุดแข็งอยู่ที่โครงสร้างกองทุนชัดเจน มีประวัติการดำเนินงานหลายปี กระจายการลงทุนพอสมควร และถือหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ค่อนข้างมีคุณภาพในเชิงพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม คำถามว่า “ตอนนี้ยังแข็งแกร่งไหม” คงต้องตอบว่า แข็งแกร่งในฐานะกองทุนที่มีคอนเซ็ปต์ชัดและเหมาะกับนักลงทุนบางสไตล์ มากกว่าจะเป็นคำตอบตายตัวสำหรับทุกพอร์ต ใครที่เชื่อในแนวทาง Value และต้องการคัดกรอง ESG เพิ่ม NULV ถือว่าน่าสนใจ แต่ใครที่อยากได้การอิงตลาดกว้างแบบเรียบง่ายหรือผลตอบแทนเชิงรุกสูงมาก อาจต้องเปรียบเทียบกับ ETF ทางเลือกอื่นก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบรายละเอียดทางการเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บกองทุนของ Nuveen ที่ Nuveen

#NULV #ETF #ESGInvesting #ValueInvesting #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง