
Nasdaq จ่อเปิดตลาดอ่อนตัว หลังทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อและความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์
Nasdaq จ่อเปิดตลาดอ่อนตัว หลังทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มเปิดการซื้อขายอย่างระมัดระวังในวันศุกร์ หลังจากวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีสำคัญอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ Dow Jones กลับมายืนเหนือระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 50,000 จุดได้อีกครั้ง
ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพักฐาน
ก่อนเปิดตลาด ดัชนีฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนลบ โดย Dow Jones futures ลดลงราว 0.5%, S&P 500 futures อ่อนตัวประมาณ 0.9% และ Nasdaq 100 futures ลดลงราว 1.3% สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยง หลังตลาดเพิ่งปรับขึ้นแรงในวันก่อนหน้า
แรงซื้อก่อนหน้านี้ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกระแส Artificial Intelligence หรือ AI ที่กลับมาคึกคัก โดย Nasdaq ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นเทคสูง ปิดบวกประมาณ 0.9% แตะระดับ 26,635 จุด ขณะที่ Dow และ S&P 500 ต่างปรับขึ้นราว 0.8%
หุ้นเทคหนุนตลาด แต่ความเสี่ยงยังไม่หาย
หนึ่งในหุ้นที่โดดเด่นคือ Cisco ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 13% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้และกำไร ส่วน Nvidia เพิ่มขึ้น 4.4% หลังสหรัฐฯ อนุมัติการส่งออกชิป H200 ให้กับบริษัทจีน 10 แห่ง
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมยังไม่สดใสทั้งหมด แม้ข่าวการอนุมัติชิปจะช่วยลดความกังวลบางส่วน แต่ประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ตลาดจับตา นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าจะมีข้อตกลงสำคัญที่เปลี่ยนภาพรวมเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น
เงินเฟ้อกลับมากดดัน Fed
อีกปัจจัยสำคัญคือข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต โดยเฉพาะ PPI รายเดือนที่เพิ่มขึ้น 1.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.4% อย่างมาก
ตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่า Federal Reserve หรือ Fed อาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยถูกประเมินไว้ราว 45% ซึ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากไม่กี่วันก่อนหน้า และทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในปี 2026 ลดลงอย่างชัดเจน
ราคาน้ำมันและความตึงเครียดโลกเพิ่มแรงกดดัน
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นอีกแรงกดดัน โดยความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในอนาคต หากต้นทุนพลังงานสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจกระทบทั้งภาคธุรกิจ ผู้บริโภค และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดพันธบัตรในอังกฤษและญี่ปุ่น โดยรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 มีกำหนดหารือประเด็นแรงขายในตลาดพันธบัตรในการประชุมที่กรุงปารีสช่วงต้นสัปดาห์หน้า
สรุปภาพรวมตลาด
โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะ “พักหายใจ” หลังพุ่งขึ้นแรงจากแรงหนุนของหุ้น AI และเทคโนโลยี แต่ปัจจัยเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และความตึงเครียดระหว่างประเทศยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปและเรียบเรียงข้อมูลข่าวเชิงตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น