ดอกเบี้ย Mortgage สหรัฐฯ พุ่งตาม Bond Yield แตะ 6.51% กดดันตลาดบ้านและผู้กู้

ดอกเบี้ย Mortgage สหรัฐฯ พุ่งตาม Bond Yield แตะ 6.51% กดดันตลาดบ้านและผู้กู้

โดย ADMIN

ดอกเบี้ย Mortgage สหรัฐฯ พุ่งตาม Bond Yield แตะ 6.51% กดดันตลาดบ้านและผู้กู้

อัตราดอกเบี้ย Mortgage ในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงอีกครั้ง โดยค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ของสินเชื่อบ้านแบบ 30-year fixed mortgage จาก Freddie Mac เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.51% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 เดือน และอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 ตามรายงานของ Barron’s

ทำไมดอกเบี้ยบ้านถึงขึ้น?

ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับตัวขึ้นของ 10-year Treasury yield หรือผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งมักถูกใช้เป็นตัวอ้างอิงสำคัญของต้นทุนสินเชื่อบ้านระยะยาว เมื่อ Bond Yield ขยับขึ้น ต้นทุนการกู้เงินของผู้ซื้อบ้านก็มักปรับขึ้นตามไปด้วย

ในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว 10-year Treasury yield เพิ่มขึ้นราว 0.11 percentage point สะท้อนแรงขายในตลาดพันธบัตร เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังไม่จบง่าย โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามในอิหร่านและราคาพลังงานที่สูงขึ้น

ผลกระทบต่อคนซื้อบ้าน

เมื่อดอกเบี้ย Mortgage สูงขึ้น ค่างวดรายเดือนก็แพงขึ้นทันที ทำให้ความสามารถในการซื้อบ้านหรือ housing affordability แย่ลง คนที่วางแผนซื้อบ้านอาจต้องลดงบ เลื่อนการซื้อ หรือเลือกบ้านที่ราคาต่ำลงกว่าเดิม

Bob Broeksmit ประธานและ CEO ของ Mortgage Bankers Association ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกำลังกดดันทั้งความสามารถในการจ่ายและจำนวนการยื่นขอสินเชื่อบ้าน ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของดีมานด์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์

ผู้กู้เริ่มหันไปหา Adjustable-Rate Mortgage

ท่ามกลางดอกเบี้ยที่ยังสูง ผู้ซื้อบ้านบางส่วนเริ่มหันจากสินเชื่อบ้านแบบดอกเบี้ยคงที่ 30 ปี ไปหา adjustable-rate mortgage หรือ ARM มากขึ้น เพราะช่วงแรกมักมีดอกเบี้ยต่ำกว่าและช่วยลดค่างวดรายเดือนได้

อย่างไรก็ตาม ARM มีความเสี่ยง เพราะดอกเบี้ยสามารถปรับขึ้นในอนาคตได้ หากภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย ผู้กู้จึงต้องประเมินรายได้ แผนการถือครองบ้าน และความสามารถในการรับความผันผวนอย่างรอบคอบ

หุ้นกลุ่ม Home Builder ถูกกดดัน

ดอกเบี้ยบ้านที่สูงขึ้นไม่ได้กระทบแค่ผู้ซื้อบ้าน แต่ยังกดดันบริษัทสร้างบ้านและธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย โดย iShares U.S. Home Construction ETF ซึ่งสะท้อนหุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ปรับตัวลงประมาณ 1.3% ในช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ

ตลาดบ้านสหรัฐฯ ยังเผชิญแรงกดดัน

ภาวะนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายฝ่ายเคยคาดหวังว่า Mortgage Rates จะเริ่มลดลงในปี 2026 แต่การพุ่งขึ้นของ Bond Yield ทำให้ความหวังดังกล่าวอ่อนแรงลง นักลงทุน ผู้ซื้อบ้าน และผู้ประกอบการอสังหาฯ จึงต้องจับตาทั้งทิศทางเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน สงครามในอิหร่าน และสัญญาณจากตลาดพันธบัตรอย่างใกล้ชิด

สรุปภาพรวม

การขึ้นของดอกเบี้ย Mortgage สหรัฐฯ สู่ 6.51% เป็นสัญญาณว่าตลาดบ้านยังไม่หลุดพ้นจากแรงกดดันด้านต้นทุนการเงิน แม้ผู้ซื้อบางรายยังเดินหน้าซื้อบ้าน แต่หลายคนต้องปรับกลยุทธ์ เช่น เลือกสินเชื่อแบบ ARM หรือชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน

ประเด็นสำคัญคือ Mortgage Rates ไม่ได้ขึ้นลงจาก Fed Rate เพียงอย่างเดียว แต่ผูกกับความเคลื่อนไหวของ Treasury Yield อย่างใกล้ชิด ดังนั้น หาก Bond Yield ยังสูงจากความกังวลเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดบ้านสหรัฐฯ ก็อาจยังเผชิญภาวะตึงตัวต่อไป

#MortgageRates #TreasuryYield #ตลาดบ้านสหรัฐ #ดอกเบี้ยบ้าน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง