
MINISO รายได้ไตรมาสแรกปี 2026 โตแรง 28.5% แตะ 5.69 พันล้านหยวน กำไรพุ่งจากแรงหนุนธุรกิจหลักและการลงทุน AI
MINISO รายงานผลประกอบการ Q1 2026 รายได้โตเกินคาด ขยายสาขาทั่วโลกต่อเนื่อง
MINISO Group Holding Limited รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 โดยรายได้รวมอยู่ที่ 5,688.4 ล้านหยวน หรือประมาณ 824.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนแรงเติบโตของธุรกิจค้าปลีกไลฟ์สไตล์ ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดต่างประเทศ โดยผลประกอบการนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 จากเอกสารบริษัทและ earnings call transcript ของ Seeking Alpha
รายได้โตเกินคาดจากแบรนด์ MINISO และ TOP TOY
รายได้จากแบรนด์หลัก MINISO เพิ่มขึ้น 26.6% เป็น 5,173.4 ล้านหยวน โดยจีนแผ่นดินใหญ่ยังเป็นตลาดสำคัญ รายได้ในจีนเพิ่มขึ้น 29.6% จากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโตระดับ high-single digit ขณะที่ตลาดต่างประเทศเติบโต 21.9% และยังมีสัดส่วนรายได้ราว 37.5% ของรายได้แบรนด์ MINISO
อีกหนึ่งไฮไลต์คือแบรนด์ของเล่นและสินค้า pop culture อย่าง TOP TOY ซึ่งทำรายได้ 514.5 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 51.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ IP product, collectible toys และสินค้าที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ยังเป็นเครื่องยนต์เติบโตสำคัญของบริษัท
กำไรสุทธิพุ่งเกือบ 200% แต่มีแรงหนุนจากรายการพิเศษ
กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,248.1 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 199.7% จากปีก่อน ขณะที่ net profit margin เพิ่มเป็น 21.9% จาก 9.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรครั้งนี้ไม่ได้มาจากธุรกิจค้าปลีกเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับแรงหนุนจาก unrealized mark-to-market gain มูลค่า 874.6 ล้านหยวน จากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน limited partnership ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม AI
หากมองเฉพาะกำไรปรับปรุงแล้ว adjusted net profit อยู่ที่ 550.6 ล้านหยวน ลดลงจาก 587.2 ล้านหยวนในปีก่อน แต่หากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนออก กำไรปรับปรุงจะอยู่ที่ 633.1 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.1% ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจหลักยังเติบโต แต่มีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายและ margin บางส่วน
Gross margin ลดลงเล็กน้อยจากโครงสร้างรายได้
กำไรขั้นต้นของ MINISO อยู่ที่ 2,464.0 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25.8% ส่วน gross margin อยู่ที่ 43.3% ลดลงจาก 44.2% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติมี margin สูงกว่า ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 44.0% เป็น 1,470.9 ล้านหยวน เนื่องจากบริษัทลงทุนต่อเนื่องในสาขาแบบ directly operated stores รวมถึงค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา เงินเดือน การตลาด และ licensing expenses ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา IP เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
การขยายสาขายังเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์
MINISO ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าทั่วโลก โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 บริษัทมีจำนวนร้านค้ารวม 8,565 สาขา เพิ่มขึ้นสุทธิจากไตรมาสก่อนหน้า การขยายสาขานี้ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า ทั้งในตลาดจีน ตลาดเอเชีย และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ
กลยุทธ์ของบริษัทไม่ได้เน้นเพียงจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังเน้นคุณภาพของร้าน เช่น การปรับรูปแบบร้านให้ใหญ่ขึ้น การจัดวางสินค้าให้ชัดเจนขึ้น และการเพิ่มสินค้า IP ที่มีความแตกต่าง เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Gen Z และครอบครัวที่มองหาสินค้าราคาจับต้องได้แต่มีดีไซน์
ตลาดจีนฟื้นตัว ส่วนต่างประเทศยังมีบทบาทสำคัญ
รายได้ในจีนแผ่นดินใหญ่เติบโตโดดเด่นจาก same-store sales growth ที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ต่างประเทศยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญ โดยเฉพาะตลาดที่ผู้บริโภคชื่นชอบสินค้าราคาเข้าถึงง่าย ดีไซน์น่ารัก และมีความเป็น lifestyle brand
แม้สัดส่วนรายได้ต่างประเทศของแบรนด์ MINISO ลดลงเล็กน้อยจาก 39.0% เหลือ 37.5% แต่ตลาดนอกจีนยังคงมีความสำคัญต่อภาพระยะยาว เพราะช่วยเพิ่มการกระจายความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้บริษัทเติบโตในภูมิภาคใหม่ ๆ
TOP TOY กลายเป็นธุรกิจดาวรุ่ง
TOP TOY เป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตา เพราะเติบโตเร็วกว่าภาพรวมของกลุ่มบริษัท รายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% บ่งชี้ว่าตลาดของเล่นสะสม สินค้า blind box และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ IP ยังมี demand แข็งแรง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ยังมีต้นทุนบางส่วนที่ต้องจับตา เช่น share-based compensation และต้นทุนการพัฒนาแบรนด์ หากบริษัทบริหารต้นทุนได้ดี TOP TOY อาจกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ช่วยเพิ่ม valuation ของกลุ่ม MINISO ในระยะยาว
มุมมองต่อหุ้น MNSO หลังงบ Q1 2026
ผลประกอบการไตรมาสนี้มีทั้งจุดแข็งและจุดที่นักลงทุนต้องระวัง ด้านบวกคือรายได้เติบโตสูง ธุรกิจหลักยังขยายตัว และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ด้านที่ต้องติดตามคือคุณภาพของกำไร เพราะกำไรสุทธิส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษด้านการลงทุน AI ไม่ใช่ cash profit จากการขายสินค้าโดยตรง
นอกจากนี้ adjusted net margin ลดลงจากปีก่อน แสดงให้เห็นว่าแม้ยอดขายเติบโตดี แต่ต้นทุนการขยายธุรกิจ ค่าใช้จ่ายร้านค้า และค่าใช้จ่ายด้าน IP ยังเป็นแรงกดดันต่อ profitability ในระยะสั้น
สรุปภาพรวม
โดยรวมแล้ว MINISO ส่งสัญญาณการเติบโตที่แข็งแรงใน Q1 2026 รายได้โตเกินคาดจากทั้งแบรนด์ MINISO และ TOP TOY ขณะที่การขยายสาขาทั่วโลกยังเดินหน้าต่อเนื่อง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น แต่ผู้ลงทุนควรแยกให้ออกระหว่างกำไรจากธุรกิจหลักกับกำไรจากรายการพิเศษ
หากบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ควบคุมค่าใช้จ่าย และขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ MINISO ยังมีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้เล่นค้าปลีกไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่เติบโตต่อเนื่องในปี 2026
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น