
Milestone Pharmaceuticals เผยยอดเริ่มต้น CARDAMYST หนุนความหวังตลาดยา PSVT แต่รายได้ไตรมาสแรกยังต่ำกว่าคาด
Milestone Pharmaceuticals เผยยอดเริ่มต้น CARDAMYST หนุนความหวังตลาดยา PSVT แต่รายได้ไตรมาสแรกยังต่ำกว่าคาด
Milestone Pharmaceuticals Inc. (NASDAQ: MIST) รายงานความคืบหน้าทางธุรกิจและผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยจุดสนใจหลักอยู่ที่การเปิดตัว CARDAMYST หรือ etripamil nasal spray ยาพ่นจมูกสำหรับผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นเร็วชนิด PSVT ในผู้ใหญ่ หลังเริ่มทำตลาดเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026
ยอดใช้ CARDAMYST เริ่มมีแรงส่งหลังเปิดตลาด
บริษัทระบุว่า CARDAMYST มียอด prescription ราว 600 รายการ สำหรับผู้ป่วยประมาณ 560 คน จนถึงเดือนเมษายน 2026 และมีแพทย์ผู้สั่งใช้ยาประมาณ 400 ราย ซึ่งสะท้อนว่าผลิตภัณฑ์เริ่มได้รับความสนใจจากกลุ่ม cardiologists, electrophysiologists และ healthcare providers ในระยะแรกของการเปิดตัว
CARDAMYST ถือเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของ Milestone เพราะเป็นยาพ่นจมูกที่ออกแบบให้ผู้ป่วยสามารถใช้เองได้เมื่อเกิดอาการ PSVT แบบเฉียบพลัน ช่วยเพิ่มทางเลือกในการดูแลอาการนอกโรงพยาบาล โดยบริษัทวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์นี้เป็น on-demand therapy สำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีอาการหัวใจเต้นเร็วเป็นช่วง ๆ
Express Scripts เพิ่ม CARDAMYST ใน formulary
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ Express Scripts ได้เพิ่ม CARDAMYST เข้าใน commercial national formularies ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2026 ส่งผลให้ผู้มีประกันเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ เข้าถึงยาได้มากขึ้น โดย Milestone ระบุว่าปัจจุบันมี commercially insured lives มากกว่า 25% ที่มี coverage สำหรับ CARDAMYST แล้ว
สำหรับบริษัทยาชีวเวชภัณฑ์ขนาดเล็ก การได้รับ coverage จาก payer รายใหญ่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย แต่ยังช่วยให้แพทย์มีความมั่นใจมากขึ้นในการสั่งใช้ยา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด
ผลประกอบการไตรมาส 1 ยังสะท้อนต้นทุนช่วงเปิดตัว
ในด้านตัวเลขการเงิน Milestone รายงานรายได้จากผลิตภัณฑ์ประมาณ 0.2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 238,000 ดอลลาร์ในไตรมาสแรก ขณะที่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 26.1 ล้านดอลลาร์ หรือขาดทุน 0.20 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 20.8 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 15.8 ล้านดอลลาร์ จาก 10.4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการสร้างทีมขาย การทำตลาด และกิจกรรมสนับสนุนการ launch ของ CARDAMYST ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบริษัทที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก clinical-stage ไปสู่ commercial-stage
เงินสดยังรองรับการดำเนินงานถึงครึ่งหลังปี 2027
Milestone มีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และ short-term investments รวม 184.2 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 เพิ่มขึ้นจาก 106.0 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 โดยบริษัทคาดว่าเงินทุนดังกล่าวเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายดำเนินงานและเงินลงทุนจนถึงครึ่งหลังของปี 2027
เดินหน้า Phase 3 ใน AFib-RVR
นอกจาก PSVT แล้ว Milestone ยังเริ่มโครงการทดลองทางคลินิก Phase 3 สำหรับการใช้ etripamil ในผู้ป่วย atrial fibrillation with rapid ventricular rate หรือ AFib-RVR โดยคาดว่าจะเริ่มรับผู้ป่วยรายแรกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
หากการศึกษาใน AFib-RVR ประสบความสำเร็จ อาจเปิดโอกาสให้ etripamil ขยายตลาดได้กว้างขึ้น เพราะ AFib เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้มาก และผู้ป่วยบางกลุ่มมีความต้องการทางเลือกการรักษาที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และช่วยลดภาระการเข้ารับการดูแลฉุกเฉิน
ขยายโอกาสนอกสหรัฐฯ ทั้งยุโรปและจีน
บริษัทระบุว่าใบคำขออนุญาตการตลาดของ etripamil nasal spray ในยุโรปได้รับการรับพิจารณาจาก European Medicines Agency แล้ว โดยชื่อแบรนด์แบบมีเงื่อนไขในยุโรปคือ TACHYMIST และคาดว่าจะมีการตัดสินใจภายในครึ่งแรกของปี 2027 ส่วนในจีน สิทธิ์เชิงพาณิชย์เกี่ยวข้องกับพันธมิตรในภูมิภาค Greater China และคำขอ NDA ได้รับการรับพิจารณาจาก NMPA ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ภาพรวมต่อหุ้น MIST
แม้ตัวเลขยอด prescription ช่วงแรกของ CARDAMYST ดูมีสัญญาณบวก แต่ตลาดยังจับตาว่ารายได้จะเร่งตัวได้เร็วแค่ไหน เพราะผลประกอบการไตรมาสแรกยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดไว้ และบริษัทอยู่ในช่วงใช้เงินสูงเพื่อสร้างตลาดใหม่
ประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามต่อไป ได้แก่ ความเร็วในการขยาย payer coverage, จำนวน prescription รายไตรมาส, feedback จากแพทย์และผู้ป่วย, ค่าใช้จ่ายเชิงพาณิชย์, ความคืบหน้า Phase 3 ใน AFib-RVR และโอกาสการอนุมัติในยุโรป
สรุป
ข่าวนี้สะท้อนว่า Milestone Pharmaceuticals กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพิสูจน์ศักยภาพเชิงพาณิชย์ของ CARDAMYST หลังได้รับการอนุมัติและเริ่มทำตลาดจริงในสหรัฐฯ ยอดสั่งใช้ช่วงแรกและการได้ coverage จาก Express Scripts เป็นสัญญาณบวก แต่รายได้ที่ยังเล็กและการขาดทุนต่อเนื่องทำให้บริษัทต้องแสดงให้เห็นว่า demand สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในไตรมาสต่อ ๆ ไป
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงข่าวเชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำทางการแพทย์
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น