Micron Technology ถูกประเมินว่าราคาหุ้นอาจร่วงแรงปลายปี แม้กระแส AI ดันธุรกิจหน่วยความจำเติบโต

Micron Technology ถูกประเมินว่าราคาหุ้นอาจร่วงแรงปลายปี แม้กระแส AI ดันธุรกิจหน่วยความจำเติบโต

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:MU

Micron Technology อาจเผชิญแรงกดดันด้านมูลค่าหุ้น แม้อุตสาหกรรม AI ยังเติบโต

บริษัท Micron Technology หนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก กำลังถูกจับตามองอย่างหนักจากนักลงทุนทั่วโลก หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดช่วงปีที่ผ่านมา จากแรงหนุนของกระแส Artificial Intelligence (AI) ที่ทำให้ความต้องการใช้งานหน่วยความจำประเภท HBM, DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม รายงานวิเคราะห์ล่าสุดจากเว็บไซต์ด้านการเงินชื่อดัง 24/7 Wall St. ระบุว่า ราคาหุ้นของ Micron อาจปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าธุรกิจ AI จะยังเติบโตต่อเนื่องก็ตาม โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาหุ้นมีโอกาสลดลงไปแตะระดับประมาณ 435.15 ดอลลาร์ ต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบันราว 45%

ราคาหุ้น Micron พุ่งแรงจากกระแส AI Memory Boom

ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หุ้นของ Micron ปรับตัวขึ้นมากกว่า 800% จากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ Data Center และ AI Training Cluster ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยี HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI ยุคใหม่

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการ Cloud, Hyperscaler และบริษัทพัฒนา AI ต่างเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ส่งผลให้ตลาดชิปหน่วยความจำเกิดภาวะตึงตัว และราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Micron ได้ประโยชน์เต็มจากตลาดหน่วยความจำ

Micron ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด Memory Chip ร่วมกับ Samsung Electronics และ SK Hynix โดยบริษัทมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี DRAM และ HBM รุ่นใหม่ ซึ่งถูกนำไปใช้ใน GPU และ AI Accelerator ระดับสูง

นักลงทุนจำนวนมากมองว่า Micron คือหนึ่งในบริษัทที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากยุค AI Supercycle ทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Semiconductor อย่างต่อเนื่อง

ทำไมนักวิเคราะห์จึงมองว่าหุ้น Micron อาจปรับฐานแรง

แม้แนวโน้มธุรกิจจะยังแข็งแกร่ง แต่รายงานจาก 24/7 Wall St. เตือนว่า ราคาหุ้น Micron ในปัจจุบันอาจสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกมากเกินไปแล้ว

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือค่า P/E Ratio หรืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไร ที่ถูกประเมินไว้สูงถึงประมาณ 71 เท่า ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับธุรกิจประเภท Memory ที่ historically มีลักษณะเป็นธุรกิจแบบวัฏจักร (Cyclical Business)

นักวิเคราะห์มองว่า แม้อุตสาหกรรม AI จะช่วยเพิ่มความต้องการหน่วยความจำ แต่ตลาด Memory ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่อง Oversupply และการแข่งขันด้านราคาในระยะยาว

การลงทุนมหาศาลอาจเพิ่มแรงกดดัน

Micron เตรียมเพิ่มงบลงทุน (Capex) ในปีงบประมาณ 2026 ไปแตะระดับประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ราว 18,000 ล้านดอลลาร์

การลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขยายกำลังการผลิต HBM4 และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตใหม่อย่าง 1-gamma node แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักลงทุนบางส่วนกังวลว่าการลงทุนจำนวนมากอาจกระทบต่อกระแสเงินสดและอัตรากำไรในอนาคต

AI ยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจ Semiconductor

ถึงแม้จะมีความเสี่ยงด้าน Valuation แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่า AI จะยังเป็นแรงผลักดันหลักของอุตสาหกรรม Semiconductor ต่อไปอีกหลายปี

รายงานจากหลายสำนักระบุว่า ความต้องการ Memory Chip สำหรับ AI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะโมเดล AI รุ่นใหม่ต้องใช้หน่วยความจำมากขึ้น ทั้งในด้าน Training และ Inference

นักวิเคราะห์จาก D.A. Davidson ถึงกับมองว่า ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ “Virtuous Cycle” หรือวงจรการเติบโตเชิงบวก ซึ่งการใช้ Memory มากขึ้นจะช่วยให้ AI ทำงานได้ดีขึ้น และยิ่งกระตุ้นความต้องการหน่วยความจำเพิ่มเติมอีก

HBM กลายเป็นสินค้าสำคัญของยุค AI

ปัจจุบันชิป HBM ถูกใช้งานร่วมกับ GPU ระดับสูงจาก NVIDIA และผู้พัฒนา AI รายใหญ่ทั่วโลก โดย Micron กำลังเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์มหาศาลในตลาด

หลายฝ่ายเชื่อว่า หากตลาด HBM ยังคงตึงตัวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ก็อาจช่วยหนุนรายได้และกำไรของ Micron ได้มากกว่าที่นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ไว้

นักลงทุนยังแบ่งออกเป็นสองมุมมอง

ฝ่าย Bullish มองว่าหุ้นยังไปต่อได้

กลุ่มนักลงทุนสาย Bullish เชื่อว่า AI Revolution เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และความต้องการ Infrastructure ด้าน AI ยังจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลในอีกหลายปีข้างหน้า

พวกเขามองว่า Micron มีโอกาสเติบโตจาก:

  • ความต้องการ HBM ที่สูงต่อเนื่อง
  • การขาดแคลน Memory Chip ในตลาด
  • การเซ็นสัญญาระยะยาวกับ Hyperscaler
  • การเติบโตของ AI Data Center
  • Margin ที่ปรับตัวดีขึ้นจากราคาชิปที่สูงขึ้น

ฝ่าย Bearish กังวลเรื่องมูลค่าหุ้น

ในทางกลับกัน นักลงทุนสายระมัดระวังมองว่า ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นเร็วเกินไปอาจนำไปสู่การปรับฐานรุนแรงได้ หากผลประกอบการในอนาคตไม่สามารถเติบโตได้ตามความคาดหวังของตลาด

พวกเขายังชี้ว่า ธุรกิจ Memory เคยผ่านช่วง Boom และ Bust Cycle มาแล้วหลายรอบในอดีต ซึ่งทำให้ราคาหุ้นผันผวนอย่างหนัก

Micron กลายเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญของโลก AI

ปัจจุบัน Micron มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และกำลังกลายเป็นหนึ่งในบริษัท Semiconductor ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดใน Wall Street

บริษัทมีสำนักงานใหญ่ในเมือง Boise รัฐ Idaho สหรัฐอเมริกา และมีพนักงานมากกว่า 53,000 คนทั่วโลก โดย Micron ถือเป็นผู้ผลิต Memory รายใหญ่เพียงไม่กี่รายของสหรัฐฯ

ช่วงที่ผ่านมา บริษัทประกาศลงทุนขยายโรงงานผลิตชิปทั้งในสหรัฐฯ และสิงคโปร์ เพื่อรองรับความต้องการจากตลาด AI ที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

อนาคตของ Micron ยังขึ้นอยู่กับ AI และเศรษฐกิจโลก

แม้หลายฝ่ายจะยังเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาวของ AI แต่ตลาดหุ้นยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจโลก และการแข่งขันในอุตสาหกรรม Semiconductor

หากความต้องการ AI ชะลอตัว หรือเกิดภาวะ Oversupply ในตลาด Memory ราคาหุ้นของ Micron ก็อาจเผชิญแรงกดดันได้ทันที

ในทางกลับกัน หาก AI ยังเติบโตแรงต่อเนื่อง และตลาด HBM ยังคงตึงตัว บริษัทก็อาจสร้างผลประกอบการได้สูงกว่าคาด และทำให้ราคาหุ้นเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกเช่นกัน

สรุปภาพรวมการลงทุน Micron

Micron Technology กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม Semiconductor ยุค AI โดยบริษัทได้รับแรงหนุนมหาศาลจากความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI Infrastructure ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มกังวลเรื่องมูลค่าที่อาจสูงเกินพื้นฐานในระยะสั้น

ดังนั้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามทั้งแนวโน้มตลาด AI, ความต้องการ HBM, ผลประกอบการของบริษัท รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของหุ้น Micron ในช่วงที่เหลือของปี 2026

ที่มา:[24/7 Wall St.](https://247wallst.com/investing/2026/05/14/prediction-micron-will-trade-at-this-price-at-the-end-of-the-year/?utm_source=chatgpt.com)

#Micron #AIStocks #Semiconductor #หุ้นเทคโนโลยี #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง