
นักวิเคราะห์ให้เป้าหมายราคา Micron พุ่งแตะ 700 ดอลลาร์ รับกระแส AI Memory หนุนหุ้น MU แรงต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์ให้เป้าหมายราคา Micron พุ่งแตะ 700 ดอลลาร์ รับกระแส AI Memory หนุนหุ้น MU แรงต่อเนื่อง
หุ้น Micron Technology หรือ MU กลับมาเป็นหนึ่งในหุ้นเทคโนโลยีที่ตลาดจับตาอย่างมาก หลังนักวิเคราะห์จาก Melius Research เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “Buy” พร้อมตั้งราคาเป้าหมายไว้สูงถึง 700 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นระดับคาดการณ์ที่โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับมุมมองของ Wall Street ในช่วงที่ผ่านมา
ตามรายงานของ Finbold เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2026 นักวิเคราะห์ Ben Reitzes มองว่า วัฏจักรความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI อาจยังดำเนินต่อไปจนถึงช่วงปลายทศวรรษนี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม High-Bandwidth Memory หรือ HBM ที่กลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ GPU และระบบประมวลผล AI ระดับสูง
ราคาเป้าหมายใหม่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI Memory
ราคาเป้าหมายที่ 700 ดอลลาร์ สะท้อนมุมมองเชิงบวกอย่างชัดเจนต่อ Micron โดยเฉพาะเมื่อบริษัทกำลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง ซึ่งใช้ใน Data Center, AI Server และแพลตฟอร์ม GPU รุ่นใหม่ ๆ
รายงานระบุว่า ในวันเดียวกัน หุ้น MU ปรับตัวขึ้นราว 4.7% ไปอยู่ที่ประมาณ 520 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุระดับ 587 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำว่าตลาดกำลังให้พรีเมียมกับหุ้นกลุ่ม AI Semiconductor อย่างต่อเนื่อง
HBM คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Micron ถูกจับตา
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Micron ได้รับความสนใจ คือพอร์ตสินค้า HBM หรือ High-Bandwidth Memory ซึ่งแตกต่างจาก DRAM แบบเดิม เพราะ HBM ใช้วิธีวางชิปซ้อนกันในแนวตั้ง ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น เหมาะกับงาน AI ที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาอันสั้น
ตัวอย่างเช่น HBM3E ของ Micron สามารถให้แบนด์วิดท์ประมาณ 1.2 เทราไบต์ต่อวินาที และยังใช้พลังงานน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมราว 30% จุดนี้สำคัญมาก เพราะศูนย์ข้อมูล AI ไม่ได้ต้องการแค่ความเร็ว แต่ยังต้องการประสิทธิภาพด้านพลังงานเพื่อลดต้นทุนระยะยาวด้วย
Nvidia Blackwell ช่วยดันดีมานด์ Micron
อีกปัจจัยที่หนุนภาพบวกของ Micron คือการที่ Nvidia เลือก Micron เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์สำคัญสำหรับหน่วยความจำ HBM ที่ใช้กับแพลตฟอร์ม Blackwell GPU ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นสำคัญของ Nvidia
รายงานระบุว่า กำลังการผลิต HBM ของ Micron สำหรับปี 2026 ถูกจองไว้ทั้งหมดแล้วภายใต้สัญญาระยะยาว นั่นหมายความว่า บริษัทมีรายได้ในส่วนนี้ค่อนข้างชัดเจน และช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปสงค์ในระยะสั้นได้มาก
HBM4 อาจเป็นแรงขับเคลื่อนรอบถัดไป
Micron ไม่ได้หยุดอยู่ที่ HBM3E เท่านั้น เพราะการผลิต HBM4 เริ่มเร่งตัวในเดือนเมษายน 2026 โดยชิปรุ่นใหม่นี้ให้ throughput มากกว่า 2.8 เทราไบต์ต่อวินาที และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีกว่า HBM3E มากกว่า 20% ตามข้อมูลในรายงาน
หาก HBM4 สามารถเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างราบรื่น Micron อาจมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มหน่วยความจำ AI ระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นตลาดที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าหน่วยความจำทั่วไป
เป้าหมาย 700 ดอลลาร์สูงสุดใน Wall Street
ราคาเป้าหมายของ Ben Reitzes ที่ 700 ดอลลาร์ ถือเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มนักวิเคราะห์ Wall Street สำหรับหุ้น Micron ในเวลานี้ ขณะที่ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 12 เดือนของ MU อยู่ที่ประมาณ 549.23 ดอลลาร์ ซึ่งยังสะท้อน upside ราว 5.45% จากระดับราคาหุ้นที่อ้างอิงในรายงาน
ข้อมูลจาก TipRanks ที่ Finbold อ้างถึง ระบุว่า จาก 29 บทวิเคราะห์ในช่วง 3 เดือนล่าสุด มี 26 รายให้คำแนะนำ Buy, 3 รายให้ Hold และไม่มีรายใดให้ Sell ทำให้ภาพรวมของหุ้น Micron ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Strong Buy
ปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตาม
แม้มุมมองต่อ Micron จะเป็นบวก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยเฉพาะประเด็นด้านนโยบายส่งออกของสหรัฐฯ ไปยังจีน Micron สนับสนุนให้มีการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปขั้นสูงไปยังจีนเข้มงวดขึ้น โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ
มาตรการดังกล่าวอาจช่วยรักษาความได้เปรียบของบริษัทอเมริกันในอุตสาหกรรมชิป แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจกระทบต่อการเข้าถึงตลาดจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเทคโนโลยีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
สรุปภาพรวม
ข่าวนี้สะท้อนว่า Micron กำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในธีม AI Memory โดยมีแรงหนุนจาก HBM, ความร่วมมือกับ Nvidia, การเติบโตของ Data Center และการเปลี่ยนผ่านสู่ HBM4 ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 700 ดอลลาร์จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขเชิงบวก แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังประเมินมูลค่าธุรกิจหน่วยความจำ AI สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาทั้งโอกาสและความเสี่ยงควบคู่กัน เพราะหุ้นกลุ่ม Semiconductor มักผันผวนตามรอบอุตสาหกรรม เทคโนโลยีใหม่ การแข่งขัน และนโยบายระหว่างประเทศ ข่าวนี้จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามตลาด ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนโดยตรง
แหล่งข่าวอ้างอิง: Finbold
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น