Micron และ Marvell นำทัพหุ้น AI พุ่งแรงรับสัปดาห์ใหม่ นักลงทุนจับตาผลประกอบการและทิศทางตลาดเทคโนโลยี

Micron และ Marvell นำทัพหุ้น AI พุ่งแรงรับสัปดาห์ใหม่ นักลงทุนจับตาผลประกอบการและทิศทางตลาดเทคโนโลยี

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:MRVL

Micron และ Marvell นำทัพหุ้น AI พุ่งแรงรับสัปดาห์ใหม่ นักลงทุนจับตาคลื่นการเติบโตของอุตสาหกรรมชิป

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดสัปดาห์ด้วยบรรยากาศเชิงบวก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส Artificial Intelligence (AI) ซึ่งยังคงเป็นธีมการลงทุนหลักของปี 2026 ขณะเดียวกันหุ้นของ Micron Technology (MU) และ Marvell Technology (MRVL) กลายเป็นดาวเด่นของตลาด หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงจนดึงดูดความสนใจจากทั้งนักลงทุนสถาบันและนักวิเคราะห์ทั่ว Wall Street

Micron พุ่งทะยาน หลังความต้องการชิป AI ยังแข็งแกร่ง

Micron Technology ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเติบโตของ AI โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกือบ 20% ภายในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้มูลค่าตลาด (Market Capitalization) ของบริษัททะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท

นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่า การเติบโตของ Micron ไม่ได้เกิดจากแรงเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากความต้องการหน่วยความจำความเร็วสูง หรือ High Bandwidth Memory (HBM) ที่ใช้ใน Data Center และระบบ AI ระดับองค์กรที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Nvidia, Microsoft, Amazon และ Google ต่างเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

UBS ปรับเป้าหมายราคา Micron ขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ธนาคารเพื่อการลงทุน UBS ได้สร้างความฮือฮาในตลาดด้วยการปรับราคาเป้าหมายของ Micron จากเดิมขึ้นสู่ระดับ 1,625 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยให้เหตุผลว่าความต้องการผลิตภัณฑ์หน่วยความจำสำหรับ AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอีกหลายปี

นอกจากนี้ Micron ยังรายงานว่ากำลังการผลิตชิป HBM ของบริษัทถูกจองล่วงหน้าไปจนถึงปี 2027 แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงภาวะอุปทานตึงตัวและความต้องการที่สูงกว่าคาดการณ์ของตลาด

Marvell Technology อีกหนึ่งผู้ชนะจากยุค AI Infrastructure

นอกจาก Micron แล้ว หุ้นของ Marvell Technology ก็ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% หลังนักลงทุนคาดหวังผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI

Marvell เป็นผู้พัฒนาโซลูชันด้านเครือข่าย ชิปประมวลผล และระบบเชื่อมต่อสำหรับ Data Center ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI ยุคใหม่

หนึ่งในจุดแข็งของ Marvell คือการพัฒนาเทคโนโลยี Optical Interconnect ความเร็วสูงระดับ 800G และ 1.6T ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบทองแดงแบบเดิม

HSBC และนักวิเคราะห์หลายแห่งเพิ่มคำแนะนำ “ซื้อ”

ก่อนการประกาศผลประกอบการล่าสุด HSBC ได้ปรับคำแนะนำหุ้น Marvell เป็นระดับ Buy หรือ "ซื้อ" พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตแบบเร่งตัวจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก

ฝ่ายบริหารของ Marvell ยังเปิดเผยว่า บริษัทได้รับคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับ AI ในระดับที่ “แข็งแกร่งเป็นพิเศษ” และคาดการณ์ว่ารายได้ในปีงบประมาณ 2027 และ 2028 จะเติบโตเร็วกว่าที่เคยคาดไว้

ข้อมูลดังกล่าวช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า AI Boom ยังไม่ได้เข้าสู่ช่วงอิ่มตัว และอาจอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโตรอบใหม่

ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์พุ่งแรงทั่วกระดาน

แรงซื้อไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Micron และ Marvell เท่านั้น แต่ยังขยายตัวไปยังหุ้นชิปรายใหญ่อื่น ๆ อีกหลายบริษัท เช่น

  • Nvidia (NVDA)
  • Advanced Micro Devices หรือ AMD
  • Qualcomm
  • Broadcom
  • Intel

ดัชนี PHLX Semiconductor Sector Index (SOX) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในกลุ่มหน่วยความจำและเซมิคอนดักเตอร์หลายแห่งก็ทำผลตอบแทนโดดเด่นเช่นกัน

นักลงทุนจำนวนมากมองว่าชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI เปรียบเสมือน "พลั่วและจอบ" ของยุคตื่นทอง AI ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เงินทุนยังคงไหลเข้าสู่กลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

Nvidia ยังคงเป็นศูนย์กลางของกระแส AI

แม้ข่าวในครั้งนี้จะเน้นไปที่ Micron และ Marvell แต่หลายฝ่ายยอมรับว่า Nvidia ยังคงเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม AI ทั้งระบบ

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia ในช่วงที่ผ่านมา ช่วยตอกย้ำว่างบลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดได้รับประโยชน์ร่วมกัน

Micron ได้รับอานิสงส์จากความต้องการหน่วยความจำที่ใช้ร่วมกับ GPU ของ Nvidia ขณะที่ Marvell ได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานภายใน Data Center

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Dell และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ Wall Street กำลังจับตามอง คือผลประกอบการของ Dell Technologies ซึ่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้

นักวิเคราะห์คาดว่า Dell จะรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งจากยอดขายเซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์ Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณยืนยันว่าการลงทุนด้าน AI Infrastructure ยังคงอยู่ในช่วงขยายตัว และช่วยสนับสนุนการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีในระยะถัดไป

AI กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของกำไรบริษัทเทคโนโลยี

ข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยระบุว่า กำไรของกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เติบโตสูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายได้เกี่ยวข้องกับ AI, Cloud Computing และ Data Center

การเติบโตดังกล่าวส่งผลให้บริษัทในกลุ่ม "Magnificent Seven" ได้แก่ Apple, Microsoft, Nvidia, Amazon, Alphabet, Meta และ Tesla ยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างมาก

นักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่าการแข่งขันด้าน AI ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี และส่งผลให้ความต้องการชิปประมวลผล หน่วยความจำ และระบบเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มีความเสี่ยงเกิดฟองสบู่ AI หรือไม่?

แม้แนวโน้มการเติบโตของ AI จะดูแข็งแกร่ง แต่ก็เริ่มมีนักวิเคราะห์บางส่วนออกมาเตือนเกี่ยวกับความร้อนแรงของตลาด

Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจากภาพยนตร์ The Big Short เคยออกมาเตือนว่าบรรยากาศในตลาดปัจจุบันเริ่มมีลักษณะคล้ายช่วงฟองสบู่ดอทคอมในปี 1999-2000 โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสายกระทิง (Bullish Investors) มองว่าความแตกต่างสำคัญคือบริษัท AI ในปัจจุบันมีรายได้และกำไรจริงรองรับ ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดหรือความคาดหวังเหมือนในยุคดอทคอม

Wall Street มองอะไรต่อจากนี้?

สิ่งที่นักลงทุนกำลังติดตามหลังจากนี้ประกอบด้วย

  • ผลประกอบการของ Marvell และ Dell
  • ยอดขายชิป AI ของ Micron
  • แนวโน้มการลงทุน Data Center ของ Big Tech
  • ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
  • การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม Semiconductor
  • ความต้องการ GPU และ HBM ในครึ่งปีหลัง

หากปัจจัยเหล่านี้ยังคงส่งสัญญาณเชิงบวก มีความเป็นไปได้สูงที่หุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์จะยังคงเป็นผู้นำตลาดต่อไป

สรุปภาพรวมตลาด AI ยังร้อนแรงต่อเนื่อง

Micron และ Marvell กำลังกลายเป็นตัวแทนของกระแสการลงทุน AI ยุคใหม่ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก ความต้องการชิป หน่วยความจำ และระบบเครือข่ายยังคงเติบโตตามการลงทุนใน Data Center และ Generative AI

แม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลประกอบการและแนวโน้มรายได้ของหลายบริษัทในอุตสาหกรรมยังคงสนับสนุนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนจำนวนมาก

ในระยะสั้น Wall Street จะจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงสัญญาณใหม่ ๆ จากตลาด AI อย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ที่มา:

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง