Meituan ถูกอัปเกรดเป็น “Buy” หลังขาดทุนเริ่มแคบลง รับแรงหนุนจากกฎระเบียบจีนและสัญญาณสงครามราคาอาจผ่อนแรง

Meituan ถูกอัปเกรดเป็น “Buy” หลังขาดทุนเริ่มแคบลง รับแรงหนุนจากกฎระเบียบจีนและสัญญาณสงครามราคาอาจผ่อนแรง

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:MPNGY

Meituan ถูกอัปเกรดเป็น “Buy” หลังขาดทุนเริ่มแคบลง และได้อานิสงส์จาก regulatory tailwinds

Meituan แพลตฟอร์ม food delivery และ local services รายใหญ่ของจีน กำลังกลับมาเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์จำนวนมากจับตาอีกครั้ง หลังเริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านผลประกอบการอาจผ่านจุดหนักสุดไปแล้ว แม้บริษัทยังเผชิญการแข่งขันดุเดือดในตลาดเดลิเวอรี แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้มุมมองเริ่มดีขึ้นคือ การขาดทุนต่อออเดอร์มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ภาครัฐจีนเริ่มส่งสัญญาณไม่สนับสนุนการแข่งขันแบบเผาเงินหรือ price war ที่รุนแรงเกินไป ซึ่งถือเป็นแรงหนุนเชิงนโยบาย หรือที่นักลงทุนมักเรียกว่า regulatory tailwinds

ภาพรวมของข่าว: ทำไมตลาดกลับมาให้น้ำหนักเชิงบวกกับ Meituan

แก่นของมุมมองเชิงบวกในรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่การที่ Meituan กลับมากำไรทันที แต่อยู่ที่การที่ตลาดเริ่มเห็นว่า แนวโน้มการขาดทุนกำลังดีขึ้นแบบมีทิศทาง โดยเฉพาะในธุรกิจเดลิเวอรีซึ่งเป็นสนามแข่งขันหลักกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Alibaba และ JD.com รายงานข่าวจากหลายสำนักระบุว่า Meituan คาดว่าการขาดทุนต่อคำสั่งซื้อในธุรกิจเดลิเวอรีจะเริ่มแคบลงในไตรมาสปัจจุบัน หลังหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มเข้ามากดดันให้การแข่งขันด้านราคาผ่อนคลายลงจากเดิมที่ร้อนแรงมาก

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ก่อนหน้านี้ผู้เล่นในตลาดต่างใช้ทั้งส่วนลด คูปอง และ subsidy เพื่อแย่งลูกค้าและร้านค้า ส่งผลให้รายได้อาจยังโต แต่ margin ถูกบีบอย่างหนัก เมื่อภาครัฐส่งสัญญาณต้องการลด “การแข่งขันภายในที่ไร้เหตุผล” หรือการแข่งขันที่ทำลายโครงสร้างตลาดในระยะยาว ความคาดหวังก็เริ่มเปลี่ยนจาก “ใครลดราคาหนักสุด” เป็น “ใครจะอยู่รอดและทำกำไรได้ดีกว่าในระยะถัดไป” ซึ่งจุดนี้ Meituan ถูกมองว่ามีโอกาสได้ประโยชน์ค่อนข้างมากจาก scale และฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง

ตัวเลขล่าสุดที่ทำให้ประเด็นนี้น่าสนใจ

1) รายได้ยังขยายตัว แม้แรงกดดันด้านต้นทุนยังสูง

รายงานสาธารณะที่อ้างถึงผลประกอบการล่าสุดระบุว่า Meituan ทำรายได้ราว 92.1 พันล้านหยวน ในไตรมาสล่าสุดที่ถูกกล่าวถึงในข่าว ซึ่งสะท้อนว่าดีมานด์โดยรวมของแพลตฟอร์มยังไม่หายไปไหน แม้อยู่ท่ามกลางการแข่งขันหนักและการให้ส่วนลดจำนวนมากก็ตาม

2) ยังขาดทุนสุทธิ แต่ตลาดเริ่มมองไปข้างหน้า

Meituan บันทึก ขาดทุนสุทธิ 15.14 พันล้านหยวน ในไตรมาส 4 ปี 2025 ตามรายงานจากหลายสำนักข่าว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตัวเลขที่กดดัน sentiment ระยะสั้น แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่าคือคำอธิบายของผู้บริหารว่าแรงขาดทุนต่อออเดอร์อาจเริ่มผ่อนลงในไตรมาสถัดไป นั่นทำให้ narrative ของหุ้นเปลี่ยนจาก “ยังขาดทุนอยู่” ไปเป็น “ขาดทุนกำลังลดลงไหม” และสำหรับหุ้น growth หรือ platform stock นี่เป็นจุดเปลี่ยนเชิงจิตวิทยาที่สำคัญมาก

3) ธุรกิจหลักเริ่มเห็นการฟื้นตัวเชิงคุณภาพ

ใน earnings-related reporting มีการระบุว่า core local commerce segment ของ Meituan มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานราว 10 พันล้านหยวน ในไตรมาส 4 แต่ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยตัวช่วยสำคัญคือการขาดทุนของธุรกิจ food delivery ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส

regulatory tailwinds คืออะไร และทำไมจึงสำคัญมากกับ Meituan

คำว่า regulatory tailwinds ในบริบทนี้ หมายถึงสภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ ไม่ใช่การที่รัฐเข้ามาช่วยแบบตรง ๆ แต่เป็นการที่หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มส่งสัญญาณว่าไม่ต้องการให้แพลตฟอร์มแข่งขันกันด้วยการอัด subsidy แบบสุดโต่ง เพราะพฤติกรรมแบบนี้ทำให้ทั้งอุตสาหกรรมเสียสมดุลและกดดันความสามารถในการทำกำไรของทุกฝ่ายในระบบ

สำหรับ Meituan นี่สำคัญมาก เพราะบริษัทมีขนาดใหญ่และมีเครือข่ายที่แข็งแรงอยู่แล้ว หากคู่แข่งไม่สามารถใช้สงครามราคาอย่างรุนแรงได้ต่อเนื่อง Meituan ก็มีโอกาสแปลงความได้เปรียบด้านขนาด ฐานร้านค้า ระบบโลจิสติกส์ และความถี่ในการใช้งานของลูกค้าให้กลับมาเป็นกำไรได้เร็วขึ้น กล่าวอีกแบบคือ ยิ่งตลาด rational มากขึ้น บริษัทที่มี ecosystem แข็งแรงก็ยิ่งได้เปรียบ

การแข่งขันกับ Alibaba และ JD.com ยังดุ แต่เกมอาจเปลี่ยน

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดเดลิเวอรีและบริการท้องถิ่นของจีนอยู่ในภาวะการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นรายใหญ่ต่างต้องการขยายอิทธิพลใน ecosystem ของตัวเอง ข่าวจาก Bloomberg ระบุชัดว่าผู้บริหาร Meituan มองว่าการขาดทุนต่อออเดอร์จะเริ่มแคบลงได้ ส่วนหนึ่งเพราะแรงกดดันจากทางการที่ต้องการควบคุมการแข่งขันรุนแรงระหว่าง Meituan, Alibaba และ JD.com

นั่นหมายความว่า แม้การแข่งขันจะยังไม่หายไป แต่ตลาดอาจเปลี่ยนจากการ “เผาเงินไม่อั้น” ไปสู่การ “แข่งกันด้วยประสิทธิภาพ” มากขึ้น ซึ่งเป็นสนามที่ Meituan มีความชำนาญพอสมควร จากการสร้างเครือข่ายเดลิเวอรีและบริการในเมืองจีนมาหลายปี หากการแข่งขันเข้าสู่โหมดนี้จริง บริษัทก็อาจมีโอกาสยกระดับคุณภาพรายได้และลดแรงกดดันต่อ margin ได้เร็วกว่าที่ตลาดเคยกลัว

อีกมุมที่นักลงทุนต้องรู้: ธุรกิจใหม่ยังเผาเงิน แต่กำลังดีขึ้น

Keeta และธุรกิจค้าปลีกยังเป็นทั้งโอกาสและภาระ

นอกจากธุรกิจหลักแล้ว Meituan ยังเร่งลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ ซึ่งรวมถึง Keeta และธุรกิจค้าปลีกบางส่วน โดยรายงานจากการสรุป earnings call ระบุว่า รายได้ของกลุ่มธุรกิจใหม่นี้อยู่ที่ประมาณ 27.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน หน้า โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของ Keeta และธุรกิจ retail

อย่างไรก็ดี ธุรกิจใหม่มักมาพร้อมต้นทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการขยายตลาด การตลาด การดึง merchant เข้าระบบ หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ประเด็นที่ทำให้ตลาดเริ่มเปิดรับมากขึ้นคือ ขาดทุนของธุรกิจใหม่มีแนวโน้มแคบลง ไม่ได้ลุกลามอย่างไร้ขอบเขตเหมือนช่วงเริ่มต้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก Fitch ที่ระบุว่า segment นี้มีผลขาดทุนลดลงเหลือ 7 พันล้านหยวนในปี 2024 จาก 20 พันล้านหยวนในปี 2023

การขยายต่างประเทศยังเป็น story สำคัญ

Fitch ยังชี้ด้วยว่า Meituan มีแนวโน้มเร่งการขยายธุรกิจในต่างประเทศต่อไป ซึ่งมองได้สองด้าน ด้านหนึ่งคือโอกาสในการสร้าง growth engine ใหม่ อีกด้านคือความเสี่ยงที่ต้นทุนจะกลับมากดดันอีกระลอก หากการขยายตัวไม่เป็นไปตามแผน ดังนั้น นักลงทุนที่มองบวกกับหุ้นนี้จึงมักให้น้ำหนักกับคำถามว่า “บริษัทสามารถทำให้ธุรกิจใหม่โตโดยไม่ขาดทุนหนักเหมือนเดิมได้หรือไม่” มากกว่าดูเฉพาะตัวเลขขาดทุนสุทธิระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

เหตุผลที่บทวิเคราะห์ใช้คำว่า “Upgrade”

การถูกอัปเกรดเป็น Buy ในบริบทของบทวิเคราะห์นี้ สะท้อนว่ามุมมองของนักวิเคราะห์เปลี่ยนไปในทางบวกเมื่อเทียบกับเดิม ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกอย่างดีพร้อมแล้ว แต่หมายถึง สมดุลระหว่างความเสี่ยงกับโอกาสเริ่มน่าสนใจขึ้น โดยเฉพาะเมื่อตลาดผ่านช่วงที่กังวลเรื่องสงครามราคามาอย่างต่อเนื่องแล้ว และเริ่มมีข้อมูลใหม่ที่ชี้ว่าความเสียหายอาจกำลังค่อย ๆ ลดลง

ในโลกของหุ้นเทคหรือแพลตฟอร์ม การ re-rating มักเกิดเมื่อมีอย่างน้อยหนึ่งในสามปัจจัยนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ รายได้ยังโต, ขาดทุนเริ่มแคบลง, และ สภาพแวดล้อมการแข่งขันหรือกฎระเบียบเริ่มเอื้อกว่าเดิม ซึ่งข่าวของ Meituan รอบนี้มีครบทั้งสามข้อในระดับหนึ่ง จึงไม่แปลกที่นักวิเคราะห์บางรายจะเริ่มขยับ stance ขึ้นมาเป็นบวกมากกว่าเดิม

แต่ความเสี่ยงยังไม่หมดไป

1) ขาดทุนยังมีอยู่จริง

แม้มุมมองเริ่มดีขึ้น แต่ต้องย้ำว่า Meituan ยังไม่ได้ออกจากโหมดกดดันแบบเต็มตัว รายงานจาก Wall Street Journal และแหล่งข่าวอื่น ๆ ยังสะท้อนว่าบริษัทขาดทุนหนักในไตรมาสล่าสุดจาก price war ที่ลากยาว ซึ่งหมายความว่าการฟื้นตัวอาจไม่ใช่เส้นตรงและอาจมีความผันผวนเป็นระยะ

2) คู่แข่งยังไม่ยอมง่าย ๆ

แม้ภาครัฐจะเริ่มส่งสัญญาณคุมการแข่งขันด้านราคา แต่ Alibaba และ JD.com ก็ยังเป็นคู่แข่งที่มีทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และ ecosystem แข็งแรงมาก หากคู่แข่งยังเลือกเดินหน้าชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง การฟื้น margin ของ Meituan ก็อาจช้ากว่าที่ตลาดหวังไว้

3) guidance ระยะสั้นยังมีแรงกดดัน

ในอีกด้านหนึ่ง S&P Global Ratings ระบุว่า guidance ของ Meituan สำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 ยังสะท้อนว่า core local commerce อาจเผชิญผลขาดทุนต่อเนื่องจากการให้ subsidy ที่ยังไม่หมดไป นั่นแปลว่าแม้ทิศทางเริ่มดี แต่ระยะสั้นยังอาจมีช่วงสะดุด และนักลงทุนต้องแยกให้ออกระหว่าง “ดีขึ้น” กับ “ดีแล้ว” เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย

มุมมองเชิงกลยุทธ์: ตลาดกำลังกลับมาให้ค่ากับคุณภาพมากกว่าการเติบโตล้วน ๆ

สิ่งที่น่าสนใจมากในข่าวนี้คือทิศทางการตีความของตลาดต่อหุ้นแพลตฟอร์มจีนเปลี่ยนไปพอสมควร เมื่อก่อนนักลงทุนอาจยอมรับการขาดทุนได้หากบริษัทยังโตเร็ว แต่ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ตลาดให้รางวัลกับบริษัทที่ยังโตได้และควบคุมต้นทุนได้พร้อมกัน ดังนั้นข่าวที่ว่าขาดทุนของ Meituan เริ่มแคบลงจึงมีนัยมากกว่าตัวเลขไตรมาสเดียว เพราะมันสะท้อนว่าโมเดลธุรกิจอาจกำลังกลับมาอยู่ในจุดที่ balance มากขึ้น

อีกประเด็นคือ หากนโยบายของรัฐจีนหันมาสนับสนุนการแข่งขันที่มีเหตุผลมากขึ้นจริง หุ้นในกลุ่ม platform economy อาจได้รับการประเมินมูลค่าใหม่ในภาพใหญ่ด้วย ไม่ใช่เฉพาะ Meituan เท่านั้น แต่สำหรับ Meituan ผลกระทบอาจเด่นเป็นพิเศษ เพราะบริษัทอยู่ตรงกลางของสมรภูมิเดลิเวอรีและ local commerce พอดี

สรุปมุมข่าว: ทำไมข่าวนี้จึงถูกมองว่าเป็นบวก แม้ตัวยังแดง

ถ้ามองเพียงตัวเลขกำไรขาดทุน ข่าวนี้อาจไม่ได้ดูสวยนัก เพราะ Meituan ยังขาดทุนสุทธิ และการแข่งขันก็ยังไม่จบ แต่หากมองลึกลงไป ตลาดกำลังตอบรับกับ การเปลี่ยนทิศทางของเรื่องเล่า จากเดิมที่กังวลว่า price war จะลากยาวไม่สิ้นสุด มาเป็นการคาดหวังว่าแรงขาดทุนเริ่มผ่านจุดพีค ขณะเดียวกัน กฎระเบียบของจีนก็ดูจะเอื้อต่อการแข่งขันที่มีเหตุผลมากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนโอกาสฟื้นตัวของ margin ในระยะต่อไป

ดังนั้น คำว่า “Buy” ในบทวิเคราะห์ที่อัปเกรด Meituan จึงไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง แต่แปลว่าความเสี่ยงบางส่วนอาจถูกสะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว ขณะที่ upside จากการขาดทุนที่แคบลงและแรงหนุนด้านกฎระเบียบเริ่มมีน้ำหนักมากพอให้มุมมองเชิงบวกกลับมาได้อีกครั้ง โดยสรุปแล้ว ข่าวนี้คือสัญญาณว่า Meituan อาจกำลังเคลื่อนจากช่วง “เร่งเผาเงินเพื่อป้องกันฐาน” ไปสู่ช่วง “ฟื้นคุณภาพกำไรภายใต้ตลาดที่ rational มากขึ้น” ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนเฝ้ารอมานาน

หมายเหตุด้านแหล่งข้อมูล

เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวใหม่เป็นภาษาไทยจากข้อมูลสาธารณะและสรุปประเด็นที่เปิดเผยได้จากหน้าค้นหา/รายงานข่าวที่อ้างถึงบทวิเคราะห์และผลประกอบการล่าสุดของ Meituan ไม่ได้คัดลอกต้นฉบับแบบคำต่อคำจากบทความต้นทาง

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง