
Mativ Holdings โชว์กำไรปรับปรุงดีขึ้นใน Q1/2026 แม้รายได้ลดเล็กน้อย พร้อมเดินหน้าเพิ่มมาร์จิ้นและคุมต้นทุน
Mativ Holdings รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026: กำไรฟื้น มาร์จิ้นดีขึ้น แม้ยอดขายยังถูกกดดัน
Mativ Holdings, Inc. (MATV) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยภาพรวมสะท้อนการฟื้นตัวด้านความสามารถทำกำไร แม้รายได้รวมยังลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทมีรายได้ 479.6 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1.1% YoY ขณะที่ adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 28% เป็น 47.5 ล้านดอลลาร์ และมาร์จิ้นขยับขึ้นเป็น 9.9%
รายได้ลดเล็กน้อย แต่กำไรจากการดำเนินงานดีขึ้นชัดเจน
แม้ยอดขายของ Mativ จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทสามารถชดเชยแรงกดดันจาก volume และ mix ที่อ่อนตัว ด้วยการลดต้นทุนการผลิต คุมค่าใช้จ่าย SG&A และบริหารส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ส่งผลให้ gross profit เพิ่มขึ้นเป็น 84.9 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 16.9% YoY
ในแง่กำไรสุทธิแบบ GAAP บริษัทขาดทุน 11.7 ล้านดอลลาร์ หรือขาดทุนต่อหุ้น 0.22 ดอลลาร์ แต่ถือว่าดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับขาดทุน 425.5 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจาก goodwill impairment ขนาดใหญ่
EPS ดีกว่าคาด แต่รายได้ต่ำกว่าประมาณการ
Seeking Alpha รายงานว่า adjusted EPS ของ Mativ อยู่ที่ 0.06 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 0.04 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รายได้ 479.6 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 7.3 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าบริษัทยังมีโจทย์ด้าน demand และยอดขายในบางกลุ่มธุรกิจ
กลุ่ม Filtration & Advanced Materials เป็นแรงหนุนสำคัญ
ธุรกิจ Filtration & Advanced Materials (FAM) ทำยอดขาย 188.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 187.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่ adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 41% เป็น 27.4 ล้านดอลลาร์ มาร์จิ้นขยับขึ้นเป็น 14.6% จาก 10.3%
ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่า FAM เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ช่วยพยุงภาพรวมของบริษัทได้ดี โดยเฉพาะจากการลดต้นทุนการผลิต ค่าเงินที่เอื้อ และการบริหารราคาเทียบกับต้นทุน input ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธุรกิจ Sustainable & Adhesive Solutions ยังเผชิญยอดขายอ่อนตัว
กลุ่ม Sustainable & Adhesive Solutions (SAS) มีรายได้ 291.3 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 297.2 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แต่ adjusted EBITDA ยังเพิ่มขึ้นเป็น 30.7 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 16% YoY ส่วนมาร์จิ้นขยับขึ้นเป็น 10.5% จาก 8.9%
แม้ยอดขายลดลง แต่การขยายตัวของ EBITDA แสดงว่าบริษัทสามารถปรับโครงสร้างต้นทุนและรักษาคุณภาพของกำไรได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับนักลงทุนที่ติดตามการฟื้นตัวของ MATV
กระแสเงินสดดีขึ้น แต่ยังติดลบ
Mativ รายงาน operating cash flow ที่ 1.0 ล้านดอลลาร์ และ free cash flow ติดลบ 7.4 ล้านดอลลาร์ ดีขึ้นจากติดลบ 29.8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน การปรับตัวนี้สะท้อนว่าบริษัทเริ่มบริหารเงินสดได้ดีขึ้น แม้ working capital ยังเป็นแรงกดดันอยู่
ภาระหนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
ณ สิ้นไตรมาส บริษัทมี net debt ราว 953.5 ล้านดอลลาร์ และ total liquidity ประมาณ 498.5 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ Mativ ยังขยายอายุหนี้บางส่วน โดย revolving credit และ term loan ถูกขยายไปถึงปี 2031 และ 2033 ตามลำดับ
การจัดการหนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะแม้กำไรจากการดำเนินงานจะดีขึ้น แต่ระดับ leverage ของบริษัทยังสูง นักลงทุนจึงควรติดตามว่าการเติบโตของ EBITDA และ free cash flow จะช่วยลดภาระหนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่
ฝ่ายบริหารชี้ไตรมาสแรกวางฐานสำหรับเป้าหมายปี 2026
ในการประชุม earnings call ผู้บริหาร Mativ ระบุว่าผลประกอบการไตรมาสแรกช่วยวางรากฐานสำหรับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และการเงินของปี 2026 โดยบริษัทจะยังเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับ profitability ของธุรกิจหลัก
ภาพรวมสำหรับนักลงทุน
โดยสรุป ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณผสมสำหรับหุ้น MATV ด้านบวกคือ adjusted EBITDA, margin และ cash flow ดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนด้านที่ต้องระวังคือรายได้ยังลดลงเล็กน้อย ขาดทุนสุทธิยังไม่หมดไป และภาระหนี้ยังอยู่ในระดับสูง
หาก Mativ สามารถรักษา momentum ด้านมาร์จิ้น คุมต้นทุนต่อเนื่อง และเปลี่ยน free cash flow ให้เป็นบวกได้ในไตรมาสถัดไป ความเชื่อมั่นของตลาดต่อบริษัทอาจปรับตัวดีขึ้น แต่ในระยะสั้น นักลงทุนยังควรจับตายอดขาย organic growth และแนวโน้ม demand ในแต่ละ segment อย่างใกล้ชิด
#Mativ #MATV #หุ้นสหรัฐ #ผลประกอบการ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น