หุ้น Lloyds พุ่งทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2008 แม้นักวิเคราะห์ City มองผลประกอบการ “ดีแต่ไม่ว้าว”

หุ้น Lloyds พุ่งทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2008 แม้นักวิเคราะห์ City มองผลประกอบการ “ดีแต่ไม่ว้าว”

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:CHCO

หุ้น Lloyds พุ่งทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2008 แม้นักวิเคราะห์ City มองผลประกอบการ “ดีแต่ไม่ว้าว”

หุ้นของ Lloyds Banking Group (LSE:LLOY) ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 อีกครั้ง หลังบริษัทประกาศผลประกอบการล่าสุดที่ออกมาดีกว่าคาดในหลายจุด โดยเฉพาะกำไรไตรมาส 4 (Q4) ที่เหนือความคาดหมายของตลาด แม้บรรดานักวิเคราะห์ในย่านการเงินลอนดอนหรือที่คนอังกฤษเรียกกันติดปากว่า the City จะให้มุมมองค่อนข้าง “อุ่น ๆ” และชี้ว่าความเซอร์ไพรส์เชิงบวกครั้งนี้ยังไม่ใช่การชนะบนตัวชี้วัดหลักแบบเต็ม ๆ ก็ตาม

ในช่วงเช้าหลังประกาศงบ หุ้น Lloyds มีจังหวะอ่อนตัวลงก่อน แต่พอเข้าใกล้ช่วงเที่ยงกลับพลิกขึ้นมาแรง โดยราคาหุ้นบวกมากกว่า 2% ไปอยู่แถว ๆ 106.73 เพนนี ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ยุคก่อน/ช่วงวิกฤตการเงินโลก (Global Financial Crisis: GFC) ที่ยังเป็นภาพจำของนักลงทุนจำนวนมาก

กำไร Q4 ดีกว่าคาด แต่หลายเสียงบอก “คุณภาพการบีตยังไม่เนียน”

ประเด็นที่ทำให้กำไรไตรมาส 4 ของ Lloyds ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ส่วนหนึ่งมาจาก ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (impairments) ที่ต่ำกว่าคาด และรายการที่ผันผวนซึ่งอยู่ “ต่ำกว่าบรรทัด” ในงบกำไรขาดทุน (below-the-line items) มากกว่าจะเป็นการเร่งตัวของตัวเลขหลักเชิงโครงสร้างของธุรกิจธนาคารแบบชัดเจน

กล่าวแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ ตลาดเห็นกำไรออกมาดีและราคาหุ้นก็ขยับขึ้น แต่บางสำนักมองว่า “การชนะคาด” ครั้งนี้ยังไม่ได้สะท้อนการแข็งแรงของเครื่องยนต์หลักแบบจัดเต็ม เป็นลักษณะชนะจากปัจจัยบางส่วนที่อาจไม่เกิดซ้ำทุกไตรมาส

แรงกดดันยังอยู่: NII และ NIM ต่ำกว่าคอนเซนซัสเล็กน้อย

แม้ภาพรวมกำไรจะดูดี แต่ตัวชี้วัดที่ตลาดให้ความสำคัญมากสำหรับธนาคารอย่าง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income: NII) และ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) กลับออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้เล็กน้อย

สาเหตุหลักยังคงเป็น “เกมแข่งขันในตลาดสินเชื่อบ้าน” ที่ดุเดือด และแรงกดดันเรื่องการตั้งราคาดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit pricing) ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของธนาคารในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศหรืออยู่ในช่วงขาลง เพราะธนาคารต้องบาลานซ์ระหว่างการรักษาฐานเงินฝาก กับการปล่อยสินเชื่อที่ไม่อยากลดมาร์จิ้นจนบางเกินไป

Shore Capital: บีตแบบ “low quality” และอัปเกรดไกด์ปี 2026 ยังไม่พอเขย่าคอนเซนซัส

นักวิเคราะห์ Gary Greenwood จาก Shore Capital ให้มุมมองค่อนข้างตรงไปตรงมา โดยมองว่าการชนะคาดรอบนี้เป็นบีตที่ “คุณภาพไม่สูง” (low quality) และมองว่าแม้บริษัทจะยกระดับแนวโน้ม (guidance) สำหรับปี 2026 แต่ก็ยังไม่เห็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดต้องรีบปรับประมาณการกำไรโดยรวม (consensus) อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน เขายังชี้ว่าด้วยระดับราคาหุ้นที่ขึ้นมามากแล้ว ทำให้ตัวคูณการประเมินมูลค่าหุ้นเทียบกับมูลค่าทางบัญชีที่จับต้องได้ (price-to-tangible net asset value) ขยับขึ้นไปสูงมาก โดยอยู่ราว ๆ 1.8 เท่า (ย้อนหลัง) หรือ 1.7 เท่า (มองไปข้างหน้า) ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อนยุค GFC และเมื่อยังไม่เห็นอัปเกรดคอนเซนซัสชัด ๆ ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะ “พักเหนื่อย” ได้

UBS: เป้าหมายปี 2026 ส่วนใหญ่สอดคล้องกับที่ตลาดคาด—แม้ RoTE ถูกยกขึ้น

ฝั่ง Jason Napier จาก UBS ให้โทนที่คล้ายกัน โดยระบุว่ากรอบเป้าหมายปี 2026 ของ Lloyds รวมถึงการขยับเป้าผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ (Return on Tangible Equity: RoTE) ให้ “มากกว่า 16%” นั้น โดยภาพรวมยังค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกับที่ตลาดประเมินไว้ก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม UBS ยังเคยให้มุมมองว่า “valuation ของธนาคารสหราชอาณาจักรยังดูน่าสนใจ” ในภาพรวม แต่สำหรับ Lloyds เองถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวที่ความน่าสนใจเชิงมูลค่าอาจ “น้อยกว่าเพื่อน” เมื่อเทียบกับบางธนาคารที่เทรดด้วยค่า P/E ต่ำกว่า เช่น Barclays, NatWest, Standard Chartered และ Shawbrook

AJ Bell: ทำงานได้ดีในโลกดอกเบี้ยต่ำ—แต่ตลาดอาจเฉยเพราะหุ้นขึ้นมาแรงแล้ว

ด้าน Russ Mould จาก AJ Bell ชื่นชมความสามารถของ Lloyds ในการส่งมอบผลลัพธ์ที่แข็งแรง แม้เผชิญสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยที่ต่ำลง พร้อมมองว่าการเดินเกมกระจายธุรกิจไปสู่ insurance และ wealth management ภายใต้การนำของซีอีโอ Charlie Nunn อาจช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะถัดไป

แต่ในอีกด้าน เขาก็สะท้อนว่าปฏิกิริยาที่ดู “ไม่ตื่นเต้น” ของตลาด (desultory) อาจเป็นเพราะราคาหุ้น Lloyds พุ่งขึ้นมาราว 70% ในช่วง 12 เดือน ที่ผ่านมา ทำให้ข่าวดีหลายอย่างถูก “price in” ไปพอสมควรแล้ว

Interactive Investor: เปิดฤดูกาลรายงานงบแบงก์อังกฤษแบบสวย ๆ แต่มีประเด็นชดเชยมอเตอร์ไฟแนนซ์

Richard Hunter จาก Interactive Investor มองว่า Lloyds ซึ่งเป็นธนาคารรายแรก ๆ ที่ประกาศงบท่ามกลางฤดูกาลรายงานผลประกอบการของแบงก์สหราชอาณาจักร ได้ “เปิดฉาก” ได้อย่างมีสไตล์ แม้ถ้าจะมองอีกมุม ก็ยังต้องไม่ลืมประเด็นการกันเงินสำรองเพิ่มเติมราว 800 ล้านปอนด์ เพื่อรองรับเรื่อง motor finance redress (การชดเชย/เยียวยาลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ตามประเด็นร้องเรียน/กำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง)

เขาย้ำว่าตัวเลขงบสะท้อน “หลักฐานที่เป็นรูปธรรม” ว่า Lloyds กำลังเดินหน้าตามแผนได้จริง โดยหนึ่งในจุดที่ถูกพูดถึงคือ NIM ยังขยับดีขึ้นได้ แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของอังกฤษ (Bank of England) จะอยู่ในช่วงลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจาก structural hedge contribution หรือกลไกการบริหารความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ช่วยลดความไวของรายได้ธนาคารต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยขาลง และอาจช่วยหนุนรายได้เพิ่มในปีถัดไป

เงินฝากเริ่มนิ่งขึ้น + แอปผู้ใช้โต = “สปริงบอร์ด” ให้โตแบบใช้ทุนเบา

อีกประเด็นที่ Hunter หยิบขึ้นมาคือสัญญาณว่า “การไหลออกของเงินฝากลูกค้า” (customer deposit exodus) ดูเหมือนจะเริ่มทรงตัว โดยแรงหนุนสำคัญมาจากฝั่ง commercial banking และเมื่อรวมกับยุทธศาสตร์ที่โฟกัสมากขึ้น ทำให้จำนวนผู้ใช้งานแอปธนาคารที่เพิ่มขึ้นสามารถกลายเป็น springboard สำหรับการเติบโตแบบ “ใช้เงินทุนไม่หนัก” (capital-light growth) ในอนาคต

นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงการเข้าซื้อกิจการ Schroders Personal Wealth ซึ่งอาจเป็นอีกหมุดหมายของการขยายตัวในด้านการบริหารความมั่งคั่ง (wealth) และเสริมความหลากหลายของรายได้ให้พ้นจากการพึ่งพาดอกเบี้ยอย่างเดียว

ทำไมหุ้นถึงยังขึ้นแรง ทั้งที่นักวิเคราะห์บางเจ้าดูเฉย ๆ?

ถ้ามองแบบนักลงทุนจริง ๆ ภาพที่เกิดขึ้นกับ Lloyds ในรอบนี้คือ “ตัวเลขไม่ถึงกับพลิกโลก แต่พอวางรวม ๆ แล้วตลาดชอบ” เพราะมีทั้ง (1) กำไรที่ดีกว่าคาด (2) สัญญาณว่าบางความเสี่ยงอย่างเงินฝากเริ่มนิ่งขึ้น (3) การบริหาร NIM ในสภาพดอกเบี้ยขาลงที่ยังพอมีทางไปต่อ และ (4) ความคาดหวังต่อการอัปเดตกลยุทธ์ใหม่ของซีอีโอในช่วงฤดูร้อนที่นักลงทุนรอจับตา

ในเชิงจิตวิทยาตลาด หุ้นที่ทำ “จุดสูงสุดรอบยาว” มักดึงดูดทั้งนักลงทุนสายโมเมนตัมและกองทุนที่ต้องปรับพอร์ตตามแนวโน้ม เมื่อราคาทะลุระดับสำคัญขึ้นไปได้ ก็อาจเกิดแรงซื้อเสริม แม้บทวิเคราะห์จะยังไม่พร้อมยกนิ้วแบบสุดแขนก็ตาม

สิ่งที่นักลงทุนจับตาต่อจากนี้: Strategic update ช่วงซัมเมอร์

ประเด็นที่ถูกพูดถึงชัดเจนคือ นักลงทุนกำลังรอ strategic update ครั้งใหม่ของซีอีโอ Charlie Nunn ในช่วงฤดูร้อน ว่าจะมีการ “เล่าเรื่องอนาคต” ของ Lloyds อย่างไร โดยเฉพาะทิศทางการต่อยอดจากฐานลูกค้ารายย่อยขนาดใหญ่ การเพิ่มรายได้จากบริการที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-interest income) เช่น ประกันและบริหารความมั่งคั่ง และแนวทางรับมือการแข่งขันในตลาดสินเชื่อบ้านที่ยังค่อนข้างหนัก

สรุปภาพรวม: งบดีพอให้หุ้นไปต่อ แต่ตลาดยังถกกันเรื่อง “คุณภาพ” ของปัจจัยหนุน

โดยสรุป ข่าวผลประกอบการของ Lloyds รอบนี้สะท้อนภาพ “แข็งแรงและน่าเชื่อถือ” ในระดับหนึ่ง จนราคาหุ้นขยับขึ้นทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 อย่างไรก็ตาม เสียงจากนักวิเคราะห์หลายรายยังมองว่าปัจจัยที่ทำให้กำไรเหนือคาดส่วนหนึ่งมาจากรายการที่ผันผวนและค่า impairment ที่ต่ำกว่าคาด มากกว่าจะเป็นการชนะบนตัวชี้วัดหลักทั้งหมด ขณะที่ valuation ที่สูงขึ้นมากอาจทำให้หุ้นมีโอกาสพักฐานได้เช่นกัน

ถึงอย่างนั้น ฝั่งที่มองบวกก็ชี้ว่าความสามารถในการคุม NIM ในโลกดอกเบี้ยขาลง การทำให้เงินฝากนิ่งขึ้น และการขยายไปสู่ insurance/wealth อาจเป็น “เครื่องยนต์เสริม” ที่ทำให้เรื่องราวของ Lloyds ในปี 2026 ยังมีอะไรให้ติดตามต่อ โดยเฉพาะเมื่อ strategic update ช่วงซัมเมอร์กำลังใกล้เข้ามา

#Lloyds #หุ้นอังกฤษ #งบการเงิน #ธนาคารยุโรป #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง