
เครมลินเผยธนาคารกลางรัสเซียยังคุมเงินเฟ้อได้ดี รัฐบาลจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ข่าวเศรษฐกิจรัสเซีย: เครมลินยืนยันธนาคารกลางควบคุมเงินเฟ้อได้ แม้รัฐบาลจับตาใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 นาย Dmitry Peskov โฆษกเครมลินกล่าวถึงสถานการณ์เงินเฟ้อและบทบาทของธนาคารกลางรัสเซียว่า ธนาคารกลางกำลังดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง และจนถึงขณะนี้ยังอยู่ในแนวที่ ไม่เกินช่วงคาดการณ์เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 4–5% ซึ่งเป็นกรอบที่ธนาคารกลางได้ตั้งเป้าไว้
สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในรัสเซีย
การควบคุมเงินเฟ้อในปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับรัฐบาลและธนาคารกลางรัสเซีย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่ม อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 20% เป็น 22% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งรัฐดำเนินการเพื่อเพิ่มรายได้และรองรับการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยเฉพาะในด้านการทหารและขาดแคลนรายได้จากน้ำมันและก๊าซที่ลดลง
การเพิ่ม VAT ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการบางประเภทปรับตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ในช่วงต้นของปี ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจ ชะลอหรือเลื่อนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026
บทบาทของธนาคารกลางรัสเซีย
ธนาคารกลางรัสเซียยังคงรักษา อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 16% เพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อ แม้ราคาสินค้าโดยรวม (consumer prices) จะเพิ่มขึ้นประมาณ 5.59% ในปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับ 9.52% ในปี 2024 แต่ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ธนาคารกลางยังได้รับการยอมรับว่ากำลังใช้มาตรการที่เหมาะสมในการรักษาเสถียรภาพแม้จะเผชิญกับแรงกดดันต่าง ๆ ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมันและการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ รวมถึงภายในที่เกี่ยวข้องกับกำลังซื้อของประชาชนและการขยายตัวของภาคธุรกิจต่าง ๆ
รัฐบาลรัสเซียจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
เมื่อถูกถามว่าเครมลินกังวลว่าเงินเฟ้ออาจสูงเกินกว่าช่วงคาดการณ์หรือไม่ โฆษกเครมลินตอบว่า “จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความกังวลเช่นนั้น” และย้ำว่ารัฐบาลกำลัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งระบุว่า “จะมีการประชุมและหารือเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางในการจัดการกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ผลของนโยบายทางการเงินต่อภาคธุรกิจและประชาชน
อัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจต้องแบกรับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งมีทั้งเสียงสนับสนุนและความกังวลในหมู่ผู้ประกอบการบางราย แม้ว่าการควบคุมเงินเฟ้อจะเป็นเป้าหมายที่สำคัญ แต่ก็มีความคิดเห็นว่าการดึงอัตราดอกเบี้ยให้สูงเกินไปอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางภาคชะลอตัวลง
ในด้านผู้บริโภค ราคาอาหารและสินค้าที่จำเป็นบางประเภทอาจเพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง VAT สูงขึ้น และความคาดหวังเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคเฝ้าจับตาอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมตลาดการเงินและแนวโน้มในอนาคต
นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าการชะลอการปรับดอกเบี้ยอาจเป็นแนวทางที่ธนาคารกลางเลือกใช้ในระยะนี้เพื่อดูผลของมาตรการด้านภาษีและผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ยังคงต้องบาลานซ์ระหว่างนโยบายการคลังและการเงินอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางในวันที่ 13 กุมภาพันธ์จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายต่างจับตามองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศรัสเซียเอง
สรุปสถานการณ์สำคัญ
- ธนาคารกลางรัสเซียยังคงสามารถควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ แม้มีการเพิ่ม VAT และแรงกดดันเศรษฐกิจต่าง ๆ
- รัฐบาลรัสเซียจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมหารือมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น
- อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 16% ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงเพื่อควบคุมแรงกดดันเงินเฟ้อ
- การประชุมครั้งถัดไปของธนาคารกลางในกลางเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับแนวโน้มการเงินในรัสเซีย