
Keysight โชว์งบ Q2 แกร่ง กำไรทะลุคาด รับแรงหนุน AI Data Center, Communications และ Industrial Growth
Keysight โชว์งบ Q2 แกร่ง กำไรทะลุคาด รับแรงหนุน AI Data Center และดีมานด์เทคโนโลยีขั้นสูง
Keysight Technologies รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ออกมาแข็งแกร่ง โดยกำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 2.87 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นแตะ 1.72 พันล้านดอลลาร์ เติบโตชัดเจนจากปีก่อนหน้า สะท้อนแรงหนุนจากธุรกิจ Communications, AI data center, semiconductor, wireless, defense และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2
สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2026 Keysight ทำรายได้รวม 1.72 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 1.31 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทระบุว่านี่เป็นหนึ่งในไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ทั้งในแง่รายได้ คำสั่งซื้อ กำไรต่อหุ้น และกระแสเงินสดอิสระ
กำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 349 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.02 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 257 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.49 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 497 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.87 ดอลลาร์ต่อหุ้น เทียบกับ 295 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.70 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปีก่อนหน้า
ธุรกิจ Communications Solutions Group โตเด่น
กลุ่มธุรกิจ Communications Solutions Group หรือ CSG ทำรายได้ 1.231 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน แรงหนุนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจ commercial communications รวมถึงตลาด aerospace, defense และ government
ความต้องการอุปกรณ์ทดสอบและโซลูชันด้านเครือข่ายยุคใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม AI data center, wireline, wireless, 5G, 6G และ non-terrestrial networks หรือ NTN ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารนอกภาคพื้นดิน
Electronic Industrial Solutions Group ได้แรงหนุนจากชิปและรถยนต์ไฟฟ้า
อีกหนึ่งธุรกิจสำคัญคือ Electronic Industrial Solutions Group หรือ EISG ทำรายได้ 486 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่ามีการเติบโตแบบ double-digit ในหลายตลาดปลายทาง เช่น automotive and energy, general electronics และ semiconductor
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการลงทุนด้าน AI, การพัฒนา advanced chips, wafer, lithography solutions, software-defined vehicles, cybersecurity และ EV charging solutions ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่ต้องใช้เทคโนโลยีการวัด ทดสอบ และออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแม่นยำสูง
คำสั่งซื้อทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์
หนึ่งในจุดเด่นของไตรมาสนี้คือยอดคำสั่งซื้อรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.05 พันล้านดอลลาร์ จาก 1.32 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน สะท้อนว่า demand ในตลาดปลายทางยังแข็งแรง และลูกค้าองค์กรยังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ยอดคำสั่งซื้อที่สูงยังช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป เพราะธุรกิจของ Keysight มีความเกี่ยวข้องกับโครงการเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น data center, telecom infrastructure, defense modernization และ semiconductor development
รายได้แยกตามภูมิภาค
ในเชิงภูมิภาค รายได้จากเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 746 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 573 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ส่วนรายได้จากทวีปอเมริกาอยู่ที่ 644 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% ขณะที่ยุโรปทำรายได้ 327 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47% จาก 223 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า growth ของ Keysight ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่เกิดขึ้นในหลายตลาดหลักทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีการลงทุนด้านชิป เครือข่ายสื่อสารขั้นสูง อุตสาหกรรมยานยนต์ และระบบป้องกันประเทศ
กระแสเงินสดและฐานะการเงินยังแข็งแรง
Keysight รายงานกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ 501 ล้านดอลลาร์ และ free cash flow ที่ 472 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย นอกจากนี้ ณ วันที่ 30 เมษายน 2026 บริษัทมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินสดจำกัดการใช้รวม 2.43 พันล้านดอลลาร์
ฐานะการเงินที่แข็งแรงช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการลงทุนต่อ ทั้งด้าน research and development, software, AI-related testing solutions, semiconductor platforms และการขยายบริการให้ลูกค้าระดับองค์กรทั่วโลก
แนวโน้มไตรมาส 3 ยังสดใส
สำหรับไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 Keysight คาดว่ารายได้จะอยู่ในช่วง 1.730-1.750 พันล้านดอลลาร์ และคาดกำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 2.43-2.49 ดอลลาร์ โดย midpoint ของรายได้สะท้อนการเติบโตปีต่อปีประมาณ 29%
การให้ guidance ที่แข็งแกร่งสะท้อนมุมมองเชิงบวกของผู้บริหารต่อ pipeline ของลูกค้า โดยเฉพาะในตลาด AI infrastructure, wireless communications, semiconductor, automotive electronics และ defense technology
ทำไมผลประกอบการนี้จึงสำคัญต่อนักลงทุน
ผลประกอบการของ Keysight ไม่ได้บอกเพียงว่าบริษัททำกำไรได้ดีขึ้น แต่ยังสะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีว่าเงินลงทุนกำลังไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI, data center, chip design และเครือข่ายสื่อสารยุคใหม่มากขึ้น
บริษัทที่ขายเครื่องมือทดสอบและโซลูชันออกแบบอย่าง Keysight จึงได้รับประโยชน์โดยตรง เพราะก่อนที่สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจะถูกใช้งานจริงในตลาด จะต้องผ่านกระบวนการวัด ทดสอบ ตรวจสอบประสิทธิภาพ และรับรองมาตรฐานอย่างละเอียด
ปัจจัยบวกจาก AI และ Semiconductor
ตลาด AI กำลังผลักดันความต้องการ bandwidth, speed, reliability และ power efficiency ที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการ data center และผู้ผลิตชิปต้องใช้เครื่องมือทดสอบที่ซับซ้อนกว่าเดิม Keysight จึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์นี้
ในฝั่ง semiconductor การพัฒนาชิปขั้นสูงต้องใช้ระบบทดสอบที่แม่นยำมากขึ้น ตั้งแต่ระดับ wafer ไปจนถึงระบบสื่อสารระหว่างชิปและอุปกรณ์ปลายทาง เมื่ออุตสาหกรรมเร่งพัฒนา AI chips, networking chips และ automotive chips ความต้องการโซลูชันของ Keysight ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สรุป
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ของ Keysight ถือว่าแข็งแกร่งมาก ทั้งรายได้ กำไร คำสั่งซื้อ และแนวโน้มไตรมาสถัดไป ธุรกิจ Communications และ Electronic Industrial Solutions เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ AI data center, semiconductor, 5G/6G, EV และ cybersecurity ยังเป็นธีมสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโต
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนว่า Keysight ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเครื่องมือวัดทางอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีอนาคต หาก demand ในตลาด AI, ชิป และเครือข่ายสื่อสารยังเดินหน้าต่อ บริษัทก็มีโอกาสรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะถัดไป
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น