Johnson & Johnson ยังดูเหนือกว่า Pfizer ในศึกหุ้นปันผลกลุ่ม Healthcare ไตรมาสแรก

Johnson & Johnson ยังดูเหนือกว่า Pfizer ในศึกหุ้นปันผลกลุ่ม Healthcare ไตรมาสแรก

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:PFE

Johnson & Johnson ยังนำ Pfizer ในภาพรวมหุ้นปันผล Healthcare หลังผลประกอบการไตรมาสแรก

Johnson & Johnson หรือ JNJ ยังคงถูกมองว่าเป็นหุ้น Healthcare Dividend ที่มีความมั่นคงมากกว่า Pfizer หรือ PFE แม้ Pfizer จะมี dividend yield สูงกว่าและ valuation ถูกกว่าอย่างชัดเจน แต่ประเด็นสำคัญคือ “ความสม่ำเสมอ” ของกำไร กระแสเงินสด นโยบายซื้อหุ้นคืน และความสามารถในการเพิ่มเงินปันผลระยะยาว

ภาพรวมข่าวสำคัญ

บทวิเคราะห์จาก Seeking Alpha ระบุว่า Johnson & Johnson มีโปรไฟล์ด้านผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่น่าสนใจกว่า Pfizer โดย JNJ ได้แรงหนุนจากธุรกิจที่นิ่งกว่า ฐานรายได้กระจายตัว และประวัติการเติบโตของเงินปันผลที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Pfizer แม้มี dividend yield ประมาณ 6.79% และ Forward P/E เพียง 8.55 เท่า แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของรายได้หลังยุค COVID-19 รวมถึงการชะลอ buyback และการตรึงเงินปันผล

Johnson & Johnson เด่นเรื่องเสถียรภาพ

JNJ รายงานยอดขายไตรมาสแรกปี 2026 ที่ 24.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี adjusted EPS ที่ 2.70 ดอลลาร์ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี 2026 สะท้อนว่าบริษัทเริ่มปีได้แข็งแรงพอสมควร โดยธุรกิจหลักทั้ง Innovative Medicine และ MedTech ยังช่วยพยุงการเติบโตได้ดี

จุดแข็งของ JNJ คือการเป็นบริษัท Healthcare ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้พึ่งพาสินค้าตัวเดียวมากเกินไป พอร์ตธุรกิจมีทั้งยา นวัตกรรมการรักษา และอุปกรณ์การแพทย์ ทำให้นักลงทุนสาย dividend มองว่า JNJ เป็นหุ้นที่เหมาะกับการถือยาวมากกว่าในเชิงความเสี่ยง

Pfizer ยังน่าสนใจ แต่ความเสี่ยงสูงกว่า

Pfizer มีข้อดีชัดเจนคือราคาหุ้นที่ถูกกว่าและ yield สูงกว่า ซึ่งอาจดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการรายได้จากเงินปันผลในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ตัวเลข yield สูงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะบางครั้ง yield สูงเกิดจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรง

ในไตรมาสแรกปี 2026 Pfizer รายงานรายได้ 14.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน แต่รายได้จากผลิตภัณฑ์ COVID-19 อย่าง Comirnaty และ Paxlovid ยังลดลงแรง ทำให้ตลาดยังตั้งคำถามว่าบริษัทจะสร้าง growth engine ใหม่ได้เร็วแค่ไหน

ประเด็นเงินปันผล: JNJ ชนะด้วยความต่อเนื่อง

เงินปันผลคือหัวใจของข่าวนี้ JNJ มีประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 60 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณของวินัยทางการเงินและความมั่นใจของผู้บริหาร ในทางกลับกัน Pfizer แม้ยังจ่าย dividend สูง แต่บทวิเคราะห์ชี้ว่าการ freeze dividend และไม่มีแผนซื้อหุ้นคืนในปี 2026 ทำให้ภาพรวมดูระมัดระวังกว่า

มุมมองต่อนักลงทุน

สำหรับนักลงทุนที่มองหา income สูง Pfizer อาจยังมีเสน่ห์ เพราะ valuation ต่ำและ yield สูง แต่สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินปันผล ความสม่ำเสมอของธุรกิจ และโอกาสเพิ่มปันผลในอนาคต Johnson & Johnson ยังดูเป็นตัวเลือกที่แข็งแรงกว่า

สรุป

โดยรวมแล้ว ข่าวนี้สะท้อนว่า JNJ ยังคง “outshine” Pfizer ในกลุ่ม Healthcare Dividend Stocks เพราะมีฐานธุรกิจมั่นคงกว่า payout ratio ต่ำกว่า มีประวัติ dividend growth ยาวนาน และยังเดินหน้าคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นได้ต่อเนื่อง ขณะที่ Pfizer แม้ราคาถูกและ yield สูง แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าธุรกิจหลังยุค COVID-19 จะกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนได้จริง

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

#JohnsonAndJohnson #Pfizer #HealthcareStocks #DividendStocks #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง