
JD Sports เตรียมปิด Hibbett Sports 175 สาขา เดินหน้ารีองค์กรครั้งใหญ่ในอเมริกาเหนือ
JD Sports เตรียมปิด Hibbett Sports 175 สาขา ภายใน 3 ปี หลังเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจในอเมริกาเหนือ
JD Sports บริษัทค้าปลีกสินค้าแฟชั่นกีฬาและรองเท้ากีฬารายใหญ่จากอังกฤษ เตรียมปิดร้าน Hibbett Sports ราว 175 สาขา ทั่วสหรัฐอเมริกาในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในตลาดอเมริกาเหนือ หลังบริษัทเข้าซื้อกิจการ Hibbett เมื่อปี 2024 ด้วยมูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แผนปิดสาขามุ่งลดร้านที่ทำผลงานต่ำกว่าคาด
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า JD Sports จะถอยออกจากตลาดสหรัฐฯ แต่เป็นการจัดระเบียบเครือข่ายร้านค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทระบุว่าจะเน้นปิดสาขา Hibbett Sports ที่มีผลประกอบการต่ำ หรือที่เรียกว่า underperforming stores เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ลดต้นทุน และทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ Hibbett มีสาขามากกว่า 1,000 แห่งในหลายรัฐของสหรัฐฯ โดยในช่วงที่ JD Sports เข้าซื้อกิจการ Hibbett มีร้านทั้งหมด 1,169 สาขาใน 36 รัฐ ต่อมาเมื่อเริ่มปีงบประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2025 จำนวนร้าน Hibbett อยู่ที่ 999 สาขา และลดลงเหลือ 982 สาขาเมื่อสิ้นปีงบประมาณในเดือนมกราคม 2026
กลยุทธ์ “น้อยลง แต่ใหญ่ขึ้นและดีขึ้น”
ผู้บริหารของ JD Sports อธิบายว่า แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ต้องการให้ร้านค้ามีคุณภาพมากขึ้น ไม่ใช่เน้นจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้สะท้อนแนวคิด fewer, bigger, and better stores หรือ “มีร้านน้อยลง แต่ร้านใหญ่ขึ้นและดีขึ้น” ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญในอุตสาหกรรมค้าปลีก
ในยุคที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ร้านค้าหน้าร้านจำเป็นต้องสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง เช่น การจัดร้านให้ทันสมัย มีสินค้ารุ่นใหม่ให้เลือกมากขึ้น และเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ได้ดีขึ้น ดังนั้น ร้านที่ทำยอดขายไม่ดีหรือมีต้นทุนสูงเกินไปจึงอาจไม่ตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว
JD Sports ยังเดินหน้าขยายบางแบรนด์ในอเมริกาเหนือ
แม้จะมีแผนปิด Hibbett Sports หลายสาขา แต่ JD Sports ยังมีแผนขยายแบรนด์หลักของตนเองในภูมิภาคอเมริกาเหนือ โดยบริษัทมีแผนเปิดร้าน JD ใหม่ประมาณ 20 แห่ง และจะเปลี่ยนร้าน Finish Line ราว 70-80 สาขาให้กลายเป็นร้าน JD Sports แทน
นั่นหมายความว่า บริษัทไม่ได้ลดบทบาทในตลาดรองเท้ากีฬา แต่กำลังย้ายทรัพยากรไปยังรูปแบบร้านที่คาดว่าจะทำกำไรได้มากกว่า และมีภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์ระดับโลกของ JD Sports มากกว่าเดิม
ตลาดรองเท้ากีฬาในสหรัฐฯ แข่งขันรุนแรง
ตลาด athletic footwear ในอเมริกาเหนือมีการแข่งขันสูงมาก ทั้งจากร้านค้าปลีกเฉพาะทาง แบรนด์กีฬาโดยตรง และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนค่าเช่า ค่าแรง และการบริหารสต็อกสินค้ายังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีก
การปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรจึงเป็นวิธีที่หลายบริษัทใช้เพื่อรักษาสุขภาพทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น บริษัทค้าปลีกจำนวนมากต้องปรับตัวจากโมเดล “เปิดร้านให้เยอะที่สุด” ไปสู่โมเดล “เปิดเฉพาะทำเลที่คุ้มค่าและสร้างกำไรได้จริง”
ผลกระทบต่อพนักงานและชุมชนยังต้องติดตาม
ข่าวการปิดร้านจำนวนมากมักทำให้เกิดคำถามเรื่องผลกระทบต่อพนักงานในพื้นที่ แม้รายงานต้นทางไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนพนักงานที่จะได้รับผลกระทบ แต่การปิดร้าน 175 สาขาภายใน 3 ปีถือเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่อาจกระทบต่อแรงงานท้องถิ่นและชุมชนที่พึ่งพาร้านค้าปลีกเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม การทยอยปิดภายใน 3 ปีอาจช่วยให้บริษัทบริหารการเปลี่ยนผ่านได้รอบคอบกว่าเดิม เช่น การย้ายพนักงานบางส่วนไปยังสาขาอื่น การปรับบทบาทงาน หรือการรองรับผ่านร้าน JD Sports และ Finish Line ที่จะถูกปรับโฉมใหม่
ภาพใหญ่ของธุรกิจค้าปลีกกีฬา
ความเคลื่อนไหวของ JD Sports เกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจค้าปลีกกีฬาในสหรัฐฯ กำลังปรับตัวอย่างหนัก ก่อนหน้านี้คู่แข่งอย่าง Foot Locker ก็มีข่าวเกี่ยวกับการปิดบางสาขาหลังถูกซื้อกิจการโดย Dick’s Sporting Goods ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเข้าสู่ช่วงจัดระเบียบครั้งใหญ่
สำหรับ JD Sports การซื้อ Hibbett ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเมืองขนาดเล็กและตลาดท้องถิ่น แต่หลังการซื้อกิจการ บริษัทจำเป็นต้องตรวจสอบว่าสาขาใดเหมาะกับแผนระยะยาว และสาขาใดควรถูกลดบทบาทเพื่อรักษากำไรโดยรวม
สรุป
แผนปิด Hibbett Sports ราว 175 สาขาของ JD Sports เป็นสัญญาณชัดเจนว่าธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของสาขามากกว่าจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว บริษัทกำลังลดร้านที่ทำผลงานต่ำ พร้อมลงทุนในร้าน JD Sports และการปรับโฉม Finish Line เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอเมริกาเหนือ
แม้การปิดร้านอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อพนักงานและชุมชนบางแห่ง แต่ในมุมธุรกิจ นี่คือความพยายามของ JD Sports ในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และแข่งขันให้ได้ในตลาดรองเท้ากีฬาที่เปลี่ยนเร็วและมีการแข่งขันสูงมากขึ้นทุกปี
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น