
Japan: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงสุดในรอบหลายปีท่ามกลางความกังวลด้านงบประมาณก่อนการเลือกตั้ง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาว (long-term government bond yields) ได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดหลายปีในตลาดการเงินเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยนักลงทุนแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ เหตุผลหลักมาจากการที่นายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ประกาศเรียกให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และท่าทีทางนโยบายที่อาจเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งยิ่งทำให้หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นที่มีอยู่สูงอยู่แล้วทวีความเสี่ยงมากขึ้น
การเคลื่อนตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
ในวันทำการล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิมกว่า 4 จุดฐานไปอยู่ที่ประมาณ 2.31% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 1999 ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 20 ปีและ 30 ปี ก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยทั้งสองอายุเพิ่มมากกว่า 9–10 จุดฐานในวันเดียวกัน อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นเหล่านี้สะท้อนถึงราคาที่ลดลงของพันธบัตร เพราะราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนมีความสัมพันธ์ผกผันกันอย่างชัดเจน
อะไรคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตร?
โดยทั่วไปแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield) คือผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรจะได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐบาลหรือบริษัท ยิ่งอัตราผลตอบแทนสูง ก็แปลว่าราคาของพันธบัตรในตลาดรองมีการปรับตัวลดลง นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการถือสินทรัพย์ดังกล่าว
อัตราผลตอบแทนระยะยาวมักจะสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพทางการคลังและเศรษฐกิจของประเทศ หากนักลงทุนไม่เชื่อมั่นว่าจะสามารถควบคุมงบประมาณหรือหนี้สาธารณะได้ดี ราคาพันธบัตรจะลดลงและอัตราผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่กดดันตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น
ท่ามกลางการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรมีความผันผวนมากขึ้น:
1. นโยบายการคลังที่เข้มข้นขึ้น
นายกรัฐมนตรี Takaichi ได้ประกาศแผนการใช้จ่ายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รวมถึงการเสนอ มาตรการลดภาษี เช่น การพักเก็บภาษีอาหาร (food sales tax) เป็นเวลาสองปี ซึ่งจะเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลอย่างมหาศาล หากแผนเหล่านี้ถูกรับรองโดยสภา มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้วของญี่ปุ่น ซึ่งราว ๆ ~200% ของ GDP ของประเทศ (ประมาณหนึ่งในหนี้สาธารณะที่สูงที่สุดในโลก)
2. ความไม่แน่นอนทางการเมือง
การเลือกตั้งที่คาบเกี่ยวกับนโยบายทางการคลังที่สำคัญทำให้ ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนจึงเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดการณ์แนวทางการบริหารงบประมาณของรัฐบาลใหม่ได้ ตลาดพันธบัตรจึงตอบสนองด้วยการขายพันธบัตร ทำให้อัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างที่นักวิเคราะห์ระบุว่ามี “Takaichi trade” เกิดขึ้น ซึ่งหมายถึงแนวโน้มของการขายพันธบัตรญี่ปุ่นและถือครองหุ้นหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น
3. อุปสงค์ลดลงในการประมูลพันธบัตร
ในงานประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีครั้งล่าสุด ตลาดมีความสนใจซื้อพันธบัตรต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้ลงทุนลดความต้องการสินทรัพย์ระยะยาวของรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้ราคาลดลงและผลตอบแทนยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ผลกระทบของอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น
การที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นมีผลกระทบทั้งต่อเศรษฐกิจในประเทศและภาคการเงิน รวมถึง:
ผลกระทบต่อการกู้ยืมของรัฐบาล
เมื่ออัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ภาระดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายเมื่อออกพันธบัตรใหม่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงอย่างญี่ปุ่น ภาระชำระหนี้เหล่านี้อาจเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่องบประมาณภาครัฐ
ผลกระทบต่อตลาดเงินและการลงทุน
นักลงทุนในระบบการเงิน เช่น บริษัทประกันภัยและกองทุนบำนาญ ที่ถือครองพันธบัตรญี่ปุ่นจำนวนมากอาจพบว่าพอร์ตสินทรัพย์ของตนขาดทุนจากการลดลงของราคาพันธบัตร ส่งผลให้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องหรือต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้
ผลต่อเศรษฐกิจวงกว้าง
อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้ต้นทุนเงินกู้สำหรับภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคธุรกิจและการบริโภคของประชาชน นำไปสู่การชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
มุมมองของนักวิเคราะห์และนักลงทุน
นักกลยุทธ์จากสถาบันการเงินต่างชาติให้ความเห็นว่า ตลาดกำลัง “price in” ความเสี่ยงด้านงบประมาณและนโยบายการคลังอย่างรวดเร็ว บางรายกล่าวว่าแม้จะมีความกังวล แต่บางส่วนของการปรับตัวนี้อาจจะสะท้อนการคาดการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินโดย ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan หรือ BOJ) และความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยอาจมีแนวโน้มปรับขึ้นในอนาคตอันใกล้
สำหรับนักลงทุนต่างประเทศ แรงกดดันจากการขายพันธบัตรญี่ปุ่นอาจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวราคาของสกุลเงินเยน ซึ่งอ่อนค่าลงในช่วงเวลาที่ตลาดมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและการเงิน การเคลื่อนไหวของเยนและพันธบัตรจึงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในตลาดภูมิภาคเอเชีย
แนวโน้มในอนาคต
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นอาจยังคงอยู่ต่อเนื่องจนกว่าทิศทางนโยบายงบประมาณและการคลังของประเทศจะชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ความคาดหวังเกี่ยวกับการประชุมและนโยบายของ BOJ จะยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนในตลาดพันธบัตร
หากรัฐบาลใหม่เลือกที่จะยึดมั่นในมาตรการคุมงบประมาณและควบคุมหนี้สาธารณะอย่างเข้มงวด อาจทำให้อัตราผลตอบแทนปรับลดลง แต่หากมาตรการขยายตัวการคลังยังคงมีบทบาทสำคัญ ตลาดอาจยังคงเห็นความผันผวนสูงต่อไป
#JapanBondYields #JapanElection #FiscalConcerns #JGBMarket #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น