ISRG เจอแรงกดดันต่างประเทศ: ปัญหาจีน-ญี่ปุ่นเป็นแค่ชั่วคราว หรือเสี่ยงกระทบระยะยาว?

ISRG เจอแรงกดดันต่างประเทศ: ปัญหาจีน-ญี่ปุ่นเป็นแค่ชั่วคราว หรือเสี่ยงกระทบระยะยาว?

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:ISRG

ISRG เจอแรงกดดันต่างประเทศ: ปัญหาจีน-ญี่ปุ่นเป็นแค่ชั่วคราว หรือเสี่ยงกระทบระยะยาว?

Intuitive Surgical หรือหุ้น ISRG กลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนอีกครั้ง หลังรายงานไตรมาสแรกปี 2026 ออกมาแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังจับตาความอ่อนแอในต่างประเทศ โดยเฉพาะ China และ Japan ว่าเป็นเพียงแรงกดดันชั่วคราว หรืออาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

ประเด็นหลักของข่าวจาก Zacks คือ แม้ Intuitive Surgical จะยังมีการเติบโตที่ดีจากระบบผ่าตัดหุ่นยนต์ da Vinci และแพลตฟอร์ม Ion แต่ตลาดต่างประเทศบางส่วนเริ่มส่งสัญญาณไม่สม่ำเสมอ โดย Zacks ระบุว่าการเติบโตนอกสหรัฐฯ ยังแข็งแรงในภาพรวม แต่จีนเผชิญแรงกดดันด้านราคา การประมูลที่ล่าช้า และการแข่งขันจากผู้เล่นท้องถิ่น ส่วนญี่ปุ่นมีความล่าช้าบางด้านที่อาจกดดันยอดขายระยะสั้น

ผลประกอบการ Q1 2026 ยังแข็งแกร่ง

ตัวเลขจากบริษัทแสดงให้เห็นว่า ISRG ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะชะลอตัวโดยรวม รายได้ไตรมาสแรกปี 2026 อยู่ที่ 2.77 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิแบบ GAAP อยู่ที่ 822 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น และกำไรแบบ non-GAAP อยู่ที่ 901 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น

บริษัทระบุว่าการเติบโตมาจากจำนวน procedure ที่เพิ่มขึ้น การวางระบบ da Vinci ใหม่ และฐานติดตั้งของระบบ da Vinci และ Ion ที่ใหญ่ขึ้น รายได้จากกลุ่ม Instruments and Accessories เพิ่มขึ้นเป็น 1.69 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของปริมาณการใช้ da Vinci ประมาณ 16% และ Ion ประมาณ 39%

ฐานติดตั้ง da Vinci และ Ion ขยายต่อเนื่อง

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 Intuitive Surgical มีฐานติดตั้งระบบ da Vinci ทั่วโลก 11,395 ระบบ เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ส่วนระบบ Ion endoluminal มีฐานติดตั้ง 1,041 ระบบ เพิ่มขึ้น 22% ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะโมเดลธุรกิจของ ISRG ไม่ได้พึ่งแค่การขายเครื่อง แต่ยังได้รายได้ recurring จากอุปกรณ์ เครื่องมือ บริการ และการใช้งานซ้ำในแต่ละ procedure

ในไตรมาสแรก บริษัทวางระบบ da Vinci ใหม่ 431 ระบบ โดยในจำนวนนี้เป็น da Vinci 5 จำนวน 232 ระบบ เทียบกับปีก่อนที่วางระบบ da Vinci ทั้งหมด 367 ระบบ และ da Vinci 5 จำนวน 147 ระบบ สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มรุ่นใหม่ยังเดินหน้าได้ดี

แล้วจุดอ่อนในต่างประเทศอยู่ตรงไหน?

แม้ภาพรวมยังดี แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์กังวลคือการเติบโตต่างประเทศไม่ได้เรียบเนียนทุกตลาด โดยเฉพาะ China และ Japan ซึ่งเป็นตลาดสำคัญในเอเชีย สำหรับจีน ความเสี่ยงมาจากแรงกดดันด้านราคา การอนุมัติหรือการประมูลจัดซื้อที่อาจใช้เวลานานขึ้น และการแข่งขันจากบริษัทท้องถิ่นที่เริ่มแข็งแรงขึ้น ส่วนญี่ปุ่นถูกมองว่ามีปัจจัยล่าช้าเชิงรอบวัฏจักร ซึ่งอาจกระทบยอด placement หรือ procedure ในบางช่วงเวลา

ถ้ามองแบบง่าย ๆ จีนอาจเป็นความเสี่ยงที่ “โครงสร้างมากกว่า” เพราะเกี่ยวข้องกับราคา นโยบายจัดซื้อ และคู่แข่งในประเทศ ส่วนญี่ปุ่นอาจเป็นความเสี่ยงที่ “ชั่วคราวมากกว่า” หากปัญหาเกิดจาก timing ของโรงพยาบาล การเบิกจ่าย หรือรอบการลงทุนของระบบสุขภาพ

ทำไมนักลงทุนยังไม่ควรมองข้าม ISRG?

จุดแข็งของ ISRG คือบริษัทเป็นผู้นำในตลาด robotic-assisted surgery มานาน ระบบ da Vinci มี ecosystem ที่กว้าง ทั้งเครื่องมือ ศัลยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรม software workflow และฐานโรงพยาบาลที่ใช้งานจริง การแข่งขันจึงไม่ใช่แค่การขายเครื่องราคาถูกกว่า แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นด้านผลลัพธ์ ความปลอดภัย การบริการ และความต่อเนื่องของ supply chain

อีกจุดที่น่าสนใจคือบริษัทปรับคาดการณ์การเติบโตของ procedure ปี 2026 เป็นช่วง 13.5%-15.5% ซึ่งยังถือว่าแข็งแรงมากสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่ม medical technology โดยแนวโน้มนี้สะท้อนว่าผู้บริหารยังมั่นใจใน demand ระดับโลก แม้จะมีแรงกดดันบางประเทศก็ตาม

ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม

นักลงทุนควรจับตา 4 เรื่องหลัก ได้แก่ หนึ่ง การแข่งขันในจีนว่าส่งผลต่อราคาและ market share แค่ไหน สอง ความเร็วของการอนุมัติและการจัดซื้อในญี่ปุ่น สาม อัตรากำไรขั้นต้น เพราะบริษัทคาด non-GAAP gross margin ปี 2026 ที่ 67.5%-68.5% และรวมผลกระทบจาก tariffs ประมาณ 1% ของรายได้ และสี่ การยอมรับของ da Vinci 5 ในตลาดต่างประเทศ

ถ้าการเติบโตในยุโรปและสหรัฐฯ ยังแข็งแรงพอ ก็อาจช่วยชดเชยความอ่อนแอในเอเชียบางส่วนได้ แต่ถ้าจีนชะลอนานกว่าคาด และคู่แข่งท้องถิ่นเริ่มกินส่วนแบ่งจริง ความกังวลของตลาดอาจเพิ่มขึ้น

สรุปมุมมองต่อข่าว ISRG

โดยรวมแล้ว ความอ่อนแอในต่างประเทศของ ISRG ดูเหมือนเป็นทั้ง แรงกดดันชั่วคราว และ ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างบางส่วน ในเวลาเดียวกัน ญี่ปุ่นอาจฟื้นได้เมื่อรอบการลงทุนและการใช้งานกลับมาเป็นปกติ แต่จีนต้องติดตามใกล้ชิดกว่า เพราะเกี่ยวข้องกับการแข่งขันในประเทศ ราคา และนโยบายจัดซื้อ

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ Q1 2026 ยังยืนยันว่า Intuitive Surgical มีพื้นฐานธุรกิจแข็งแรง รายได้โต 23% ฐานติดตั้งเพิ่มขึ้น และ procedure growth ยังดีมาก ดังนั้น ประเด็นต่างประเทศอาจยังไม่ใช่สัญญาณลบใหญ่ทันที แต่เป็น “จุดตรวจสอบสำคัญ” สำหรับนักลงทุนที่ถือหรือกำลังติดตามหุ้น ISRG

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์

#ISRG #IntuitiveSurgical #หุ้นสหรัฐ #RoboticSurgery #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง