หุ้น Intel พุ่งแรงกว่า 12% นักลงทุนคาดดีลผลิตชิป AI กับ Google และ Nvidia อาจพลิกอนาคตบริษัท

หุ้น Intel พุ่งแรงกว่า 12% นักลงทุนคาดดีลผลิตชิป AI กับ Google และ Nvidia อาจพลิกอนาคตบริษัท

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:INTC

หุ้น Intel ทะยานรับข่าวลือดีลผลิตชิป AI กับ Google และ Nvidia สร้างความหวังครั้งใหม่ให้ธุรกิจ Foundry

Intel Corporation (NASDAQ: INTC) กลับมาเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในการซื้อขายล่าสุด โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ระบุว่า Intel อาจได้รับสัญญาผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI Chip) ให้กับ Google และกำลังอยู่ในเส้นทางสู่การบรรลุข้อตกลงสำคัญกับ Nvidia ซึ่งเป็นสองบริษัทเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม AI ระดับโลก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกต่อแผนการฟื้นฟูธุรกิจของ Intel ภายใต้การนำของ Lip-Bu Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนปัจจุบัน ที่กำลังเร่งผลักดันให้บริษัทกลับมามีบทบาทสำคัญในตลาดเซมิคอนดักเตอร์และธุรกิจรับจ้างผลิตชิป หรือ Foundry Business อีกครั้ง

รายงานเผย Intel อาจผลิตชิป AI กว่า 3 ล้านชิ้นให้ Google

รายงานจากสื่อด้านเทคโนโลยีระบุว่า Intel ได้บรรลุข้อตกลงในการผลิตชิป AI เฉพาะทางมากกว่า 3 ล้านชิ้น ให้กับ Google ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จะนับเป็นหนึ่งในสัญญาที่สำคัญที่สุดของ Intel ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แม้ว่าทาง Intel จะยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว ขณะที่ Google และ Nvidia ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่เพียงแค่ข่าวลือเกี่ยวกับความร่วมมือครั้งนี้ก็เพียงพอที่จะสร้างแรงซื้ออย่างมหาศาลในตลาดหุ้น

นักลงทุนมองว่าหาก Intel สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกเข้ามาใช้บริการโรงงานผลิตชิปของตนได้จริง จะเป็นการพิสูจน์ว่ากลยุทธ์การลงทุนด้าน Foundry เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และอาจช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของบริษัทจากผู้ตาม กลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมอีกครั้ง

ความเป็นไปได้ของดีลกับ Nvidia จุดประกายความหวังใหม่

นอกจาก Google แล้ว รายงานยังระบุอีกว่า Intel อาจกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ Nvidia เพื่อรับงานผลิตชิปเพิ่มเติมในอนาคต

Nvidia ถือเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นผู้นำด้านชิป AI ที่ได้รับความต้องการอย่างมหาศาลจากบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก หาก Intel สามารถกลายเป็นหนึ่งในพันธมิตรด้านการผลิตของ Nvidia ได้จริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ Foundry ของบริษัท

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า การได้รับความไว้วางใจจาก Nvidia จะช่วยยืนยันว่าเทคโนโลยีการผลิตชิปของ Intel สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง TSMC และ Samsung ได้มากขึ้น

ธุรกิจ Foundry คือกุญแจสำคัญของการฟื้นตัว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Intel เผชิญความท้าทายอย่างหนักจากการแข่งขันในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งทั้งในด้านการออกแบบและการผลิตชิป

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงวางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในการขยายธุรกิจ Foundry หรือบริการรับผลิตชิปให้กับบริษัทอื่น ซึ่งแตกต่างจากโมเดลดั้งเดิมที่ Intel ผลิตชิปสำหรับผลิตภัณฑ์ของตนเองเป็นหลัก

หาก Intel สามารถดึงลูกค้ารายใหญ่ระดับ Google, Nvidia หรือแม้แต่ Apple เข้ามาใช้บริการได้ จะช่วยเพิ่มรายได้ระยะยาวและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดพีซีและเซิร์ฟเวอร์เพียงอย่างเดียว

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple อาจกลับมาใช้บริการ Intel

ก่อนหน้ากระแสข่าวล่าสุด มีรายงานว่า Intel กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงกับ Apple ซึ่งเคยเป็นลูกค้ารายสำคัญในอดีต

แม้ Apple จะเปลี่ยนมาใช้ชิปที่พัฒนาเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในบางส่วนของกระบวนการผลิต อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า Intel ยังมีศักยภาพในการแข่งขันกับผู้ผลิตชิประดับโลก

การที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งเริ่มมีชื่อเชื่อมโยงกับ Intel ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้ตลาดเริ่มมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวของธุรกิจอย่างจริงจัง

ราคาหุ้น Intel ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในปี 2026

การปรับตัวขึ้นล่าสุดช่วยให้ Intel สามารถกู้คืนความเสียหายบางส่วนจากแรงขายในตลาดเทคโนโลยีเมื่อสัปดาห์ก่อน

ตลอดปี 2026 หุ้น Intel ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในดัชนี S&P 500 โดยมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

แม้ว่าราคาหุ้นยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนพฤษภาคมประมาณ 18% แต่แนวโน้มโดยรวมยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาอย่างต่อเนื่อง

แรงสนับสนุนสำคัญมาจากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าที่คาด รวมถึงข่าวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่ง

นักลงทุนยังคงแบ่งมุมมองต่ออนาคต Intel

แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง แต่ไม่ได้หมายความว่านักวิเคราะห์ทุกคนจะมองบวกต่อ Intel

ข้อมูลจาก Visible Alpha ระบุว่า ในกลุ่มนักวิเคราะห์ที่ติดตามหุ้น Intel จำนวน 7 ราย มีเพียง 3 รายที่แนะนำ "ซื้อ" ขณะที่อีก 3 รายให้คำแนะนำ "ถือ" และมี 1 รายที่ยังคงแนะนำ "ขาย"

ความกังวลหลักยังคงอยู่ที่ความสามารถของ Intel ในการเปลี่ยนข่าวลือและการเจรจาให้กลายเป็นสัญญาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงความสามารถในการส่งมอบเทคโนโลยีการผลิตชิปที่แข่งขันได้ในระยะยาว

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังต้องการเห็นรายละเอียดของข้อตกลงเหล่านี้ก่อนที่จะประเมินผลกระทบทางการเงินอย่างชัดเจน

บทบาทของ Lip-Bu Tan กับการสร้าง Intel ยุคใหม่

ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง CEO ของ Intel เมื่อปีที่ผ่านมา Lip-Bu Tan ได้รับความคาดหวังอย่างสูงจากทั้งนักลงทุนและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

เขาได้วางแผนปรับโครงสร้างองค์กร ปรับกลยุทธ์การลงทุน และเร่งขยายธุรกิจ Foundry เพื่อให้ Intel สามารถกลับมาแข่งขันในยุค AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ล่าสุด Lip-Bu Tan ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า

"เรายังเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางในการสร้าง Intel ยุคใหม่เท่านั้น"

ข้อความดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นภายในบริษัท และช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่กำลังติดตามความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูธุรกิจ

การแข่งขันในตลาด AI กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

กระแส AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต่างเร่งลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบประมวลผล AI และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้ความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในอดีต Intel เคยเป็นผู้นำตลาดชิปประมวลผล แต่การมาถึงของ AI ทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม หาก Intel สามารถใช้ศักยภาพด้านการผลิตของตนเพื่อรองรับความต้องการจากลูกค้ารายใหญ่ได้ ก็อาจสร้างแหล่งรายได้ใหม่และกลับมามีบทบาทสำคัญในยุค AI อีกครั้ง

มุมมองต่ออนาคตของ Intel

แม้ว่าความร่วมมือกับ Google และ Nvidia จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่การที่ชื่อของ Intel กลับมาเชื่อมโยงกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งในช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมธุรกิจ

ตลาดกำลังจับตาว่าบริษัทจะสามารถเปลี่ยนความคาดหวังเหล่านี้ให้กลายเป็นรายได้จริงได้มากน้อยเพียงใด หากทำได้สำเร็จ Intel อาจกลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในทศวรรษหน้า

สำหรับนักลงทุน ข่าวการเจรจากับ Google และ Nvidia ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในระยะสั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการพลิกฟื้นธุรกิจครั้งใหญ่ของหนึ่งในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของโลก

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานของ Investopedia และแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง โดยข้อตกลงระหว่าง Intel, Google และ Nvidia ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทุกฝ่าย ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าวนี้

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง