Intel รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 เกินคาด แต่หุ้นร่วงหนักจากแนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2026 และปัญหาการผลิตชิป

Intel รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 เกินคาด แต่หุ้นร่วงหนักจากแนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2026 และปัญหาการผลิตชิป

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:INTC

Intel รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 พร้อมแนวโน้มที่นักลงทุนกังวล

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอย่าง Intel Corporation ได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินของไตรมาส 4 ปี 2025 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 ซึ่งพบว่าผลประกอบการบางตัวเลขออกมาเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์ แต่นักลงทุนกลับแสดงปฏิกิริยาตอบรับเชิงลบ ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงหลังการประกาศผลประกอบการและคาดการณ์สำหรับปี 2026

ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025: รายได้และ EPS เกินคาด

สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 27 ธันวาคม 2025, Intel รายงานรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 13.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงประมาณ 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตัวเลขนี้ยังคงสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะส่วนของรายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจ Data Center & AI ยังคงเติบโต และกลุ่ม Client Computing Group ยังคงสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท

กำไรต่อหุ้น (EPS) แบบ non-GAAP หรือที่ปรับแล้วของไตรมาสนี้อยู่ที่ประมาณ 0.15 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.08 ดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้และกำไรจะเกินคาด แต่ตัวเลขรวมในเชิงโครงสร้างยังสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและกำไรขั้นต้นที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

แนวโน้มปี 2026: Guidance ที่อ่อนแอและปัญหาการผลิตชิป

หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 4, Intel ได้ออกแนวโน้มสำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 โดยคาดการณ์รายได้อยู่ระหว่าง 11.7 พันล้านดอลลาร์ถึง 12.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ ซึ่งทำให้ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงกว่า 10-15% ในการซื้อขายหลังเวลาทำการ

ฝ่ายบริหารของ Intel ระบุว่าความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล (data center) ที่ใช้ในงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง แต่ปัญหาเกี่ยวกับ supply constraint หรือการผลิตที่ไม่เพียงพอและอัตราการผลิต (yields) ที่ยังไม่ถึงระดับเป้าหมาย เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทไม่สามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้ทัน และคาดว่าปัญหาเหล่านี้จะดีขึ้นในช่วงกลางปีถึงปลายปี 2026

สาเหตุที่ทำให้หุ้นลดลงทั้งที่ผลประกอบการออกมาดี

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายกล่าวว่าตลาดคาดหวังแนวโน้มรายได้และกำไรในอนาคตมากกว่าผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นเอง การคาดการณ์รายได้ที่ต่ำกว่าคาดและความไม่แน่นอนด้านการผลิต ทำให้นักลงทุนกังวลต่อศักยภาพการเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะในธุรกิจที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง AMD และ Nvidia ในด้าน chip สำหรับ AI และเซิร์ฟเวอร์

นอกจากนี้ ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำ (memory supply shortage) ในตลาดโลก ก็ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม ซึ่งรวมถึง Intel ด้วย เพราะทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนสูงขึ้นและส่งผลต่อกำไรของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

มุมมองจากผู้บริหารและแนวทางในอนาคต

CEO ของ Intel, Lip-Bu Tan, กล่าวว่าบริษัทกำลังมุ่งหน้าไปสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์และมองเห็นโอกาสเติบโตมหาศาลจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI แต่ยังยอมรับว่าการเพิ่มกำลังการผลิตให้ตอบสนองความต้องการของตลาดยังคงต้องใช้เวลาและทรัพยากร

ในขณะที่ CFO David Zinsner กล่าวว่า Intel คาดหวังว่าการขาดแคลน supply จะดีที่สุดในไตรมาส 1 ปี 2026 และจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาส 2 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจะมีการปรับปรุงความสามารถในการผลิตและการจัดสรรสินค้ามากขึ้นตามลำดับ

สรุปภาพรวม

ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ของ Intel แสดงให้เห็นว่า บริษัทยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรที่แข็งแกร่ง แม้ในช่วงเวลาที่ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีแรงกดดันสูง แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนรู้สึกผิดหวังคือแนวโน้มรายได้ในไตรมาสแรกของปี 2026 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ และปัญหาด้าน supply chain ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน

#IntelEarnings #INTC #TechStocks #SupplyChainIssues #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง