
แผนการเพิ่มการผลิต Boeing 737 อาจบดบังผลขาดทุนในไตรมาสสี่ที่คาดไว้
โบอิ้งเตรียมแผนเพิ่มกำลังการผลิต 737 ท่ามกลางผลประกอบการที่คาดว่าจะขาดทุนในไตรมาสสี่
บริษัท Boeing ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากแผนการเพิ่มการผลิตเครื่องบินรุ่น 737 MAX และการคาดการณ์สภาพคล่องทางการเงินระยะยาวจะส่งผลต่อแนวโน้มของบริษัทมากกว่าเพียงผลขาดทุนในไตรมาสที่สี่ของปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะรายงานผลขาดทุนประมาณ 39 เซนต์ต่อหุ้นในรายงานผลประกอบการที่กำลังจะเผยแพร่ในวันอังคารนี้
จุดสนใจของนักลงทุนอยู่ที่แผนการผลิต
นักลงทุนกำลังจับตาดูว่า Boeing จะสามารถเพิ่มอัตราการผลิตของเครื่องบิน 737 ให้สูงกว่าขีดจำกัดที่รัฐบาลกำหนดไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้มีการจำกัดกำลังการผลิตไว้ที่ 38 ลำต่อเดือน แต่ล่าสุดได้รับการอนุมัติให้เพิ่มเป็น 42 ลำต่อเดือน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการขยับเพิ่มกำลังการผลิตนี้เป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูสภาพคล่องของบริษัท
นักวิเคราะห์จาก Bernstein Aerospace กล่าวว่า การผลิต 42 ลำต่อเดือนไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Boeing เพราะบริษัทได้สะสมชิ้นส่วนคงคลังจำนวนมากไว้ในช่วงที่ผ่านมา แต่การเพิ่มเป็น 47 ลำต่อเดือนนั้นจะต้องให้สายการผลิตและซัพพลายเชนสามารถปรับตัวเพื่อรองรับการผลิตที่มากขึ้นได้
ผลประกอบการไตรมาสสี่และภาพรวมการฟื้นตัว
ผลขาดทุนในไตรมาสสี่ของ Boeing ตามคาดการณ์จะทำให้บริษัทยังต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของการเพิ่มกำลังการผลิตและความคาดหวังเกี่ยวกับสภาพคล่องเงินสด (free cash flow) ในระยะยาวนั้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนดูว่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของบริษัทมากกว่า ฐานะสภาพคล่องคาดว่าจะเป็นลบในปี 2025 แต่มีการคาดการณ์ว่าสภาพคล่องฟรีของบริษัทจะเกิน $10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2028
แม้ว่าปีที่ผ่านมา Boeing จะยังต้องเผชิญกับปัญหาคุณภาพการผลิต โดยเฉพาะในรุ่น 737 MAX 7 และ MAX 10 ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นเล็กที่สุดและใหญ่ที่สุดของตระกูล 737 รวมถึงปัญหาในการรับรองแบบของเครื่องบินรุ่น 777X ที่ล่าช้ามานานถึงหกปีแล้วก็ตาม แต่บริษัทก็ยังมีความคืบหน้าในด้านอื่น ๆ ของธุรกิจ
จุดเปลี่ยนสำคัญในการฟื้นฟู
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของ Boeing ในปีที่ผ่านมา คือการฟื้นตัวในส่วนต่าง ๆ ของธุรกิจ เช่น การขายบริษัทลูก Jeppesen ด้วยมูลค่าประมาณ $10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, การเข้าซื้อสัดส่วนในซัพพลายเออร์หลักอย่าง Spirit AeroSystems, และการได้รับสัญญาสำคัญด้านยุทธศาสตร์กับหน่วยงานของสหรัฐฯ อีกทั้งยังสามารถเอาชนะ Airbus ในการได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินใหม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ความคาดหวังของนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่สำรวจโดย LSEG มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นของ Boeing โดย 24 จาก 29 รายแนะนำให้ ซื้อหุ้น ของบริษัท แม้จะมีการคาดการณ์ผลขาดทุนในไตรมาสสี่ก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าการเพิ่มกำลังการผลิตและการปรับปรุงสภาพคล่องในระยะยาวจะช่วยให้ Boeing กลับมามีกำไรและเติบโตได้ในอนาคต
ความท้าทายด้านการรับรองแบบเครื่องบิน
ปัญหาการรับรองแบบของเครื่องบินรุ่น 737 MAX 7 และ 737 MAX 10 รวมถึงรุ่น 777X ยังคงเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการฟื้นฟูของ Boeing แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะอนุญาตให้เพิ่มกำลังการผลิตก็ตาม การยืดเวลาในการรับรองแบบนี้มีผลต่อการส่งมอบเครื่องบินตามแผนและรายได้ของบริษัทในระยะสั้น
เส้นทางข้างหน้าของ Boeing
ภาพรวมของ Boeing ในปี 2026 ยังคงมีความหวังจากการที่บริษัทสามารถเพิ่มการผลิตเครื่องบิน 737 และขยายสายการผลิตให้แข็งแกร่งขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ความท้าทายด้านการรับรองและกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป นักลงทุนและผู้ติดตามตลาดจะต้องรอดูผลประกอบการอย่างละเอียดเพื่อประเมินทิศทางการฟื้นตัวของบริษัทอย่างแท้จริง
#Boeing #737MAX #Aerospace #การผลิตเครื่องบิน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น