
หุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ ร่วงหนัก สวนทาง S&P 500 ที่ยังทำจุดสูงใหม่
หุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ ร่วงหนัก สวนทาง S&P 500 ที่ยังทำจุดสูงใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2026 กำลังสะท้อนภาพที่ค่อนข้างย้อนแย้ง ด้านหนึ่งดัชนี S&P 500 ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดใหม่ แต่อีกด้านหนึ่ง หุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคที่อยู่อาศัยกลับเผชิญแรงกดดันรุนแรง โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Whirlpool, Lennar, Pool Corporation, Zillow และ Home Depot ที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยจำนองสูงและยอดซื้อขายบ้านที่ซบเซา
ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ราคาบ้าน แต่คือ “จำนวนธุรกรรม”
ประเด็นสำคัญของภาค housing ในสหรัฐฯ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคาบ้านพังลงอย่างหนัก แต่เป็นเรื่องของ home turnover หรือจำนวนการซื้อขายบ้านที่ลดลง เมื่อคนไม่ย้ายบ้าน ไม่ซื้อบ้านใหม่ และไม่ขายบ้านเดิม บริษัทที่พึ่งพาการเปลี่ยนมือของบ้านจึงได้รับผลกระทบโดยตรง
ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง สระว่ายน้ำ รีโนเวตบ้าน และแพลตฟอร์มอสังหาฯ ต่างต้องการ “การเคลื่อนไหว” ของตลาดบ้าน หากบ้านขายออกน้อยลง รายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องก็หดตัวตามไปด้วย แม้ราคาบ้านในหลายเมืองใหญ่ยังทรงตัวก็ตาม
Whirlpool เจ็บหนัก หุ้นร่วง 81% ใน 5 ปี
Whirlpool กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของความเจ็บปวดในกลุ่มนี้ ราคาหุ้นลดลงประมาณ 81% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่รายนี้รายงานรายได้ลดลง 9.6% และ EBIT ในอเมริกาเหนือร่วงหนักเหลือเพียง 6 ล้านดอลลาร์ พร้อมระงับการจ่ายปันผลเพื่อเน้นลดหนี้กว่า 900 ล้านดอลลาร์
สถานการณ์นี้สะท้อนว่าเมื่อผู้บริโภคไม่ซื้อบ้านใหม่ ความต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาอบ และเครื่องล้างจาน ก็ลดลงตามไปด้วย เพราะสินค้าเหล่านี้มักถูกซื้อในช่วงย้ายบ้านหรือปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่
Lennar เผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยบ้านสูง
Lennar หนึ่งในบริษัทสร้างบ้านรายใหญ่ของสหรัฐฯ ก็เผชิญปัญหาเช่นกัน ราคาหุ้นเคยอยู่ราว 185 ดอลลาร์ในช่วงฤดูร้อนปี 2024 ก่อนลดลงมาแถว 85 ดอลลาร์ รายได้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 6.62 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ gross margin จากการขายบ้านลดลงจาก 18.7% เหลือ 15.2%
ปัจจัยกดดันหลักคือ mortgage rates ที่ยังสูง ทำให้ผู้ซื้อบ้านลังเลมากขึ้น บ้านมีราคาแพงขึ้นเมื่อคิดรวมค่างวดรายเดือน และผู้ขายบ้านเดิมจำนวนมากไม่อยากขาย เพราะยังถือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากช่วงก่อนหน้าอยู่
Pool Corporation ยังพอมีรายได้ประจำ แต่ยอดติดตั้งใหม่ซบเซา
Pool Corporation เป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากตลาดบ้านชะลอตัว แม้บริษัทรายงานกำไรต่อหุ้นไตรมาสแรกที่ 1.45 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 1.35 ดอลลาร์ แต่ธุรกิจติดตั้งสระว่ายน้ำใหม่ยังอ่อนแอ เพราะการตัดสินใจทำสระใหม่มักเกิดพร้อมกับการซื้อบ้านหรือรีโนเวตครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดูแลและซ่อมบำรุงสระเดิมยังช่วยพยุงธุรกิจไว้ได้ระดับหนึ่ง เพราะเจ้าของบ้านที่มีสระอยู่แล้วจำเป็นต้องบำรุงรักษาต่อเนื่อง ไม่ว่าตลาดบ้านจะดีหรือแย่ก็ตาม
Zillow และ Home Depot ก็ไม่รอดแรงกดดัน
Zillow ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ เห็นราคาหุ้นลดลงจากประมาณ 90 ดอลลาร์เหลือ 39 ดอลลาร์ แม้ธุรกิจ rental และ multifamily จะยังเติบโต แต่รายได้จาก listings และ traffic ยังพึ่งพาความสนใจของคนที่กำลังจะย้ายบ้าน
ด้าน Home Depot ถือว่าแข็งแกร่งกว่าหลายบริษัทในกลุ่มเดียวกัน โดยหุ้นลดลงประมาณ 15% ในรอบปี แต่บริษัทก็ยอมรับว่าความไม่แน่นอนของผู้บริโภคและแรงกดดันในตลาด housing ส่งผลต่อความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน
ทำไม S&P 500 ยังขึ้น แต่หุ้นบ้านกลับร่วง?
เหตุผลสำคัญคือดัชนี S&P 500 ได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ AI และบริษัทที่มีรายได้แข็งแกร่งในระดับโลก ขณะที่หุ้น housing-related ต้องพึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศและพฤติกรรมผู้บริโภคโดยตรง
เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ในระดับสูง และ mortgage rates ยังแพง ผู้บริโภคจึงชะลอการซื้อบ้าน ส่งผลให้บริษัทในห่วงโซ่ที่อยู่อาศัยถูกกดดัน แม้ภาพรวมตลาดหุ้นจะดูสดใสก็ตาม
โอกาสลงทุนหรือกับดักมูลค่า?
หุ้นกลุ่มนี้อาจดู “ถูก” หลังราคาลดลงแรง แต่คำถามสำคัญคือ ตลาดบ้านจะกลับมาคึกคักเมื่อไร หากดอกเบี้ยจำนองลดลงและคนเริ่มซื้อขายบ้านมากขึ้น หุ้นเหล่านี้อาจฟื้นตัวได้ แต่ถ้าธุรกรรมบ้านยังแช่แข็งไปถึงปี 2027 นักลงทุนอาจต้องรอนานกว่าที่คิด
สรุปคือ ภาคที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ไม่ได้ล้มเพราะราคาบ้านพัง แต่กำลังติดอยู่ในภาวะชะงักงันจากดอกเบี้ยสูงและความสามารถในการซื้อที่ลดลง นักลงทุนจึงควรจับตา mortgage rates, bond yield และยอดขายบ้านมือสองอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง
#หุ้นสหรัฐ #ตลาดอสังหา #SP500 #หุ้นบ้าน #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น