HIVE Digital Technologies โชว์พลังขุดบิตคอยน์แรงขึ้นในเดือนมกราคม 2026: ผลิต BTC โต 191% พร้อมเร่งเกม Green Mining และขยายสู่ AI/HPC

HIVE Digital Technologies โชว์พลังขุดบิตคอยน์แรงขึ้นในเดือนมกราคม 2026: ผลิต BTC โต 191% พร้อมเร่งเกม Green Mining และขยายสู่ AI/HPC

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:HIVE

HIVE Digital Technologies รายงานผลงานขุดบิตคอยน์เดือนมกราคม 2026 โตเด่น พร้อมอัปเกรดเครื่องและเพิ่มกำลังไฟหมุนเวียน

HIVE Digital Technologies (TSX-V: HIVE, NASDAQ: HIVE) อัปเดตผลการดำเนินงานเดือนมกราคม 2026 ด้วยตัวเลขที่ “สะดุดตา” ในโลกการขุดบิตคอยน์ (Bitcoin mining) ทั้งด้านปริมาณการผลิต Bitcoin (BTC), ค่า hashrate และแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานหมุนเวียน (renewable-powered) เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว—รวมถึงการต่อยอดไปสู่ AI และ High-Performance Computing (HPC) ในอนาคตด้วย

ไฮไลต์ตัวเลขสำคัญ: ผลิต BTC เพิ่มขึ้นแรง แม้ความยากเครือข่ายสูงขึ้น

บริษัทเปิดเผยว่าในเดือนมกราคม 2026 สามารถผลิตบิตคอยน์ได้ 297 BTC เพิ่มขึ้น 191% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 102 BTC โดยเกิดขึ้นในช่วงที่ “ความยากในการขุด” (network difficulty) เพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นปัจจัยที่โดยปกติจะทำให้การขุดยากขึ้นและต้นทุนการแข่งขันสูงขึ้น

เมื่อเฉลี่ยรายวัน HIVE ระบุว่าเดือนดังกล่าวทำได้ประมาณ 9.6 BTC ต่อวัน สะท้อนภาพการเดินเครื่องที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ และการบริหารจัดการฟาร์มขุด (mining fleet) ที่มีประสิทธิภาพขึ้น

Hashrate กระโดด: โต 290% YoY พร้อมแตะสัดส่วนมากกว่า 2% ของเครือข่ายโลก

อีกตัวชี้วัดที่ตลาดคริปโตจับตาคือ hashrate ซึ่งเป็นกำลังประมวลผลรวมที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยและแข่งขันในการขุดบนเครือข่าย Bitcoin โดย HIVE รายงานว่า ค่า hashrate เฉลี่ยอยู่ที่ 22.2 EH/s และทำสถิติสูงสุด (peak) ที่ 23.7 EH/s ในเดือนมกราคม คิดเป็นการเติบโต 290% เมื่อเทียบรายปี

บริษัทยังระบุด้วยว่าสามารถรักษาสัดส่วนกำลังขุดมากกว่า 2% ของ hashrate บนเครือข่าย Bitcoin ทั่วโลก ซึ่งเป็นระดับที่ช่วยเพิ่ม “ขนาด” (scale) ในเชิงเศรษฐศาสตร์ของการขุด และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในรอบวัฏจักรตลาด (market cycle)

ประสิทธิภาพเครื่อง (Fleet Efficiency): ตัวเลข J/TH ที่นักขุดให้ความสำคัญ

HIVE เปิดเผยว่า ประสิทธิภาพเฉลี่ยของฟลีตอยู่ที่ 17.5 J/TH (joules per terahash) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าต้องใช้พลังงานเท่าไรในการสร้างกำลังขุดหนึ่งหน่วย ยิ่งตัวเลขต่ำโดยทั่วไปยิ่งสะท้อนการใช้พลังงานได้คุ้มขึ้น และช่วยให้บริษัทรับมือกับความผันผวนของราคาบิตคอยน์หรือค่าไฟได้ดีขึ้น

โครงข่ายการทำเหมืองหลายประเทศ: แคนาดา–สวีเดน–ปารากวัย ช่วยลดความเสี่ยงหนาวจัด

HIVE ระบุว่าบริษัทมีศูนย์ปฏิบัติการขุดใน แคนาดา, สวีเดน และ ปารากวัย ครอบคลุมหลายภูมิภาคและหลายเขตเวลา (รวมถึงการทำงานข้าม 9 time zones และ 3 ทวีป) ซึ่งโมเดลแบบกระจายพื้นที่ (geographically distributed) ช่วยพยุงความต่อเนื่องของการเดินเครื่องในช่วงที่ซีกโลกเหนือเผชิญสภาพอากาศหนาวจัด โดยยังคงมี uptime ต่อเนื่องจากฝั่งปารากวัย

ผู้บริหารชี้ “ลงทุนต่อเนื่องในพลังงานหมุนเวียน + ฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง” คือแกนหลัก

ผู้บริหารของ HIVE สื่อสารว่าผลงานเดือนมกราคมสะท้อนผลจากการลงทุนระยะยาวใน renewable energy, ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพสูง และทีมงานแบบกระจายตัวทั่วโลก พร้อมมองว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นฐานที่ดีในการขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ HPC ต่อไป

ในมุมของนักลงทุน ข้อความลักษณะนี้มักตีความได้ว่า บริษัทต้องการ “ลดการพึ่งพา” รายได้จากการขุดเพียงอย่างเดียว และพยายามปูทางไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กว้างขึ้น—โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการคอมพิวต์สำหรับ AI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (แม้รายได้และการลงทุนจะยังต้องดูเป็นรายไตรมาสก็ตาม)

ดีลจาก “การใช้สิทธิแบบไม่ใช้เงินสด” ผูกกับ Bitcoin pledge ปี 2025: รับมูลค่าราว 7.4 ล้านดอลลาร์

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ HIVE เปิดเผยว่า บริษัทได้รับมูลค่าประมาณ 7.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธุรกรรม “การใช้สิทธิแบบไม่ใช้เงินสด” (cashless exercises) ที่เชื่อมโยงกับ 480 BTC ภายใต้โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin pledge ปี 2025 โดยอ้างอิงมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 102,000 ดอลลาร์ต่อ 1 BTC

แม้คำศัพท์ทางการเงินของธุรกรรมลักษณะนี้จะมีรายละเอียดเชิงสัญญา (เช่น เงื่อนไข สิทธิ หน้าที่ และการรับรู้ทางบัญชี) แต่ใจความสำคัญที่บริษัทสื่อคือ “มีการปลดล็อกมูลค่า” จากโครงสร้างดังกล่าว และนำส่วนหนึ่งไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายกำลังขุดในทางปฏิบัติ

อัปเกรดเครื่องขุด: ซื้อ Bitmain S21 XP 2,667 เครื่อง ติดตั้งที่ Yguazú ปารากวัย

HIVE ระบุว่าเงินที่ได้จากบางธุรกรรมถูกนำไปซื้อเครื่องขุด Bitmain S21 XP ASIC จำนวน 2,667 เครื่อง และกำลังทยอยติดตั้งที่ไซต์ Yguazú ในปารากวัย

บริษัทคาดว่าเมื่ออัปเกรดแล้ว จะช่วยเพิ่มกำลังขุดติดตั้งรวมทั่วโลกเป็นราว 25.5 EH/s และปรับปรุงประสิทธิภาพเฉลี่ยของฟลีตให้ดีขึ้นไปที่ประมาณ 17 J/TH ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่พยายามใช้เครื่องรุ่นใหม่ที่ประหยัดไฟกว่า เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในช่วงตลาดผันผวน

กำลังไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน: 440 MW วันนี้ และเพิ่มอีก 100 MW ในไตรมาส 3/2026

ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน HIVE เปิดเผยว่าปัจจุบันบริษัทมีความสามารถด้านพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนรวม 440 เมกะวัตต์ (MW) และมีแผนเพิ่มอีก 100 MW ซึ่งตั้งเป้า “นำขึ้นระบบ” ใน ไตรมาส 3 ปี 2026 ทำให้กำลังรวมตามแผนเป็น 540 MW

บริษัทมองว่ากำลังไฟเพิ่มนี้อาจรองรับได้ทั้งการขยายการขุดบิตคอยน์เพิ่มเติม และ/หรือการนำไปใช้กับงานคอมพิวต์อื่น ๆ เช่น AI และ HPC workloads ในอนาคต—ซึ่งเป็นธีมที่หลายบริษัทเหมืองคริปโตทั่วโลกเริ่มพูดถึงมากขึ้น เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์บางส่วนสามารถ “ปรับใช้” กับงานคอมพิวต์อื่นได้ (ขึ้นกับการออกแบบและสัญญาลูกค้า)

ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญต่อวงการคริปโตและนักลงทุน?

1) ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนต่อ BTC” มากขึ้น

ในโลกการขุดบิตคอยน์ ไม่ได้แข่งกันแค่จำนวน BTC ที่ผลิตได้ แต่แข่งกันที่ “ต้นทุน” ด้วย โดยเฉพาะค่าไฟและประสิทธิภาพเครื่อง (J/TH) เพราะเมื่อ network difficulty สูงขึ้น บริษัทที่ใช้พลังงานคุ้มและมีเครื่องรุ่นใหม่ย่อมมีโอกาสอยู่รอดและขยายได้มากกว่าในระยะยาว

2) การกระจายสถานที่ขุด ลดความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและความเสถียร

ประสบการณ์ของหลายฟาร์มขุดคือ เหตุการณ์สุดโต่ง เช่น หนาวจัดหรือร้อนจัด อาจกระทบการเดินเครื่องได้ การมีฐานหลายประเทศ—อย่างกรณี HIVE ที่มีทั้งแคนาดา สวีเดน และปารากวัย—ช่วยให้ “กระจายความเสี่ยง” และรักษา uptime ได้ดีขึ้นในบางสถานการณ์

3) โครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน กลายเป็นแต้มต่อทางภาพลักษณ์และการดำเนินงาน

ประเด็น ESG และการใช้พลังงานสะอาดเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในวงการคริปโตมานาน บริษัทที่วางตำแหน่งเป็น “green mining” และขยายกำลังด้วยพลังงานหมุนเวียน มักสื่อสารกับตลาดได้ง่ายขึ้น ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และการลดความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานในบางพื้นที่

4) การพูดถึง AI/HPC คือสัญญาณ “Diversification”

การที่บริษัทเหมืองเริ่มพูดถึง AI/HPC บ่อยขึ้น สะท้อนแนวคิดการทำธุรกิจแบบหลากหลาย (diversify) เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากการขุดอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามคือ “สัญญาณเชิงปฏิบัติ” เช่น ลูกค้า รายได้จาก HPC โครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับได้จริง และความคุ้มค่าการลงทุน

ภาพรวมกลยุทธ์ที่ตีความได้จากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย

เมื่อมองภาพรวมจากตัวเลขและแผนงาน HIVE พยายามส่งสัญญาณหลัก ๆ 3 เรื่อง ได้แก่ (1) ขยายกำลังขุดให้ทันการแข่งขันด้วยการอัปเกรดเครื่องรุ่นใหม่ (2) ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นแกน เพื่อความเสถียรและภาพลักษณ์ และ (3) ปูทางสู่โครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์สำหรับยุค Web3/AI ในอนาคต โดยใช้ข้อได้เปรียบจากประสบการณ์ทำดาต้าเซ็นเตอร์และการจัดการพลังงานขนาดใหญ่

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและวิเคราะห์เชิงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1) “EH/s” คืออะไร ทำไมคนถึงใช้วัดกำลังขุด?

EH/s ย่อมาจาก exahash per second คือจำนวนครั้งที่เครื่องคำนวณแฮชได้ต่อวินาทีในระดับมหาศาล ใช้เป็นมาตรวัดกำลังประมวลผลในการขุด Bitcoin ยิ่ง EH/s สูง โดยทั่วไปยิ่งมีโอกาสขุดได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายอื่น (ขึ้นกับ network difficulty และประสิทธิภาพเครื่องด้วย)

2) ตัวเลข “J/TH” สำคัญอย่างไร?

J/TH คือ joules per terahash วัดว่าต้องใช้พลังงานเท่าไรต่อกำลังขุดหนึ่งหน่วย ยิ่งต่ำยิ่งประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อ “ต้นทุนต่อ BTC” และความสามารถในการทำกำไรในสภาวะที่ราคาบิตคอยน์ผันผวน

3) ทำไมผลผลิต BTC โตได้มาก ทั้งที่ความยากเครือข่ายเพิ่ม?

โดยหลักแล้ว ถ้าบริษัทเพิ่มกำลังขุด (hashrate) ได้เร็วและมี uptime ดี ก็มีโอกาสผลิต BTC ได้มากขึ้น แม้ความยากเครือข่ายจะสูงขึ้น นอกจากนี้ การอัปเกรดเครื่องและการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพก็ช่วยได้เช่นกัน

4) “cashless exercises” ที่ข่าวพูดถึงคืออะไร?

โดยทั่วไป “การใช้สิทธิแบบไม่ใช้เงินสด” คือกลไกที่ทำให้ผู้ถือสิทธิหรือเครื่องมือทางการเงินสามารถแปลง/ใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดเต็มจำนวน (รายละเอียดขึ้นกับสัญญา) ในข่าวนี้ HIVE ระบุว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ 480 BTC ภายใต้โครงสร้าง Bitcoin pledge ช่วยให้บริษัทรับรู้มูลค่าประมาณ 7.4 ล้านดอลลาร์ และนำไปสนับสนุนการขยายเครื่องขุดบางส่วน

5) ทำไม HIVE เน้นพลังงานหมุนเวียนมาก?

พลังงานคือหัวใจของเหมืองคริปโต การใช้พลังงานหมุนเวียนอาจช่วยทั้งด้านต้นทุนในบางพื้นที่ ความเสถียรของซัพพลาย และการสื่อสารด้านความยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ยังอาจเปิดทางไปสู่การใช้โครงสร้างพื้นฐานกับงานคอมพิวต์อื่น ๆ ได้ในอนาคต

6) แผนเพิ่มกำลังไฟเป็น 540 MW มีความหมายอย่างไร?

การเพิ่มกำลังไฟมักเท่ากับ “พื้นที่สำหรับการเติบโต” เพราะการขุดและงานคอมพิวต์ต้องใช้ไฟจำนวนมาก HIVE ระบุว่าจาก 440 MW ปัจจุบัน จะเพิ่มอีก 100 MW ในไตรมาส 3/2026 ทำให้รวมตามแผนเป็น 540 MW ซึ่งอาจรองรับการขยายการขุดและ/หรือ AI/HPC ได้

สรุป: ตัวเลขแรง + แผนขยายชัด ทำให้ HIVE ถูกจับตาในธีม “เหมืองเขียว” และ “โครงสร้างพื้นฐานยุค AI”

สรุปแล้ว ข่าวอัปเดตเดือนมกราคม 2026 ของ HIVE Digital Technologies สะท้อน “แรงส่ง” ทั้งผลผลิต BTC ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตของ hashrate ระดับก้าวกระโดด และการอัปเกรดเครื่องขุดรุ่นใหม่ควบคู่กับการเพิ่มกำลังไฟจากพลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน การส่งสัญญาณขยายสู่ AI/HPC ก็เป็นมุมที่ตลาดติดตามต่อว่า จะพัฒนาไปสู่รายได้ใหม่ได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

HIVE Digital Technologies โชว์พลังขุดบิตคอยน์แรงขึ้นในเดือนมกราคม 2026: ผลิต BTC โต 191% พร้อมเร่งเกม Green Mining และขยายสู่ AI/HPC | SlimScan