HIVE Digital Technologies ทำสถิติรายได้ไตรมาส 3 พุ่งแรง 219% เดินหน้า Paraguay และเร่งเกม AI Cloud ด้วย Nvidia B200

HIVE Digital Technologies ทำสถิติรายได้ไตรมาส 3 พุ่งแรง 219% เดินหน้า Paraguay และเร่งเกม AI Cloud ด้วย Nvidia B200

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:HIVE

สรุปข่าว: HIVE Digital Technologies โชว์รายได้ไตรมาส 3 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเร่งขยายกำลังขุดใน Paraguay และต่อยอดธุรกิจ AI Cloud

HIVE Digital Technologies รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025) ออกมา “เด่นสะดุดตา” ด้วยรายได้รวมทำสถิติใหม่ พร้อมความคืบหน้าการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใน Paraguay และการเร่งเครื่องธุรกิจ BUZZ ในฝั่ง High-Performance Computing (HPC) และ GPU AI Cloud ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสร้างรายได้แบบ recurring ในอนาคต ขณะที่ในเชิงบัญชีบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ (GAAP) จากรายการไม่ใช่เงินสดและการเร่งค่าเสื่อมราคาเกี่ยวกับการขยายงานใน Paraguay เป็นสำคัญ

ภาพรวมไตรมาส 3: รายได้โตแรง ทำสถิติใหม่ แต่มีแรงกดดันจากรายการบัญชี

ไตรมาสนี้บริษัททำรายได้รวม 93.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 219% จาก 29.2 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันปีก่อน และยังสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้าอีก 7% สะท้อนว่ากำลังการผลิตและการบริหารต้นทุนเริ่ม “เข้าที่เข้าทาง” มากขึ้นในหลายมิติ โดยบริษัทระบุว่า Adjusted EBITDA อยู่ที่ 5.7 ล้านดอลลาร์ และ Gross operating margin เพิ่มขึ้นเป็น 32.1 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 35% เทียบกับ 18% ในปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ฝั่งกำไรสุทธิแบบ GAAP บริษัทบันทึก ขาดทุนสุทธิ 91.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทอธิบายว่า “ส่วนใหญ่” มาจาก ค่าเสื่อมราคาเร่ง (accelerated depreciation) ที่เกี่ยวข้องกับการขยายงานใน Paraguay และรายการปรับมูลค่า (revaluation) ที่ไม่ใช่เงินสด โดยเฉพาะการเลือก ปรับรอบการคิดค่าเสื่อมของเครื่อง ASIC รุ่นใหม่เป็น 2 ปี แทน 4 ปี ซึ่งยิ่งทำให้ตัวเลขทางบัญชีดูผันผวนในระยะสั้น แต่ไม่ได้สะท้อนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแบบเต็ม ๆ

รายได้หลักจากการขุด: Hashrate โต แต่เจอ Bitcoin ราคาอ่อนและความยากเครือข่ายเพิ่ม

รายได้จากฝั่งการขุด (digital currency hashrate revenue) อยู่ที่ 88.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2026 โดยบริษัทชี้ว่าแรงหนุนสำคัญคือ ค่าเฉลี่ย hashrate เพิ่มขึ้น 41% มาอยู่ที่ 22.9 EH/s แต่ก็ถูกหักล้างบางส่วนด้วยปัจจัยภายนอก ได้แก่ ราคา Bitcoin เฉลี่ยลดลงราว 10% และ network difficulty เพิ่มขึ้น 15% ซึ่งเป็นตัวแปรที่นักขุดทุกเจ้าต้องเจอเหมือนกัน

ด้านต้นทุนตรงของรายได้ส่วนนี้ (direct costs) อยู่ที่ 57.8 ล้านดอลลาร์ โดยประมาณ 90% เป็น ต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็น “ตัวแปรชี้เป็นชี้ตาย” ของอุตสาหกรรมขุด เพราะต่อให้เครื่องแรงแค่ไหน หากค่าไฟแพงเกินไป margin ก็หดทันที นี่จึงเป็นเหตุผลที่ HIVE ให้ความสำคัญกับการขยายกำลังผลิตในพื้นที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนและต้นทุนแข่งขันได้

ผลิตได้ 885 BTC: เพิ่มทั้งปริมาณและประสิทธิภาพ แม้เครือข่ายยากขึ้น

ไตรมาสนี้บริษัทผลิตได้ 885 Bitcoin เพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ความยากเครือข่ายจะเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลตรง ๆ ว่า “บริษัทต้องแข่งหนักขึ้นเพื่อได้เหรียญเท่าเดิม” แต่ยังสามารถดันผลผลิตขึ้นมาได้จากการเพิ่มกำลังขุดและการปรับประสิทธิภาพของ fleet

BUZZ HPC และ GPU AI Cloud: เสาหลักใหม่ที่บริษัทเร่งปั้นให้เป็นรายได้ประจำ

อีกไฮไลต์คือธุรกิจ BUZZ ในฝั่ง HPC (High-Performance Computing) ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์และ GPU ไปให้บริการงานคำนวณหนัก ๆ เช่น AI, machine learning, การเรนเดอร์, หรือเวิร์กโหลดระดับองค์กร โดยไตรมาสนี้ BUZZ ทำรายได้ 4.9 ล้านดอลลาร์ เทียบกับต้นทุนตรง 2.3 ล้านดอลลาร์ แม้ยังเป็นสัดส่วนเล็กเมื่อเทียบกับรายได้จากการขุด แต่บริษัทมองว่านี่คือ “ทางเลือกเชิงกลยุทธ์” เพื่อสร้างรายได้ที่มีความสม่ำเสมอและอาจมีมาร์จิ้นสูงกว่าในระยะยาว หากดีลลูกค้าระยะยาวทยอยเข้ามา

ดีลใหญ่หลังปิดไตรมาส: สัญญา 2 ปี มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 504 Nvidia B200 GPUs

หลังสิ้นไตรมาส บริษัทระบุว่าใน กุมภาพันธ์ 2026 ได้เซ็นสัญญาระยะ 2 ปี มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 504 Nvidia B200 GPUs โดยคาดว่าจะเริ่มติดตั้งใช้งานใน ไตรมาส 1 ของปีปฏิทิน 2026 ที่ Bell Tier-III facility ซึ่งบริษัทประเมินว่าดีลนี้จะเพิ่ม รายได้ recurring ราว 15 ล้านดอลลาร์ต่อปี และผลักดันรายได้ฝั่ง HPC แบบ annualized เพิ่มขึ้นประมาณ 75% ไปแตะ 35 ล้านดอลลาร์

เป้าหมายเชิงรุก: ลุยรายได้ AI Cloud และ HPC ให้โตแบบก้าวกระโดด

บริษัทตั้งเป้า รายได้ recurring ต่อปีจาก GPU AI cloud ที่ 140 ล้านดอลลาร์ ภายใน ไตรมาส 4 ปี 2026 (ขึ้นกับสภาวะตลาดและความสำเร็จในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน) และ BUZZ ตั้งเป้า HPC annual recurring revenue รวม 225 ล้านดอลลาร์ ภายในปลายปี 2026 หรือช่วงต้นปี 2027 เมื่อกำลังให้บริการ GPU cloud และ colocation ขยายตัว

Paraguay Expansion: ขยายกำลังขุดด้วยพลังน้ำ และเพิ่ม “ความยืดหยุ่น” ระหว่างขุดกับ AI

จุดที่ตลาดจับตาอย่างมากคือการขยายงานใน Paraguay ซึ่งบริษัทระบุว่าไตรมาสนี้ได้ 完成 buildout และทำให้กำลังติดตั้ง hashrate ขึ้นไปถึง 25 EH/s โดยภาพรวมบริษัทมีความสามารถการดำเนินงานระดับโลกที่ใช้พลังน้ำ (hydro-powered) 440 เมกะวัตต์ มีค่าเฉลี่ย hashrate ที่ปฏิบัติการจริง 22.9 EH/s และประสิทธิภาพ fleet (fleet efficiency) 17.5 J/TH ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยบอกว่า “ใช้พลังงานต่อการคำนวณหนึ่งหน่วย” ดีขึ้นแค่ไหน

เพิ่มสัญญาซื้อไฟอีก 100MW ใน Yguazú และซื้อที่ดินเพิ่ม

นอกจากนี้ บริษัทยังเซ็น power purchase agreement เพิ่มอีก 100 เมกะวัตต์ ที่ Yguazú พร้อมซื้อที่ดิน 10 เฮกตาร์ โดยตั้งเป้าเริ่มจ่ายไฟ (energization) ใน ไตรมาส 4 ปี 2026 และหลังปิดไตรมาสยังซื้อที่ดินเพิ่มอีก 63 เฮกตาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัท “ปักธงระยะยาว” กับพื้นที่นี้ค่อนข้างชัด

คำพูดผู้บริหาร: เน้น “สองเครื่องยนต์” รายได้—ขุดเป็น cash generator และ BUZZ เป็น growth engine

Aydin Kilic ซีอีโอของบริษัท ระบุว่าไตรมาสนี้สะท้อนความสามารถในการ execute ทั้งแพลตฟอร์ม hashrate ระดับ Tier-I และ GPU AI Cloud พร้อมชี้ถึงโอกาสรายได้จากความต้องการ GPU cloud และ colocation แบบหลายปี โดยมองว่าบริษัทกำลังสร้างฐานรายได้ที่มีมาร์จิ้นสูงและ recurring ผ่านปี 2026 และต่อจากนั้น

ขณะที่ Frank Holmes ประธานบริหาร (executive chairman) มองว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ของบริษัท เพราะทำรายได้สูงสุด ขยายแพลตฟอร์ม hashrate ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนไปถึง 25 EH/s และเร่งกลยุทธ์ AI โดยสรุปคือบริษัทต้องการให้ธุรกิจขุดทำหน้าที่เป็น cash generator และให้ BUZZ เป็น high-growth HPC platform เพื่อเสริมความหลากหลายของรายได้และลดการพึ่งพาวัฏจักรของราคา Bitcoin อย่างเดียว

อ่านตัวเลขให้ “เข้าใจเกม”: รายได้โต vs กำไรสุทธิขาดทุน ทำไมถึงเกิดพร้อมกันได้?

สำหรับคนที่อ่านงบแล้วงงว่า “รายได้โต ทำไมขาดทุน?” ประเด็นหลักในข่าวนี้คือ ผลขาดทุน GAAP ส่วนหนึ่งมาจากรายการไม่ใช่เงินสด เช่น การเร่งค่าเสื่อมราคา และการปรับมูลค่า ซึ่งอาจทำให้กำไรสุทธิแกว่งแรงในช่วงที่บริษัทกำลังลงทุนหนัก (capex) เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการเปลี่ยนรอบค่าเสื่อมของเครื่อง ASIC เป็น 2 ปี ทำให้ค่าเสื่อมต่อไตรมาสสูงขึ้นในทางบัญชี แม้เครื่องจะยังใช้งานสร้างรายได้อยู่จริง

อีกมุมหนึ่งคืออุตสาหกรรมนี้มีตัวแปรภายนอกเยอะมาก เช่น ราคา Bitcoin, network difficulty, ค่าไฟ, และความเร็วในการติดตั้งเครื่องรุ่นใหม่ หากบริหารดี บริษัทอาจเห็นกระแสเงินสดจากการดำเนินงานดีขึ้นแม้กำไรสุทธิทางบัญชีไม่สวยในช่วงลงทุน แต่ถ้าตัวแปรภายนอกไม่เป็นใจ ตัวเลขก็พร้อมจะผันผวนได้เช่นกัน ดังนั้นการอ่านควรดูทั้ง “การเติบโตของกำลังผลิต” และ “ความยืดหยุ่นในการสลับเมกะวัตต์ไปทำงาน AI/HPC” ซึ่งบริษัทเองก็ย้ำว่าต้องการรักษาความยืดหยุ่นตรงนี้

กลยุทธ์พลังงาน 540MW: ทำไมคำว่า ‘energy footprint’ ถึงสำคัญ?

บริษัทคาดว่าจะมี energy footprint 540 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี (รวมกำลังใหม่ที่ทำสัญญาไว้) และยังตั้งใจรักษาความยืดหยุ่นในการ “จัดสรรเมกะวัตต์” ระหว่างการขุด Bitcoin กับงาน AI/HPC ซึ่งถ้าทำได้จริง นี่คือแนวคิดแบบ portfolio of compute กล่าวคือพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์เป็นทรัพยากรเดียวกัน แต่สามารถเอาไปสร้างรายได้คนละแบบตามจังหวะตลาด—ช่วงไหน mining margin ดี ก็ขุดมากขึ้น ช่วงไหนลูกค้า AI มาแรง ก็โยกไปให้บริการ GPU cloud มากขึ้น

มุมมองอุตสาหกรรม: ทำไมหลายบริษัทเหมืองคริปโตหันไปจับ AI/Data Center มากขึ้น?

ในช่วงหลัง เราจะเห็นผู้เล่นสายขุดจำนวนมากเริ่มพูดถึง AI, HPC, data center, และ colocation บ่อยขึ้น เพราะโลกการคำนวณกำลังโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการใช้ GPU ในงานเทรนและรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ ความต้องการ “พื้นที่ + ไฟฟ้า + ระบบระบายความร้อน + ความเสถียร” เป็นของหายากในหลายประเทศ บริษัทที่มีประสบการณ์ดาต้าเซ็นเตอร์และการบริหารพลังงานจึงพยายามต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้กลายเป็นรายได้ recurring ที่คาดการณ์ได้มากขึ้น

สำหรับ HIVE แนวคิดนี้ถูกสะท้อนผ่านการวางตำแหน่งว่า “สองเครื่องยนต์” คือ Bitcoin hashrate services และ BUZZ ซึ่งข่าวนี้เน้นชัดว่าบริษัทไม่ได้อยากเป็นแค่บริษัทขุด แต่ต้องการเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นจุดแข็ง

จุดที่นักลงทุนควรจับตาต่อจากนี้

  • ความเร็วในการ energization และ ramp-up ของกำลังใหม่ใน Paraguay โดยเฉพาะไทม์ไลน์ไตรมาส 4 ปี 2026
  • ผลลัพธ์จริงของดีล 504 Nvidia B200 ว่าจะติดตั้งและสร้างรายได้ recurring ได้ตามที่คาดในไตรมาส 1 ปีปฏิทิน 2026
  • ความสามารถในการรักษา margin ท่ามกลางความผันผวนของราคา Bitcoin และ network difficulty
  • สัดส่วนรายได้ BUZZ/HPC ว่าจะเร่งตัวจนเป็น “เสาหลัก” ได้เร็วแค่ไหน
  • โครงสร้างต้นทุนพลังงาน และประสิทธิภาพ fleet (J/TH) ว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

คำเตือนแบบเป็นธรรม: ข่าวดีไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงหายไป

แม้ตัวเลขรายได้และแผนขยายงานจะดู “สวย” แต่ธุรกิจนี้ยังมีความเสี่ยงสำคัญ เช่น ความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในแต่ละประเทศ ความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน (ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต โลจิสติกส์) และความเสี่ยงในการจัดหา/ส่งมอบ GPU หรือชิปที่อาจล่าช้าได้ในโลกจริง อีกทั้งการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และ GPU ใช้เงินทุนสูง และการแข่งขันในตลาด AI cloud ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข่าวเพื่อการให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

แหล่งข้อมูลและลิงก์อ้างอิง

อ่านรายละเอียดฉบับต้นทางได้ที่: Proactive Investors – HIVE Digital Technologies reports record third quarter revenue as Paraguay expansion advances

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1) รายได้ไตรมาส 3 ของ HIVE โตเพราะอะไรเป็นหลัก?

หลัก ๆ มาจากการเพิ่ม hashrate เฉลี่ยขึ้นอย่างมาก (เฉลี่ย 22.9 EH/s) ทำให้รายได้จากการขุดเพิ่ม แม้ถูกกดดันจากราคา Bitcoin ที่อ่อนลงและความยากเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น

2) ทำไมบริษัทขาดทุนสุทธิ (GAAP) ทั้งที่รายได้ทำสถิติ?

เพราะมีรายการบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด โดยเฉพาะการเร่งค่าเสื่อมราคาที่เกี่ยวกับการขยายงานใน Paraguay และการปรับมูลค่าบางรายการ ซึ่งทำให้กำไรสุทธิทางบัญชีผันผวน

3) BUZZ HPC คืออะไร และสำคัญต่ออนาคตบริษัทอย่างไร?

BUZZ คือธุรกิจให้บริการ HPC และ GPU AI Cloud ที่มุ่งสร้างรายได้แบบ recurring และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้การขุดเพียงอย่างเดียว โดยบริษัทตั้งเป้าขยายรายได้ส่วนนี้อย่างจริงจัง

4) ดีล Nvidia B200 GPUs มีผลต่อรายได้แค่ไหน?

บริษัทคาดว่าดีล 2 ปี มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สำหรับ 504 B200 จะเพิ่มรายได้ recurring ประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ต่อปี และทำให้รายได้ HPC แบบ annualized เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

5) Paraguay มีบทบาทอะไรในแผนขยายของบริษัท?

Paraguay เป็นฐานขยายกำลังขุดและโครงสร้างพื้นฐาน โดยบริษัทระบุว่ามีการใช้พลังน้ำและมีความคืบหน้าทั้งการเพิ่มกำลังติดตั้ง การทำสัญญาไฟเพิ่ม และการซื้อที่ดินเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

6) ต่อจากนี้ควรจับตาตัวเลขไหนมากที่สุด?

ควรดูความเร็วในการติดตั้ง/จ่ายไฟของกำลังใหม่, การทำรายได้จริงของ BUZZ จากสัญญาระยะยาว, และความสามารถในการรักษา margin ท่ามกลางราคา Bitcoin และ network difficulty ที่ผันผวน

สรุปท้ายข่าว

โดยสรุป ไตรมาส 3 นี้เป็นไตรมาสที่ HIVE Digital Technologies โชว์ “ภาพใหญ่” ได้ชัดเจน: รายได้โตทำสถิติใหม่จากการเพิ่มกำลังขุดและการขยายโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็เดินเกมระยะยาวด้วยการดัน BUZZ HPC และ GPU AI Cloud ให้เป็นรายได้ recurring เพื่อสร้างความหลากหลายและความทนทานของโมเดลธุรกิจในอนาคต ส่วนผลขาดทุน GAAP ยังเป็นประเด็นที่ต้องอ่านให้เข้าใจว่าได้รับอิทธิพลจากรายการบัญชีและการลงทุนขยายงานเป็นสำคัญ ไม่ใช่แค่การดำเนินงานเพียงอย่างเดียว

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง