
Hedge Flow – กองทุน Hedge Funds เผชิญแรงเทขายจาก AI จนทำผลประกอบการลดลง – Goldman Sachs รายงาน
กองทุน Hedge Funds เจอ “AI Sell-Off” กดดันการซื้อขายหุ้นเทคฯ
ในรายงานล่าสุดที่ออกโดย Goldman Sachs ถึงลูกค้าในสหรัฐฯ ระบุว่าในวันพุธที่ผ่านมา กองทุนเฮดจ์ฟันด์หลายแห่งที่เน้นการซื้อขายหุ้นเทคโนโลยีได้เผชิญกับวันที่ผลการดำเนินงานแย่ที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี เนื่องจากเกิดแรงเทขายจำนวนมากภายในตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนโดยความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานและการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดการเทขายทั่วตลาด หุ้นเทคฯ และสื่อสารโทรคมนาคมปรับตัวลงอย่างชัดเจนจากแรงเทขายนี้
แรงเทขายเกิดจากความกังวลด้านการ Disruption ของ AI
การเทขายครั้งนี้มีต้นตอมาจากการที่นักลงทุนเกิดความกังวลว่าเครื่องมือทางกฎหมาย AI รุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยบริษัท Anthropic ซึ่งใช้โมเดล Claude อาจนำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงานและผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทเทคฯ หลายแห่ง ทำให้นักลงทุนเริ่มถอนเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีและหมุนเงินไปลงทุนในหุ้นที่มีความมั่นคงมากกว่า เช่น บริษัทด้านค้าปลีกอย่าง Walmart ซึ่งถูกมองว่าเป็น “หุ้นป้องกันความเสี่ยง” (defensive stocks) แทน
ผลกระทบต่อกลยุทธ์การลงทุนของ Hedge Funds
Goldman Sachs ระบุว่า กองทุน Hedge Funds ที่เน้นการเทรดหุ้นเทคโนโลยี สื่อสารโทรคมนาคม และมีสไตล์การลงทุนแบบ momentum หรือ “ซื้อแรงขึ้น ขายแรงลง” พบว่าการเทขายอย่างกะทันหันทำให้กลยุทธ์ยอดนิยมสูญเสียมูลค่าในพอร์ตของพวกเขา โดยหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลงมากถึง 2.78% ในวันนั้น ซึ่งถือเป็นแรงเทขายรุนแรงที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้นยังมีกองทุนประเภทอื่น ๆ ที่มีการซื้อขายหุ้นอย่างต่อเนื่องทั้งจากระบบอัตโนมัติ (systematic traders) และกองทุนที่คัดเลือกหุ้นตามพื้นฐาน (fundamental stock pickers) ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยอยู่ในระดับการขาดทุนประมาณ 0.76% และ 0.84% ตามลำดับ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าผลกระทบจากแรงเทขายไม่ได้จำกัดเฉพาะกองทุนที่เน้นเทคโนโลยีเท่านั้น
กองทุน Multi-Strategy ยังมีผลตอบแทนรวมเป็นบวกแต่สะเทือนจาก Sell-Off
กองทุนแบบ Multi-Strategy ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์ภายใต้กองทุนเดียวกัน ก็เป็นหนึ่งในกองทุนที่ได้รับแรงกดดันอย่างมากจากการเทขายครั้งนี้ โดยส่วนของสินทรัพย์ในหุ้นของกองทุนเหล่านี้ลดลงถึง 1.9% ซึ่งถือเป็นวันแย่ที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น กองทุน Multi-Strategy ทั้งหลายยังคงมีกำไรสะสมอยู่ที่ประมาณ 3.9% ในปีนี้จนถึงปัจจุบัน
ความเสี่ยงจาก “Crowded Trades”
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Hedge Funds ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรงจากการเทขายในครั้งนี้ คือการถูกจับอยู่ในตำแหน่งที่มีการลงทุนหนัก (“crowded trades”) กับหุ้นเทคโนโลยี ดังนั้นเมื่อราคาลดลงอย่างรวดเร็วและมีแรงเทขายตามมา กองทุนเหล่านี้จึงต้องพยายามปิดสถานะ (exit long positions) เพื่อจำกัดการขาดทุน ซึ่งกระบวนการนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ราคาหุ้นลดลงมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นวงจร “sell-off” ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องภายในตลาด
สถานการณ์กองทุน Hedge Funds กับผลตอบแทนรายเดือน
โดยทั่วไปแล้วกองทุน Hedge Funds ต้องสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยให้ได้ประมาณ 1% ถึง 2% ต่อเดือน เพื่อให้สามารถรักษาผลตอบแทนสุทธิต่อปีที่เป็นเลขสองหลักหลังหักค่าธรรมเนียมได้ ดังนั้นการขาดทุนสูงในวันเดียวถึงระดับนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการรายเดือน และอาจยากต่อการกลับเข้าสู่ระดับผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดหวังไว้
ตลาดหุ้นและแรงเทขาย AI ยังสะเทือน
แรงเทขายในหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ใช่เหตุการณ์แยกตัวเพียงครั้งเดียว แต่กำลังสะเทือนทั้งตลาดหุ้นทั่วโลก โดยนักลงทุนกำลังเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงมากขึ้นจากแนวโน้มของ AI ซึ่งผลกระทบลักษณะนี้อาจนำไปสู่ความผันผวนที่ต่อเนื่องในตลาดการเงินทั่วโลก
บทสรุป: Hedge Funds อยู่ในช่วง “Stress Test” ของตลาด AI
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Hedge Funds ในวันพุธที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแม้กองทุนขนาดใหญ่ที่มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันได้ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น การพัฒนาและการนำ AI มาใช้ในวงกว้าง แรงเทขายที่เกิดขึ้นได้สร้างการทดสอบใหม่ ๆ ให้กับกลยุทธ์การลงทุน และเป็นสัญญาณให้นักลงทุนและผู้จัดการกองทุนเฝ้าระวังความเสี่ยง และพิจารณาปรับกลยุทธ์ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและตลาดหุ้นในอนาคต
#hedgefunds #AI #GoldmanSachs #ตลาดหุ้นเทคโนโลยี #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น