Hanover Insurance (THG) โชว์ผลงาน Q4/2025 “แรงเกินคาด” กำไรทำสถิติ-พรีเมียมโตต่อ เปิดมุมมองจาก Earnings Call ที่นักลงทุนต้องรู้

Hanover Insurance (THG) โชว์ผลงาน Q4/2025 “แรงเกินคาด” กำไรทำสถิติ-พรีเมียมโตต่อ เปิดมุมมองจาก Earnings Call ที่นักลงทุนต้องรู้

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:THG

Hanover Insurance Group (THG) สรุป Earnings Call ไตรมาส 4/ปี 2025: กำไรทำสถิติ พรีเมียมยังโต วินัยรับประกันเด่น แต่ยังต้องจับตา Catastrophe และรอบวัฏจักรประกันภัย

บริษัทประกันวินาศภัยจากสหรัฐฯ อย่าง The Hanover Insurance Group, Inc. (NYSE: THG) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 และทั้งปี 2025 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยทำ record net income และ record operating income พร้อมส่งสัญญาณว่ากลยุทธ์ “คุมวินัยการรับประกัน (underwriting discipline) + ปรับราคา (pricing) + บริหารพอร์ตลงทุน” ยังหนุนผลลัพธ์ต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ (catastrophe) และต้นทุนค่าสินไหม (claims) จะยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามในปีถัดไปก็ตาม

เนื้อหานี้เป็นการ “เขียนข่าวใหม่” เป็นภาษาไทย (สามารถใช้ศัพท์อังกฤษทับศัพท์เพื่อความเป็นธรรมชาติ) โดยสรุปประเด็นสำคัญจากเอกสารผลประกอบการ/ข่าวประชาสัมพันธ์ และไฮไลต์ที่ถูกหยิบยกในการสื่อสารกับนักลงทุน (earnings discussion) เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมธุรกิจ ผลลัพธ์รายเซกเมนต์ และประเด็นที่ตลาดจับตาใน THG แบบละเอียด

ไฮไลต์ภาพรวม: กำไร Q4/2025 โต, กำไรทั้งปีพุ่ง, มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นแข็งแรง

THG รายงานว่าไตรมาส 4/2025 บริษัททำ net income ที่ 198.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น (diluted share) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 167.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่ operating income อยู่ที่ 210.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.79 ดอลลาร์ต่อหุ้น (เทียบปีก่อน 194.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.32 ดอลลาร์ต่อหุ้น)

ถ้ามองภาพทั้งปี 2025 บริษัททำ net income ที่ 662.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 18.16 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นชัดเจนจากปี 2024 ที่ 426.0 ล้านดอลลาร์ หรือ 11.70 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่วน operating income ทั้งปี อยู่ที่ 696.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 19.09 ดอลลาร์ต่อหุ้น (เทียบปี 2024 ที่ 485.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 13.34 ดอลลาร์ต่อหุ้น) สะท้อนว่าปี 2025 เป็นปีที่ผลการดำเนินงาน “แข็ง” ทั้งมิติการรับประกันและการลงทุน

อีกจุดที่นักลงทุนชอบมองคือ “ฐานทุนและมูลค่าทางบัญชี” โดย THG ระบุว่า Book value per share เพิ่มขึ้น 27.4% จากสิ้นปี 2024 และถ้าตัดผลกระทบ unrealized จากพันธบัตร (fixed maturity) หลังหักภาษีแล้ว Book value per share ก็ยังเพิ่มขึ้น 15.3% ซึ่งถือว่าแข็งแรงในเชิงคุณภาพของทุน

รายได้ลงทุนและภาวะดอกเบี้ย: “แรงหนุนเงียบๆ” ที่ช่วยยกระดับกำไร

ในฝั่งการลงทุน THG รายงานว่า net investment income อยู่ที่ 454.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22.0% จากปีก่อนหน้า (ตามข้อมูลที่สื่อสารในข่าวผลประกอบการ) ซึ่งเป็นธีมที่พบได้บ่อยในธุรกิจประกันสหรัฐฯ ช่วงดอกเบี้ยสูง: บริษัทนำเงินเบี้ยประกัน (float) ไปลงทุนในสินทรัพย์ให้ผลตอบแทน และเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับสูง การ “reinvest” ในอัตราที่ดีขึ้นมักช่วยหนุนรายได้ลงทุน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรเข้าใจว่า รายได้ลงทุนในอนาคตจะขึ้นกับทิศทางดอกเบี้ย (Fed policy) และโครงสร้างพอร์ต (duration/credit quality) หากดอกเบี้ยลดเร็ว รายได้ลงทุนอาจไม่ได้เร่งตัวเท่าช่วงก่อนหน้า แต่โดยธรรมชาติของประกันวินาศภัย บริษัทมักบริหารความเสี่ยงพอร์ตแบบเน้นความมั่นคง (quality) มากกว่าการไล่ yield แบบสุดโต่ง

Combined ratio คืออะไร และทำไม THG ถึงถูกจับตา?

สำหรับธุรกิจประกันวินาศภัย ตัวชี้วัดสำคัญมากคือ combined ratio (ค่าสินไหม + ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เทียบกับเบี้ยประกันที่รับรู้เป็นรายได้) โดยทั่วไป ต่ำกว่า 100% แปลว่าธุรกิจรับประกัน (underwriting) มีกำไรในเชิงเทคนิค ขณะที่สูงกว่า 100% หมายถึงขาดทุนจากการรับประกันและต้องพึ่งรายได้ลงทุนมาชดเชย

จากสรุปในฝั่งบทวิเคราะห์การสื่อสารผลประกอบการ (earnings discussion) มีการชี้ว่า combined ratio ทั้งปี 2025 ของ THG ดีขึ้นเป็น 91.6% ดีขึ้นมากกว่า 3 จุดจากปีก่อน ซึ่งสะท้อนว่าแกนรายได้จากการรับประกันกลับมา “ทำงานได้ดี” โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงที่ตลาดประกันถูกกดดันจากเงินเฟ้อค่าสินไหมและสภาพอากาศสุดขั้ว

เจาะผลประกอบการรายธุรกิจ: Core Commercial ยังโตด้วยราคา แต่ catastrophe เพิ่ม

เซกเมนต์ Core Commercial เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของ THG ไตรมาส 4/2025 บริษัทมี operating income ก่อนภาษี ที่ 75.1 ล้านดอลลาร์ (เทียบปีก่อน 71.0 ล้านดอลลาร์) ขณะที่ combined ratio อยู่ที่ 96.1% (ปีก่อน 95.0%) ภาพรวมเหมือน “ดีในเชิงคุณภาพพอร์ต” แต่ถูกกดดันจากภัยพิบัติที่มากขึ้น

จุดที่ควรโฟกัสคือ catastrophe losses ใน Core Commercial ไตรมาสนี้อยู่ที่ 26.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.8 จุดของ combined ratio เพิ่มจากปีก่อนที่ 8.4 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.5 จุด แปลเป็นภาษานักลงทุนได้ว่า “ไตรมาสนี้โดนเหตุการณ์ใหญ่/เหตุการณ์สภาพอากาศมากกว่าปีก่อน” แต่ไม่ได้แปลว่าพื้นฐานการทำกำไรจากพอร์ตแย่ลงทั้งหมด

เพราะถ้าตัด catastrophe ออก THG ระบุว่า current accident year combined ratio (ex-cat) ของ Core Commercial ลดลง 2.4 จุด เหลือ 91.6% สะท้อนว่าการคุมคุณภาพความเสี่ยง (risk selection) และการปรับราคาเริ่มเห็นผลชัดขึ้น โดย loss & LAE ratio (ex-cat) อยู่ที่ 57.4% ต่ำลง 1.5 จุด จากแรงหนุน “property losses ต่ำลง”

ด้านการเติบโต บริษัททำ net premiums written ใน Core Commercial ที่ 512.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.5% โดยมาจาก small commercial โต 4.8% แต่ middle market ลด 1.1% (ถ้าปรับผลกระทบ reinstatement premiums แล้ว การเติบโตจะดูสูงขึ้น) ที่น่าสนใจคือ renewal price increases เฉลี่ย 9.4% และ average rate increases 7.7% แปลว่า “ราคายังขึ้นได้” ซึ่งเป็นหัวใจของวัฏจักรประกันภัยในช่วงที่ต้นทุนค่าสินไหมยังผันผวน

Specialty: กำไรทรงตัว แต่มีแรงหนุนจาก reserve development และการคุมค่าใช้จ่าย

ในเซกเมนต์ Specialty บริษัททำ operating income ก่อนภาษี ที่ 82.1 ล้านดอลลาร์ ลดเล็กน้อยจาก 83.3 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่ combined ratio อยู่ที่ 83.9% (ปีก่อน 81.6%) แม้ ratio สูงขึ้น แต่ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบเกณฑ์ 100% ซึ่งบอกว่าเป็นพอร์ตที่ยังทำกำไรการรับประกันได้ดี

อีกประเด็นคือ ไตรมาสนี้มี catastrophe benefit (ผลบวกจากการทบทวนประมาณการความเสียหายเดิม) ราว 1.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.3 จุดของ combined ratio ในขณะที่ปีก่อนเป็น catastrophe losses 4.0 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.2 จุด นอกจากนี้ Specialty ยังมี net favorable prior-year reserve development (ex-cat) ที่ 18.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการพัฒนาคุณภาพการตั้งสำรอง/ประสบการณ์สินไหมย้อนหลังที่ออกมาดีกว่าคาดในหลายไลน์งาน

ด้านการเติบโต net premiums written อยู่ที่ 335.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 1.2% (ถ้าปรับ reinstatement premiums การเติบโตเป็น 3.6%) และ renewal price increases เฉลี่ย 6.4% (average rate increases 4.2%) ซึ่งยังสะท้อนพลังด้าน pricing แต่เป็นอัตราที่ “นุ่มกว่า” Core Commercial เล็กน้อยตามธรรมชาติของพอร์ต

Personal Lines: จุดเด่นของไตรมาส—Combined ratio ต่ำมาก และกำไรก่อนภาษีพุ่ง

หนึ่งในไฮไลต์ที่เด่นมากของงบไตรมาส 4/2025 คือฝั่ง Personal Lines เพราะ THG ทำ operating income ก่อนภาษี ที่ 127.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 101.1 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน และมี combined ratio ต่ำลงเหลือ 85.5% จาก 88.1% ซึ่งเป็นระดับที่บอกว่า “พอร์ตบุคคลทำกำไรการรับประกันได้แรง”

ในเชิง catastrophe ไตรมาสนี้ Personal Lines มี catastrophe losses เพียง 1.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.2 จุดของ combined ratio (และยังมีองค์ประกอบของ favorable prior-year catastrophe reserve development) เมื่อเทียบกับหลายบริษัทในอุตสาหกรรม การคุมผลกระทบภัยพิบัติในพอร์ตบุคคลถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความผันผวนของสภาพอากาศสามารถทำให้ผลลัพธ์เหวี่ยงได้สูง

ด้านการเติบโต Personal Lines ทำ net premiums written ที่ 640.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 4.4% โดยบริษัทอธิบายว่าเกิดจาก pricing increases ต่อเนื่อง และ retention สูงขึ้น อีกทั้ง renewal price increases เฉลี่ย 9.2% (average rate increases 6.3%) สะท้อนว่าแม้เป็นประกันบุคคล แต่บริษัทยังสามารถ “ปรับราคา” เพื่อให้สอดคล้องต้นทุนความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า policies in force (PIF) ในไตรมาส 4/2025 ลดลงเล็กน้อย 0.6% จากไตรมาส 3/2025 ซึ่งเป็นสัญญาณที่พบได้ในตลาดประกันช่วง hard market: เมื่อราคาขึ้นเร็ว ลูกค้าบางส่วนอาจ “ลดความคุ้มครอง/เปลี่ยนเจ้า” หรือบริษัทตั้งใจคัดกรองความเสี่ยง ทำให้จำนวนกรมธรรม์ไม่ได้โตแรง แต่คุณภาพและกำไรต่อกรมธรรม์ดีขึ้น

ทำไมผลลัพธ์ “ดีเกินคาด” และตลาดมองอะไรต่อ?

สรุปจากข้อมูลฝั่ง earnings coverage ชี้ว่า THG มีตัวเลขที่ “เหนือคาด” ทั้งกำไรต่อหุ้นและรายได้ โดย EPS 5.79 ดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการตลาด และ Revenue 1.56 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ราว 1.52 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมเป็นเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนระยะสั้น

แต่ในเชิงมุมมองระยะถัดไป นักลงทุนมักถาม 4 เรื่องใหญ่กับบริษัทประกันวินาศภัย:

  • Pricing power จะอยู่ได้นานแค่ไหน? เพราะการขึ้นราคาเป็นคีย์ในการชนะเงินเฟ้อค่าสินไหม
  • Catastrophe risk จะผันผวนแค่ไหนในปี 2026? โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์อากาศสุดขั้วเกิดถี่ขึ้น
  • Reserve development จะยังเป็นบวกหรือกลับทิศ? (สำรองเป็นเรื่องเทคนิคที่กระทบกำไรได้มาก)
  • Investment income จะยืนได้หรือไม่ หากดอกเบี้ยเริ่มลดลง

ในมุมนี้ THG ให้ภาพว่า “แกนหลัก” คือการคุมวินัยการรับประกันและการบริหารพอร์ตให้เหมาะกับความเสี่ยง โดยตัวเลข combined ratio ที่แข็งแรง (โดยเฉพาะทั้งปี) และการเติบโตของเบี้ยรับสะท้อนว่าโครงสร้างธุรกิจยังเดินหน้าได้ดี แม้จะมีไตรมาสที่ catastrophe มากขึ้นในบางเซกเมนต์ก็ตาม

สรุปเป็นภาษาง่าย: THG ได้อะไรจากปี 2025 และต้องระวังอะไรในปีต่อไป

สิ่งที่ “ได้”: (1) กำไรทำสถิติทั้งไตรมาสและทั้งปี (2) รายได้ลงทุนโตแรง (3) Personal Lines กลับมาเด่นมากด้วย combined ratio ต่ำ (4) Core Commercial แม้โดน catastrophe แต่พื้นฐาน ex-cat ดีขึ้นชัด (5) Book value per share โตแรง สะท้อนฐานทุนแข็งแรง

สิ่งที่ “ต้องระวัง”: (1) ความผันผวนของภัยพิบัติที่ทำให้ combined ratio เหวี่ยงได้ (2) วัฏจักรการแข่งขัน—ถ้าตลาดเริ่มอ่อนตัว การขึ้นราคาอาจทำได้ยากขึ้น (3) ทิศทางดอกเบี้ย—หากลดลงเร็ว รายได้ลงทุนอาจชะลอ (4) พอร์ต Personal Lines ต้องรักษาสมดุลระหว่าง “ขึ้นราคา” กับ “จำนวนกรมธรรม์” เพื่อไม่ให้ฐานลูกค้าหดมากเกินไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1) THG คือบริษัทอะไร?

THG คือ The Hanover Insurance Group บริษัทประกันวินาศภัยในสหรัฐฯ ให้ความคุ้มครองทั้งเชิงพาณิชย์ (commercial), เฉพาะทาง (specialty) และรายบุคคล (personal lines)

2) Q4/2025 THG มีกำไรเท่าไร?

ไตรมาส 4/2025 บริษัททำ net income 198.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.47 ดอลลาร์ต่อหุ้น และ operating income 210.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.79 ดอลลาร์ต่อหุ้น

3) ทำไม combined ratio สำคัญ?

เพราะเป็นตัวชี้ว่าธุรกิจ “รับประกันภัย” ทำกำไรหรือไม่ โดยทั่วไป ต่ำกว่า 100% หมายถึงกำไรจาก underwriting และยิ่งต่ำยิ่งดี (เมื่อเทียบในบริบทเดียวกัน)

4) เซกเมนต์ไหนเด่นสุดในไตรมาสนี้?

ไตรมาส 4/2025 เด่นมากที่ Personal Lines เพราะ combined ratio อยู่ที่ 85.5% และกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้นชัดเจน

5) Catastrophe losses กระทบ THG แค่ไหน?

กระทบไม่เท่ากันในแต่ละพอร์ต เช่น Core Commercial มี catastrophe losses สูงขึ้น (26.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.8 จุดของ combined ratio) ขณะที่ Personal Lines ไตรมาสนี้กระทบน้อยมาก

6) นักลงทุนควรติดตามตัวเลขอะไรต่อจากนี้?

ติดตามแนวโน้ม pricing/renewal increases, ระดับ combined ratio (โดยเฉพาะ ex-cat), การเปลี่ยนแปลงของ book value per share, และทิศทาง net investment income ภายใต้ดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง/อ่านต่อ (External reference)

รายละเอียดตัวเลขเพิ่มเติมสามารถอ้างอิงจากเอกสารผลประกอบการและข้อมูลนักลงทุนของบริษัท รวมถึงสรุป earnings coverage ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบข่าวภาษาไทย ไม่ได้คัดลอกบทถอดความ (transcript) แบบคำต่อคำ เพื่อความกระชับและเข้าใจง่าย

#THG #HanoverInsurance #EarningsCall #ประกันวินาศภัย #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

Hanover Insurance (THG) โชว์ผลงาน Q4/2025 “แรงเกินคาด” กำไรทำสถิติ-พรีเมียมโตต่อ เปิดมุมมองจาก Earnings Call ที่นักลงทุนต้องรู้ | SlimScan