
ราคาทองคำร่วงแรง 1.5% หลังน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง กดดันตลาดทอง Silver และ Platinum
ราคาทองคำ (XAU/USD) ดิ่งแรง 1.5% หลังราคาน้ำมันพุ่ง นักลงทุนจับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง
ตลาดโลหะมีค่าเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังจาก ราคาทองคำ (Gold หรือ XAU/USD) ปรับตัวลดลงกว่า 1.5% ท่ามกลางการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก
ขณะเดียวกัน โลหะมีค่าอื่น ๆ อย่าง Silver (XAG/USD) และ Platinum (XPT/USD) ต่างปรับตัวลดลงตามทิศทางของทองคำ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่กำลังกระทบตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น
ราคาน้ำมันพุ่งแรง จุดชนวนแรงขายในตลาดทองคำ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำคือการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ภายในวันเดียว หลังมีรายงานเกี่ยวกับการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพด้านพลังงานและการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นักลงทุนจำนวนมากเริ่มโยกเงินลงทุนออกจากทองคำและหันไปติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดน้ำมันแทน เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ตลาดกลับให้ความสำคัญกับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่า ส่งผลให้แรงซื้อทองคำลดลงอย่างเห็นได้ชัด
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไร้ข้อสรุป
รายงานล่าสุดระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงเดินหน้าการเจรจาเพื่อขยายข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงการหารือเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าการเจรจาอาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ส่งผลให้ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมตลาดการเงินทั่วโลก
นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจากันต่อไป ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดทองคำและตลาดพลังงานในระยะถัดไป
ความขัดแย้งอิสราเอล–ฮิซบอลเลาะห์ เพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่าจะเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
อิสราเอลมองว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ขณะที่ฝั่งอิหร่านเรียกร้องให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน
ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างเช่นนี้อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงระยะยาวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ดอลลาร์แข็งค่า กดดันราคาทองคำเพิ่มเติม
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลลบต่อทองคำคือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนหันกลับมาถือเงินดอลลาร์มากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ
เมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์จะมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ความต้องการทองคำลดลงตามไปด้วย
แม้ว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury Yields) จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยพยุงราคาทองคำให้ฟื้นตัวได้ เนื่องจากแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงินดอลลาร์ยังคงมีน้ำหนักมากกว่า
วิเคราะห์ทางเทคนิค Gold (XAU/USD)
แนวต้านสำคัญ
ปัจจุบันราคาทองคำยังเคลื่อนไหวใกล้บริเวณแนวต้านสำคัญที่ 4,530 - 4,550 ดอลลาร์ ต่อออนซ์
หากสามารถทะลุและยืนเหนือระดับ 4,550 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 4,660 - 4,680 ดอลลาร์
แนวรับสำคัญ
ในทางกลับกัน หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,450 ดอลลาร์ อาจเปิดทางให้เกิดแรงขายเพิ่มเติม และมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 4,350 - 4,370 ดอลลาร์
Silver ปรับตัวลงตามทองคำ หลัง Gold/Silver Ratio ฟื้นตัว
ตลาด Silver หรือ XAG/USD เผชิญแรงขายเช่นเดียวกับทองคำ โดยอัตราส่วน Gold/Silver Ratio ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 59.00 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Silver มีผลตอบแทนต่ำกว่าทองคำในช่วงสั้น
ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงกว่าอย่าง Silver
แนวรับ Silver
Silver กำลังทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50 MA) บริเวณ 75.83 ดอลลาร์ หากหลุดระดับดังกล่าว อาจปรับตัวลงต่อสู่โซน 71.00 - 72.00 ดอลลาร์
แนวต้าน Silver
หากสามารถกลับมายืนเหนือแนวต้าน 78.00 - 79.00 ดอลลาร์ ได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจผลักดันราคาไปสู่ระดับ 85.00 - 86.00 ดอลลาร์ ในระยะถัดไป
Platinum ยังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด
ด้าน Platinum ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาพรวมของตลาดโลหะมีค่าที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะหลังจาก Palladium ปรับตัวลดลงประมาณ 1.5%
นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการใช้ Platinum ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต
แนวต้าน Platinum
Platinum ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันบริเวณ 1,984 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุขึ้นได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 2,040 - 2,060 ดอลลาร์
แนวรับ Platinum
หากราคาอ่อนตัวลงต่ำกว่าโซน 1,880 - 1,900 ดอลลาร์ อาจเปิดทางให้เกิดแรงขายต่อเนื่องสู่ระดับ 1,780 - 1,800 ดอลลาร์
มุมมองตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์มองว่าทิศทางของทองคำ Silver และ Platinum ในช่วงนี้จะยังขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงท่าทีของอิสราเอลต่อความขัดแย้งในภูมิภาค
หากความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นอีก ราคาน้ำมันอาจปรับตัวขึ้นต่อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อโลหะมีค่า อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณบวกจากการเจรจาสันติภาพหรือการลดระดับความขัดแย้ง ราคาทองคำอาจกลับมาได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง
สรุปภาพรวมตลาด
การร่วงลงของราคาทองคำกว่า 1.5% ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดการเงินโลกที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่ผันผวนอย่างรุนแรง
ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ นักลงทุนทั่วโลกยังต้องติดตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของทองคำ Silver และ Platinum ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ที่มา: FXEmpire และข้อมูลวิเคราะห์ตลาดโลหะมีค่าระหว่างประเทศ
#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น