
Gold Royalty รายงาน Q1/2026 รายได้และ Cash Flow ทำสถิติใหม่ หุ้น GROY เดินหน้ารักษาเป้าหมายปี 2026
Gold Royalty รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2026 รายได้แตะสถิติใหม่ พร้อมย้ำเป้าหมายเติบโตทั้งปี
Gold Royalty Corp. หรือ GROY เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 โดยบริษัททำ รายได้รวมและกระแสเงินสดระดับสถิติใหม่ สะท้อนผลเชิงบวกจากพอร์ต royalty และ streaming ที่ขยายตัวต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก
บริษัทระบุว่า รายได้ประจำไตรมาสอยู่ที่ 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวชี้วัด Total Revenue, Land Agreement Proceeds and Interest อยู่ที่ 9.4 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 1,920 gold equivalent ounces หรือ GEOs ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท
ตัวเลขสำคัญของไตรมาส 1/2026
ผลประกอบการของ Gold Royalty ในไตรมาสนี้โดดเด่นหลายด้าน โดยเฉพาะ Adjusted EBITDA ที่เพิ่มขึ้นเป็น 7.0 ล้านดอลลาร์ หรือสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2025 ประมาณ 318% นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.77 ล้านดอลลาร์ เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1.25 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 4.47 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 2.49 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่บริษัทปิดไตรมาสด้วยเงินสดมากกว่า 13.6 ล้านดอลลาร์ ไม่มีหนี้ และยังมีวงเงินสินเชื่อ 150 ล้านดอลลาร์ที่ยังไม่ได้เบิกใช้
แรงหนุนจาก Pedra Branca และ Borborema
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้รายได้เติบโตคือ contribution จาก royalty ที่บริษัทเพิ่งเข้าซื้อ โดยเฉพาะ Pedra Branca และ Borborema ซึ่งช่วยผลักดันรายได้ royalty ให้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บริษัทระบุว่ารายได้จาก royalty อยู่ที่ 7.03 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 1.12 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ด้าน Borborema ซึ่ง Gold Royalty ถือผลประโยชน์ผ่านโครงสร้าง joint venture มีการรายงานว่าเหมืองผลิตได้ 17,101 gold equivalent ounces ในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วน Pedra Branca ได้รับแรงหนุนจาก royalty บนทองคำและทองแดงในพื้นที่โครงการของบราซิล
บริษัทย้ำ guidance ปี 2026
Gold Royalty ยืนยันว่าแนวโน้มปี 2026 ยังเป็นไปตามแผน โดยบริษัทคาดว่าจะทำได้ราว 5,700–7,000 GEOs ภายใต้สมมติฐานราคาทองคำ 5,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาทองแดง 5.75 ดอลลาร์ต่อปอนด์
ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยระบุ preliminary outlook ที่อ้างอิง Total Revenue, Land Agreement Proceeds and Interest เทียบเท่า 7,500–9,300 GEOs โดยคาดว่าการผลิตจะหนักไปทางครึ่งหลังของปี เนื่องจากบาง asset ยังอยู่ในช่วง ramp-up
พอร์ตสินทรัพย์ยังเป็นหัวใจของการเติบโต
Gold Royalty เป็นบริษัทที่เน้นธุรกิจ royalty และ streaming ในอุตสาหกรรมเหมืองโลหะมีค่า โดยโมเดลนี้ช่วยให้บริษัทมี exposure ต่อการผลิตทองคำและโลหะอื่น ๆ โดยไม่ต้องเป็นผู้ดำเนินเหมืองเองโดยตรง ปัจจุบันบริษัทระบุว่ามีพอร์ตมากกว่า 250 royalties และ streams
ในไตรมาสนี้ บริษัทให้ข้อมูลอัปเดตหลายโครงการ เช่น Odyssey, Côté, Vareš, South Railroad, Tonopah West และ Whistler ซึ่งหลายโครงการยังอยู่ในช่วงพัฒนา ขยาย production หรือศึกษา feasibility เพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนจับตาว่าพอร์ตดังกล่าวจะสร้างรายได้ระยะกลางถึงยาวได้มากแค่ไหน
การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร
Gold Royalty ยังประกาศแต่งตั้ง John Griffith จาก Chief Development Officer ขึ้นเป็น President ของบริษัท ขณะที่ Jackie Przybylowski จะขยายบทบาทเป็น Vice President, Capital Markets and Sustainability ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความตั้งใจของบริษัทในการเสริมทีมบริหารเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ภาพรวมสำหรับนักลงทุน
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการไตรมาส 1/2026 ของ Gold Royalty ถือเป็นสัญญาณบวก ทั้งในด้านรายได้ กระแสเงินสด งบดุล และการเติบโตของ asset base อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามความเสี่ยงจากราคาทองคำ ราคาทองแดง ความคืบหน้าโครงการเหมืองของ third-party operators และความผันผวนของตลาด commodities
ข่าวนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของหุ้น GROY เพราะบริษัทกำลังพยายามพิสูจน์ว่าโมเดล royalty-focused สามารถสร้างรายได้ที่เติบโตได้จริง พร้อมรักษาความยืดหยุ่นทางการเงินผ่านการไม่มีหนี้และมีวงเงินสินเชื่อขนาดใหญ่รองรับการลงทุนเพิ่มเติม
#GoldRoyalty #GROY #หุ้นทองคำ #ข่าวหุ้นต่างประเทศ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น