ราคาทองคำโลกดีดตัวกว่า 51 ดอลลาร์ หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐทรงตัว ตลาดจับตาเศรษฐกิจและนโยบาย Fed

ราคาทองคำโลกดีดตัวกว่า 51 ดอลลาร์ หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐทรงตัว ตลาดจับตาเศรษฐกิจและนโยบาย Fed

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:AAAU

ราคาทองคำ Spot Gold รีบาวด์แรง หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐออกมาตามคาด

ตลาดทองคำโลกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกอีกครั้ง หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลข Initial Jobless Claims หรือจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำ Spot Gold สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 51.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยการฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดได้รับข้อมูลด้านแรงงานของสหรัฐ ซึ่งไม่ได้ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด และไม่ได้อ่อนแอเกินไป ทำให้เกิดการคาดการณ์ใหม่เกี่ยวกับแนวโน้ม นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed)

นักลงทุนจำนวนมากจึงกลับมาให้ความสนใจในทองคำในฐานะ Safe Haven Asset หรือสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากทั้งเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และนโยบายดอกเบี้ย

ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐอยู่ที่ 213,000 ราย

กระทรวงแรงงานสหรัฐ (U.S. Department of Labor) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับ Unemployment Benefits หรือสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 213,000 ราย ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับตัวเลขของสัปดาห์ก่อนหน้า และไม่แตกต่างจากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์มากนัก

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงมีเสถียรภาพ แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ภาวะเงินเฟ้อ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

นักวิเคราะห์มองว่า ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำแสดงให้เห็นว่า บริษัทในสหรัฐยังไม่ได้เร่งปลดพนักงาน อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ที่จะประกาศในช่วงต่อไป เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และอัตราเงินเฟ้อ (Inflation) ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป

ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์สะท้อนภาพตลาดแรงงานที่มั่นคง

อีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญคือ ค่าเฉลี่ยผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบ 4 สัปดาห์ (Four-week moving average) ซึ่งมักถูกใช้เพื่อลดความผันผวนของตัวเลขรายสัปดาห์

รายงานล่าสุดระบุว่าค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 220,250 ราย ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า และยังคงอยู่ในระดับที่สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าตัวเลขดังกล่าวช่วยยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่เข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยสูงที่ดำเนินมาหลายปี

ข้อมูลนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดทองคำต้องปรับมุมมองเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของ Fed อีกครั้ง เนื่องจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐยังคงระมัดระวังในการปรับลดดอกเบี้ย

จำนวนผู้รับสวัสดิการต่อเนื่องลดลง

นอกจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกแล้ว รายงานยังระบุถึงจำนวนผู้ที่ยังคงได้รับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims)

ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1.833 ล้านราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีการปรับตัวเลขเป็นประมาณ 1.864 ล้านราย

การลดลงของตัวเลขนี้สะท้อนว่า ผู้ว่างงานบางส่วนสามารถหางานใหม่ได้ หรือออกจากระบบการรับสวัสดิการว่างงาน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงเตือนว่า ตลาดแรงงานอาจเริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวในช่วงปลายปี หากภาวะการเงินที่ตึงตัวเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการลงทุน

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสู่ระดับเหนือ 5,100 ดอลลาร์

หลังการเปิดเผยข้อมูลแรงงาน ราคาทองคำในตลาดโลกสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยราคาล่าสุดซื้อขายอยู่บริเวณประมาณ 5,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์

การปรับตัวขึ้นครั้งนี้คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 0.14% ในช่วงการซื้อขายของวันนั้น แม้จะดูเป็นการเพิ่มขึ้นที่ไม่มากนักในเชิงเปอร์เซ็นต์ แต่ก็สะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาด

นักวิเคราะห์ตลาดโลหะมีค่าระบุว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้ยังคงได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น

  • ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed
  • ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
  • ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน
  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะผันผวน แต่ยังคงได้รับแรงสนับสนุนในระยะยาว

นักลงทุนจับตานโยบายดอกเบี้ยของ Federal Reserve

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในช่วงนี้คือ นโยบายการเงินของ Federal Reserve

เมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการทองคำลดลง

ในทางกลับกัน หาก Fed เริ่มส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ย ราคาทองคำมักจะได้รับแรงสนับสนุน เนื่องจากนักลงทุนมองว่าทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความผันผวนของค่าเงิน

ข้อมูลตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งในขณะนี้จึงทำให้ Fed มีเหตุผลที่จะ ยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดในระยะสั้น

บทบาทของทองคำในฐานะ Safe Haven

ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนรายใหญ่ ธนาคารกลาง และกองทุนการลงทุน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทองคำยังคงได้รับความนิยม ได้แก่

  • ใช้เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ
  • ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้น
  • เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในระยะยาว
  • ได้รับความนิยมจากธนาคารกลางทั่วโลก

ด้วยเหตุนี้ แม้ราคาทองคำจะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่ในมุมมองระยะยาว นักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงมองว่าทองคำมีศักยภาพในการเติบโต

แนวโน้มราคาทองคำในระยะต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดโลหะมีค่ามองว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงต่อไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่กำลังจะประกาศ

ตัวเลขที่ตลาดให้ความสำคัญ ได้แก่

  • Nonfarm Payrolls
  • อัตราการว่างงาน
  • ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)

หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอกว่าคาดการณ์ อาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่ Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบหรือเผชิญแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนระยะสั้น

สรุปสถานการณ์ตลาดทองคำ

การฟื้นตัวของราคาทองคำในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่าง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ตลาดแรงงาน และนโยบายการเงิน

แม้ว่าตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดความคาดหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ

ในระยะสั้น ตลาดทองคำยังคงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามข้อมูลเศรษฐกิจและท่าทีของ Fed อย่างใกล้ชิด ขณะที่ในระยะยาว ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษามูลค่าทรัพย์สิน

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง

ราคาทองคำโลกดีดตัวกว่า 51 ดอลลาร์ หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐทรงตัว ตลาดจับตาเศรษฐกิจและนโยบาย Fed | SlimScan