
ราคาทองคำ Spot Gold ร่วงแตะ 4,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2%
ตลาดทองคำผันผวน หลังข้อมูลอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด
ราคาทองคำโลก หรือ Spot Gold ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงการซื้อขายล่าสุด หลังสหรัฐอเมริกาเปิดเผยตัวเลขยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) ประจำเดือนเมษายนที่เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset)
รายงานดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำทันที โดย Spot Gold ร่วงลงมาแตะระดับประมาณ 4,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนที่กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ ฟื้นตัว แม้อัตราดอกเบี้ยยังสูง
ข้อมูลจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ National Association of Realtors (NAR) ระบุว่า ยอดขายบ้านมือสองในเดือนเมษายนปรับเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าจะชะลอตัว
แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ จะยังอยู่ในระดับสูง แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงเดินหน้าซื้อบ้าน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและรายได้ครัวเรือนที่ยังเติบโต
นักวิเคราะห์มองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve (Fed) ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น
ดอลลาร์แข็งค่า กดดันราคาทองคำทันที
หลังการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักหลายประเทศ ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และทำให้ความต้องการซื้อทองคำลดลง
การแข็งค่าของดอลลาร์ยังทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ US Treasury Yield ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นักลงทุนจับตาท่าที Fed อย่างใกล้ชิด
แม้ก่อนหน้านี้ตลาดคาดหวังว่า Fed อาจเริ่มลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ทำให้ความเป็นไปได้ดังกล่าวเริ่มลดลง
นักลงทุนจำนวนมากจึงเริ่มเทขายทองคำเพื่อทำกำไร หลังจากราคาทองคำเคยปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
ผู้เชี่ยวชาญบางรายระบุว่า หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงต่อไปยังออกมาดีต่อเนื่อง Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันระยะกลางต่อราคาทองคำ
ตลาดทองคำยังมีแรงหนุนจากความเสี่ยงทั่วโลก
แม้ว่าราคาทองคำจะอ่อนตัวลงในระยะสั้น แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่าทองคำยังคงมีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาว โดยเฉพาะจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวของเศรษฐกิจบางประเทศ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินทั่วโลก
นอกจากนี้ ธนาคารกลางหลายประเทศยังเดินหน้าซื้อทองคำเข้าคลังสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว
แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำไม่ให้ปรับตัวลงแรง แม้จะเผชิญแรงขายจากนักลงทุนระยะสั้นก็ตาม
นักวิเคราะห์มองแนวโน้มทองคำระยะถัดไป
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินมองว่า ราคาทองคำอาจยังเคลื่อนไหวผันผวนในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศเพิ่มเติม ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ ดัชนีภาคการผลิต และตลาดแรงงาน
หากข้อมูลเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม แต่หากเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ตลาดอาจกลับมาเก็งกำไรว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ซึ่งจะเป็นบวกต่อทองคำทันที
นักลงทุนไทยควรติดตามอะไรต่อ?
สำหรับนักลงทุนไทย นอกจากราคาทองคำโลกแล้ว ยังควรติดตามทิศทางค่าเงินบาทควบคู่กันไป เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะช่วยหนุนราคาทองคำในประเทศ แม้ราคาทองคำโลกจะปรับตัวลดลงก็ตาม
ในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และติดตามข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
สรุปภาพรวมตลาดทองคำล่าสุด
การเพิ่มขึ้นของยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือนเมษายนที่ระดับ 0.2% ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น เพราะสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่หลายฝ่ายกังวล
ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และกดดัน Spot Gold ให้ร่วงลงมาใกล้ระดับ 4,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทั่วโลก ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงในระยะยาว
#ทองคำ #ราคาทองวันนี้ #SpotGold #เศรษฐกิจสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น