
ราคาทองคำอ่อนแรง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ฟื้นตัวเกินคาด
ราคาทองคำอ่อนแรง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ฟื้นตัวเกินคาด
ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในวันอังคารที่ 28 เมษายน 2026 หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยดัชนี Consumer Confidence ของ Conference Board เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 92.8 ในเดือนเมษายน สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่มองว่าจะลดลงสู่ 89.0
ทองคำถูกเทขาย แม้ตลาดยังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
ตามรายงานของ Kitco News ตลาดทองคำยังพยายามหาจุดยืน หลังนักลงทุนประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขณะเดียวกันข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้นทำให้แรงซื้อทองคำในฐานะ safe-haven asset ลดลงชั่วคราว
ราคาทองคำ spot gold เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดของวัน โดยมีรายงานว่าซื้อขายแถว 4,571.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงมากกว่า 2% ในวันเดียว
ทำไมตัวเลข Consumer Confidence ถึงกดดันทองคำ?
เมื่อผู้บริโภคสหรัฐฯ มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ตลาดมักตีความว่าเศรษฐกิจยังพอรับแรงกดดันจากดอกเบี้ยสูงได้ นั่นทำให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ลดลง และส่งผลลบต่อทองคำ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย
พูดง่าย ๆ คือ หากดอกเบี้ยยังสูง นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกถือพันธบัตรหรือสินทรัพย์ที่ให้ yield มากกว่าทองคำ ส่งผลให้แรงซื้อทองคำชะลอตัวลง
รายละเอียดตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
Conference Board ระบุว่า ดัชนี Consumer Confidence เดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเป็น 92.8 จากตัวเลขเดือนก่อนหน้าที่ถูกปรับลง โดยตัวเลขดังกล่าวออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้
แม้ภาพรวมความเชื่อมั่นจะดีขึ้น แต่ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน เบนซิน และผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เงินเฟ้อยังเป็นประเด็นสำคัญ
ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยเสี่ยง
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง โดยก่อนหน้านี้ Brent crude เคลื่อนไหวเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเรื่องเส้นทางขนส่งน้ำมันและสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาพลังงานที่สูงอาจดันเงินเฟ้อให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง และทำให้ Fed ต้องคงท่าที hawkish นานขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อทองคำในระยะสั้น
ภาพรวมตลาดทองคำตอนนี้
โดยรวมแล้ว ทองคำกำลังเจอกับแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีโอกาสแข็งค่า ผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังน่าสนใจ และตัวเลขเศรษฐกิจที่ไม่ได้อ่อนแอมากพอจะผลักดันให้ Fed รีบลดดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันสูง และความเสี่ยงเงินเฟ้อยังอาจช่วยพยุงทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงได้ หากสถานการณ์โลกกลับมาตึงเครียดมากขึ้น
บทวิเคราะห์สำหรับนักลงทุน
ในระยะสั้น ราคาทองคำอาจยังผันผวนสูง นักลงทุนควรติดตามถ้อยแถลงของ Fed ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
สรุปคือ ข่าวนี้สะท้อนว่า แม้ทองคำยังมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงทั่วโลก แต่เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดก็มีเหตุผลมากขึ้นที่จะเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยสูงอาจอยู่กับเรานานกว่าเดิม ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญต่อราคาทองคำ
#ราคาทองคำ #ทองคำวันนี้ #GoldPrice #เศรษฐกิจสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น