
ราคาทองคำและเงินร่วงแรง แต่ทำไมนักวิเคราะห์ยังไม่ตกใจ
ราคาทองคำและเงินโลหะมีค่าปรับตัวลดลงอย่างมาก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (Gold) และเงิน (Silver) ในตลาดโลกลดลงอย่างรุนแรงในระดับที่ทำลายสถิติ โดยราคาของกองทุน iShares Silver Trust ร่วงลงกว่า 28.5% ปิดที่ประมาณ $75.44 และหุ้นของ SPDR Gold Shares ลดลง 10.3% ปิดที่ประมาณ $444.95 ต่อหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นการปรับฐานลงครั้งใหญ่สำหรับทั้งสองโลหะมีค่าในตลาดโลก
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาลดลง
นักวิจัยด้านตลาดจาก Yardeni Research และนักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ชี้ว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาทองและเงินลดลงอย่างรวดเร็วมีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:
การประกาศแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธาน FED คนต่อไป
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชัดว่าจะเสนอชื่อ Kevin Warsh ให้เป็นประธานของระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) แทน Jerome Powell ซึ่งได้หมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ การประกาศนี้ทำให้ตลาดคาดว่านโยบายการเงินอาจเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันราคาสินทรัพย์อย่างทองและเงินลง
แรงขายที่ถูกบังคับจาก Margin Requirements
นอกจากนี้ กลุ่มตลาดล่วงหน้า CME Group ได้ปรับเพิ่มอัตราค่า Margin ที่นักเทรดต้องวางประกันสำหรับการถือครองทอง เงิน และโลหะมีค่าชนิดอื่นอย่างแพลตตินัมและพาลาเดียม โดยประกาศขึ้นก่อนการปิดตลาดวันศุกร์ ซึ่งทำให้นักลงทุนหลายรายต้องปิดสถานะการถือครองก่อนตลาดปิด ส่งผลให้แรงขายทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์
นักวิเคราะห์ยังไม่เห็นสัญญาณ Panic
แม้การร่วงลงของราคาจะดุเดือด แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังไม่เชื่อว่าตลาดกำลังตกอยู่ในภาวะ Panic อย่างแท้จริง โดยให้เหตุผลต่าง ๆ ดังนี้:
การซื้อขายไม่ได้สะท้อน “การเทขายแบบตื่นตระหนก”
ทีมของ Yardeni พบว่าปริมาณการซื้อขายของกองทุนทั้งสองไม่แสดงสัญญาณของการเทขายออกอย่างตื่นตระหนกเมื่อเทียบกับช่วงปกติ ซึ่งหมายความว่าผู้ลงทุนไม่ได้รีบหนีออกจากตลาดทองคำและเงินทั้งหมดเหมือนตลาดแตก
แนวโน้มระยะกลาง/ยาวของทองคำยังมีพื้นฐานแข็งแรง
นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ยังคงมีมุมมองเป็นบวกสำหรับทองคำในระยะกลางและยาว โดยอ้างว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางต่างประเทศและนักลงทุนยังคงแข็งแกร่ง และมีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจกลับขึ้นไปแตะราว $6,300 ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2026 ขณะที่แรงซื้อในตัวสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงหนุนราคาไว้
ความแตกต่างของเงินกับทองคำ
สำหรับเงิน แม้ว่าจะยังมีแนวโน้มพื้นฐานที่แข็งแรง แต่ตัวขับเคลื่อนราคาของเงินไม่ชัดเจนเท่าทองคำ เนื่องจากโลหะเงินไม่ได้รับการหนุนจากธนาคารกลางเช่นทอง จึงทำให้เงินมีความผันผวนสูงและยังอาจเห็นการแกว่งตัวลึกขึ้นในระยะสั้น
แรงกดดันระยะสั้น vs แนวโน้มระยะยาว
ราคาทองคำและเงินที่เห็นในช่วงสัปดาห์นี้เป็นตัวอย่างของตลาดที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะเมื่อเกิดข่าวใหญ่ด้านนโยบายการเงินและความคาดหวังของนักลงทุน แต่สำหรับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ การปรับฐานดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการพักราคา (consolidation) มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการซึมลงถาวร ในมุมนี้มีแนวคิดว่าการปรับฐานอาจเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว
มุมมองของ “Safe Haven” ยังคงอยู่
ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ “safe haven” หรือสินทรัพย์ที่นักลงทุนถือไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดผันผวน แม้ราคาจะลดลงในตอนนี้ นักลงทุนบางส่วนมองว่าถ้าความเสี่ยงเศรษฐกิจหรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับเข้ามาแข็งแรงอีกครั้ง ราคาทองและเงินอาจกลับขึ้นได้อีกในอนาคต
สรุปภาพรวม
ราคาทองคำและเงินเกิดการลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายตกใจ แต่จากมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะล่มสลาย ความผันผวนในช่วงนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการปรับฐานราคา และสำหรับนักลงทุนระยะยาว ราคาทองคำและเงินอาจยังคงมีแนวโน้มเติบโตได้ตามปัจจัยพื้นฐานของอุปสงค์ในโลกจริง
#ทองคำ #Silver #GoldMarket #ราคาทองโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น