
Pomerantz Law Firm เตือนนักลงทุน Globant SA ที่ขาดทุนจากการลงทุน หลังเผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) และกำหนดเส้นตายสำคัญในเดือนมิถุนายน 2026
นักลงทุน Globant SA ถูกเตือนหลังเกิดคดี Class Action ด้านหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ
นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา — Pomerantz LLP หรือ Pomerantz Law Firm บริษัทกฎหมายชั้นนำด้านการคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนนักลงทุนของ Globant S.A. (NYSE: GLOB) ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุน ให้ติดตามความคืบหน้าของคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action Lawsuit) ที่กำลังดำเนินอยู่ พร้อมย้ำถึงกำหนดเส้นตายสำคัญในการยื่นคำร้องต่อศาลภายในวันที่ 23 มิถุนายน 2026
ข้อกล่าวหาต่อ Globant และผู้บริหารระดับสูง
คดีดังกล่าวระบุว่า Globant และผู้บริหารบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ทำให้เข้าใจผิด หรือปกปิดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางธุรกิจ แนวโน้มการเติบโต และผลประกอบการของบริษัท ซึ่งอาจเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา
กลุ่มผู้ฟ้องร้องอ้างว่าบริษัทได้สร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งเกินความเป็นจริง ส่งผลให้นักลงทุนตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นในช่วงเวลาที่ราคาหุ้นถูกประเมินสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง
ช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากคดี
คดีนี้ครอบคลุมนักลงทุนที่ซื้อหรือถือครองหุ้นสามัญของ Globant ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2024 ถึง 14 สิงหาคม 2025 ซึ่งถูกกำหนดเป็นช่วงเวลา (Class Period) ของการดำเนินคดี
ผู้ลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นภายในช่วงเวลาดังกล่าวและประสบภาวะขาดทุนจากการลงทุน อาจมีสิทธิ์เข้าร่วมกลุ่มผู้เสียหายในคดีนี้
ปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้น Globant ร่วงหนัก
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2024 สร้างแรงกดดัน
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2025 Globant เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 และผลประกอบการทั้งปี 2024 โดยรายได้จากภูมิภาคลาตินอเมริกาปรับตัวลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทได้ให้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2025 ในระดับที่ต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด
ระหว่างการประชุมชี้แจงผลประกอบการ (Earnings Call) นาย Martín Migoya ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Globant เปิดเผยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคลาตินอเมริกาช่วงปี 2024 มีความผันผวนอย่างมากจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศบราซิลและโคลอมเบีย
หลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ราคาหุ้น Globant ปรับตัวลดลงทันทีประมาณ 27.8% หรือร่วงกว่า 58 ดอลลาร์ต่อหุ้น ปิดการซื้อขายที่ 151.72 ดอลลาร์ต่อหุ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2025
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2025 ยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่น
ต่อมาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 บริษัทได้รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2025 ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
Globant ระบุว่าบริษัทกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Challenges) และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risks) ที่ส่งผลต่อรูปแบบการใช้จ่ายของลูกค้ารายใหญ่หลายราย โดยเฉพาะในตลาดลาตินอเมริกา
CEO ของบริษัทเปิดเผยเพิ่มเติมว่ากระบวนการเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจ (Pipeline Conversion) ในสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ขณะที่การเติบโตในหลายประเทศของลาตินอเมริกาต่ำกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้
รายได้จากภูมิภาคลาตินอเมริกาลดลงถึง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะตลาดสำคัญอย่างเม็กซิโกและบราซิลที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
หลังรายงานดังกล่าวเผยแพร่ ราคาหุ้น Globant ดิ่งลงอีก 23.6% หรือกว่า 31 ดอลลาร์ต่อหุ้น ปิดที่ 101.47 ดอลลาร์ต่อหุ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 2025
การปรับโครงสร้างองค์กรส่งผลกระทบเพิ่มเติม
สถานการณ์ยังคงเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2025 บริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ออกมาแบบผสมผสาน พร้อมเปิดเผยว่ามีการลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 2% และบันทึกค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างองค์กร (Restructuring Charge) มูลค่า 47.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การประกาศดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตของบริษัท ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอีกประมาณ 14.9% ปิดที่ 66.46 ดอลลาร์ต่อหุ้นในวันที่ 15 สิงหาคม 2025
นักลงทุนควรดำเนินการอย่างไร
สำนักงานกฎหมายหลายแห่งในสหรัฐฯ รวมถึง Pomerantz LLP, Bernstein Liebhard LLP, Rosen Law Firm และ KTMC ได้ออกประกาศเชิญชวนนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนใน Globant เข้าร่วมคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มดังกล่าว
สำหรับผู้ที่ต้องการเป็น Lead Plaintiff หรือโจทก์ตัวแทนของกลุ่มผู้เสียหาย จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายในวันที่ 23 มิถุนายน 2026
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ไม่ได้สมัครเป็น Lead Plaintiff ยังคงสามารถได้รับสิทธิประโยชน์หรือส่วนแบ่งจากการชดเชยความเสียหาย หากคดีสิ้นสุดลงด้วยคำพิพากษาหรือข้อตกลงยุติคดีในอนาคต
ภาพรวมของคดีที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา
คดีของ Globant ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญในตลาดทุนสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน โดยนักวิเคราะห์มองว่าผลลัพธ์ของคดีนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานธุรกิจในภูมิภาคลาตินอเมริกา
นอกจากนี้ คดียังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการรายงานผลประกอบการและการเปิดเผยความเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในตลาดทุนระดับโลก
หมายเหตุ: ข้อกล่าวหาทั้งหมดในคดีนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำตัดสินว่าบริษัทหรือผู้บริหารมีความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าวแต่อย่างใด นักลงทุนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางกฎหมายและเอกสารทางการของศาลอย่างใกล้ชิด
#Globant #GLOB #ClassAction #ข่าวหุ้นต่างประเทศ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น