
หุ้นทั่วโลกและ U.S. Futures ร่วงหนัก จาก Trump ย้ำท่าที “Greenland Threats” และขู่เก็บภาษียุโรป
ตลาดหุ้น Global Markets และ U.S. Futures ปรับตัวลดลง หลัง Trump โหมประเด็น Greenland และคุกคามด้วย Tariff Threats
ตลาดหุ้นหลักทั่วโลกเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรงเมื่อ U.S. stock index futures ปรับตัวลง และราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ President Donald Trump ยืนยันท่าทีต่อประเด็น Greenland และขู่ว่าจะใช้มาตรการ tariff threats ต่อประเทศยุโรปหลายชาติหากไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายของสหรัฐในการครอบครองและควบคุม Greenland.
แรงผลักดันประเด็น Greenland: Trump ลงทุนแรงถึงขนาดประกาศ Tariff ใหม่
ประเด็นความตึงเครียดเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อ Trump กล่าวผ่านช่องทางโซเชียลว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 10% จากสินค้าของประเทศยุโรปหลายประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายในเดือนมิถุนายน หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ Trump ต้องการเกี่ยวกับ Greenland.
เป้าหมายนี้สร้างความไม่พอใจในหลายประเทศยุโรป และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังและหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เช่น ทองคำและเงิน.
โฟกัสตลาด: Futures ร่วงหนัก
ก่อนเปิดทำการตลาดในสหรัฐฯ ดัชนี Futures ของหุ้นรายใหญ่สหรัฐฯ ทั้ง S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยจากความไม่แน่นอนทางการค้าและ geopolitical uncertainty เป็นตัวเร่งให้เกิดการขายออกในตลาดล่วงหน้า.
ผลกระทบต่อตลาดโลก: Risk off ซ้ำเติมความกังวลนักลงทุน
ปฏิกิริยาจากตลาดหุ้นต่างประเทศก็ไม่ต่างกัน ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียได้รับแรงกดดัน ร่วมกับการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น.
ทองคำและเงินพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
นักลงทุนหันไปเก็บสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและเงินซึ่งปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าโลกที่อาจกลับมารุนแรงขึ้น.
ปัจจัยภายนอกที่เพิ่มแรงกดดัน
นอกจากปัจจัยภายในสหรัฐฯ แล้ว การคาดการณ์เกี่ยวกับ trade war ใหม่ระหว่างสหรัฐและยุโรป รวมถึงบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินหลายแห่ง ยังทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะกลางและยาว.
มุมมองของ IMF และนักวิเคราะห์
นานาชาติบางแห่งเตือนว่าการถกเถียงด้านการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่นของตลาด หากขัดแย้งไม่คลี่คลายผ่านการเจรจาทางการทูต.
สิ่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้า
นักลงทุนทั่วโลกต่างรอผลการประชุมธนาคารกลาง รายงานผลประกอบการของบริษัทใหญ่ และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งอาจช่วยบ่งชี้แนวโน้มของตลาดในช่วงต่อไป.
ความเคลื่อนไหวของ Trump และนโยบายภาษีที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นทั่วโลก รวมถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับพันธมิตรยุโรป จะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป.
#GlobalMarkets #TrumpGreenlandThreats #USFutures #TariffImpact #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น