
วิกฤตราคาน้ำมันโลกพุ่ง! สงครามอิหร่าน–ช่องแคบฮอร์มุซ ดันค่าน้ำมันแพงรับ Memorial Day ชาวอเมริกันเจอค่าเดินทางสูงสุดในรอบหลายปี
ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสงครามอิหร่านกระทบช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปี 2026 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงาน หลังเกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่าน Strait of Hormuz (ช่องแคบฮอร์มุซ) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
รายงานล่าสุดระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนวันหยุด Memorial Day ซึ่งถือเป็นฤดูกาลเดินทางสำคัญของชาวอเมริกัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปีนี้อาจแพงที่สุดในรอบหลายปี
ช่องแคบฮอร์มุซ คืออะไร และทำไมโลกต้องจับตา?
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ โดยมีน้ำมันโลกกว่า 20% ถูกขนส่งผ่านบริเวณนี้ทุกวัน หากเกิดการปิดเส้นทางหรือความไม่ปลอดภัยในการเดินเรือ จะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกทันที
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านพื้นที่ดังกล่าวลดลงอย่างหนัก หลายบริษัทเดินเรือเริ่มหลีกเลี่ยงเส้นทาง ขณะที่บางประเทศเริ่มกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันสำรอง
นักวิเคราะห์พลังงานหลายสำนักเตือนว่า หากวิกฤตยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบอาจทะลุ 100-200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ในกรณีเลวร้ายที่สุด
ราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งแรงก่อน Memorial Day
ข้อมูลจาก GasBuddy ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4.48 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วที่เฉลี่ยเพียง 3.14 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
แม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงมีแผนเดินทางในช่วงวันหยุด Memorial Day ทำให้คาดว่าจะมีการเดินทางทางรถยนต์สูงเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม แบบสำรวจล่าสุดพบว่า ประชาชนจำนวนมากเริ่มลดการเดินทางลง เพราะกังวลค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์ชี้ “สงครามอิหร่าน” เป็นตัวการหลัก
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า กว่า 90% ของการปรับขึ้นราคาน้ำมันในรอบนี้ มาจากผลกระทบโดยตรงของสงครามอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดพลังงานทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะ “Supply Shock” หรือการขาดแคลนอุปทานครั้งใหญ่ หลังมีน้ำมันกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวันได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความกังวลด้านอุปทาน
Barclays ยังคงคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยอมรับว่าความเสี่ยงยังมีโอกาสปรับขึ้นมากกว่านี้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเลวร้ายลง
ด้าน Enverus Intelligence Research มองว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงได้รับผลกระทบต่อไป ราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงไปจนถึงปี 2027
เศรษฐกิจโลกเริ่มได้รับผลกระทบ
การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานไม่ได้กระทบแค่ผู้ใช้รถยนต์ แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และอัตราเงินเฟ้อ
นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายเตือนว่า หากราคาน้ำมันยังคงสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
ภาคการบินเองก็เริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินหลายเส้นทางเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน
ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก แม้ว่าตลาดหุ้นบางแห่งจะฟื้นตัวได้เล็กน้อย แต่ความกังวลเรื่องสงครามยังคงส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน
นักลงทุนจำนวนมากกำลังจับตาความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพราะหากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาพลังงานอาจเริ่มปรับลดลง
ทรัมป์ชี้ ราคาน้ำมันสูง “คุ้มค่า” หากหยุดอิหร่านได้
ประธานาธิบดี Donald Trump ให้สัมภาษณ์ว่า แม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น แต่ถือเป็น “ต้นทุนที่จำเป็น” หากสามารถหยุดยั้งภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากอิหร่านได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายการเมืองในสหรัฐฯ เริ่มเผชิญแรงกดดันจากประชาชน เนื่องจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งปลายปีนี้
ผู้เชี่ยวชาญเตือน วิกฤตอาจไม่จบเร็ว
แม้จะมีสัญญาณการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง และอาจใช้เวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์
หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ โลกอาจเผชิญกับภาวะราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง รวมถึงต้นทุนสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผู้เชี่ยวชาญบางรายถึงขั้นเตือนว่า หากเส้นทางขนส่งถูกปิดยาว ราคาน้ำมันอาจแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ในอนาคต
สรุปสถานการณ์ล่าสุด
วิกฤตสงครามอิหร่านและความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันโลกให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบเริ่มลุกลามจากตลาดพลังงานไปสู่เศรษฐกิจโลก ทั้งค่าเดินทาง เงินเฟ้อ ต้นทุนสินค้า และตลาดการเงิน ขณะที่ทั่วโลกยังคงจับตาการเจรจาระหว่างมหาอำนาจอย่างใกล้ชิด
สำหรับประชาชนทั่วไป สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในตอนนี้ คือราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่เริ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และอาจยังไม่กลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
#ราคาน้ำมัน #อิหร่าน #StraitOfHormuz #เศรษฐกิจโลก #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น