
หุ้น Fintech ดิ่งแรง! จีนสั่งลงโทษโบรกเกอร์ Cross-Border พร้อมเจอแรงกดดันจากการถูก Downgrade
ตลาดหุ้น Fintech สะเทือน หลังจีนเดินหน้าปราบธุรกิจลงทุนข้ามประเทศ
หุ้นกลุ่ม Fintech และแพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์ร่วงหนักในการซื้อขายล่าสุด หลังทางการจีนประกาศมาตรการเข้มงวดต่อธุรกิจโบรกเกอร์ที่ให้บริการลงทุนข้ามประเทศแบบไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้อย่างมาก
รายงานระบุว่า หนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ UP Fintech Holding หรือบริษัทแม่ของแพลตฟอร์ม Tiger Brokers รวมถึง Futu Holdings ซึ่งต่างเผชิญแรงขายอย่างรุนแรงในตลาดหุ้นสหรัฐ หลังรัฐบาลจีนประกาศบทลงโทษและเพิ่มมาตรการควบคุมด้านการเงินข้ามพรมแดน
จีนเอาจริง! ปราบโบรกเกอร์ออนไลน์ผิดกฎหมาย
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน หรือ CSRC (China Securities Regulatory Commission) ร่วมกับหน่วยงานรัฐอีกหลายแห่ง ออกแถลงการณ์ว่าบริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์บางแห่งได้ดำเนินธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตภายในประเทศจีน และมีพฤติกรรมชักชวนนักลงทุนจีนให้นำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ
มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายควบคุมเงินทุนไหลออก (Capital Outflow) ที่จีนให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยรัฐบาลมองว่าการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศอาจกระทบเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศ
หุ้นร่วงหนักกว่า 30%
หลังข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา หุ้นของ Futu Holdings และ UP Fintech ดิ่งลงมากกว่า 30% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดสหรัฐ (Pre-market Trading) สะท้อนความวิตกของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
นอกจากนี้ หุ้นบริษัทเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ เช่น Alibaba, JD.com และ PDD Holdings ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความเข้มงวดของจีนอาจกระทบสภาพคล่องและเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนจีน
Futu และ Tiger Brokers โดนอะไรบ้าง?
เอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่า Futu Holdings อาจต้องเผชิญค่าปรับสูงถึง 1.85 พันล้านหยวน หรือประมาณ 271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ UP Fintech ถูกหน่วยงานกำกับในกรุงปักกิ่งสั่งปรับกว่า 308 ล้านหยวน พร้อมยึดรายได้ที่ถูกมองว่าได้มาอย่างผิดกฎหมายอีกกว่า 103 ล้านหยวน
แม้ทั้งสองบริษัทจะยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมายและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล แต่ตลาดยังคงตอบสนองเชิงลบต่อข่าวดังกล่าวอย่างชัดเจน
ลูกค้าเดิมยังขายหุ้นได้ แต่ห้ามลงทุนเพิ่ม
ภายใต้มาตรการใหม่ นักลงทุนจีนที่ใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้จะยังสามารถขายหุ้นเดิมและถอนเงินออกได้ แต่จะไม่สามารถเปิดสถานะลงทุนใหม่ได้อีก
CSRC ระบุว่าจะให้ระยะเวลาผ่อนผันประมาณ 2 ปี เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ปรับโครงสร้างธุรกิจและยุติกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
นักวิเคราะห์หั่นมุมมองหุ้น Fintech
นอกจากแรงกดดันจากรัฐบาลจีนแล้ว หุ้นกลุ่ม Fintech ยังถูกซ้ำเติมจากการที่นักวิเคราะห์หลายสำนักปรับลดคำแนะนำการลงทุน หรือ Downgrade หุ้นในกลุ่มนี้
นักวิเคราะห์มองว่าความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของจีนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจกระทบต่อรายได้ในระยะยาว โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลัก
การถูก Downgrade ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันจำนวนมากเริ่มลดสัดส่วนการถือครองหุ้น Fintech ลง เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ผลกระทบต่อภาพรวมตลาดการเงินจีน
นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่ารัฐบาลจีนต้องการควบคุมทิศทางเงินทุนและการลงทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนพยายามลดความเสี่ยงในระบบการเงิน รวมถึงควบคุมการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์
การเข้มงวดกับแพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์จึงถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า จีนต้องการให้เงินทุนหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาตลาดทุนต่างประเทศ
นักลงทุนทั่วโลกจับตา
นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาว่า มาตรการของจีนจะส่งผลต่อบริษัทเทคโนโลยีและ Fintech รายอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจเกี่ยวข้องกับการลงทุนข้ามประเทศ
หากรัฐบาลจีนเดินหน้าควบคุมเพิ่มเติม อาจทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนเผชิญแรงกดดันระยะยาว และสร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงตลาดสหรัฐ
มุมมองนักวิเคราะห์: จุดเริ่มต้นของการคุมเข้มรอบใหม่?
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า บทลงโทษในครั้งนี้อาจยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด และอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมาตรการควบคุมรอบใหม่ในอุตสาหกรรม Fintech ของจีน
แม้ค่าปรับที่ประกาศออกมาจะถือว่าสูง แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่บริษัทบางแห่งอาจเผชิญบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต หากพบการกระทำผิดเพิ่มเติม
ตลาดจึงยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังสูง และนักลงทุนจำนวนมากเลือกชะลอการลงทุนในหุ้นจีนช่วงนี้ จนกว่าจะเห็นทิศทางนโยบายที่ชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญที่ทำให้หุ้น Fintech ทั่วโลกเผชิญแรงขายหนัก และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะต่อไป
ที่มา:และรายงานจาก Reuters
#Fintech #หุ้นจีน #ตลาดหุ้น #ChinaRegulation #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น