FOXX หุ้นร่วงกว่า 14% หลังผลประกอบการไตรมาส 3 ขาดทุนหนัก ต้นทุนพุ่งกดดันรายได้และกำไร

FOXX หุ้นร่วงกว่า 14% หลังผลประกอบการไตรมาส 3 ขาดทุนหนัก ต้นทุนพุ่งกดดันรายได้และกำไร

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:FOXX

FOXX Stock ดิ่งแรงกว่า 14% หลังรายงานผลประกอบการ Q3 ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

หุ้นของ Foxx Development Holdings Inc. (NASDAQ: FOXX) ปรับตัวลดลงมากกว่า 14% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขาดทุนที่รุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ยอดขายที่ชะลอตัว และความต้องการของผู้บริโภคที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง

รายได้ลดลงเกือบ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Foxx Development รายงานรายได้สุทธิ (Net Revenue) อยู่ที่ประมาณ 8.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 11.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการหดตัว 23.9% สะท้อนถึงยอดขายที่ลดลงในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ซึ่งยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท มียอดขายลดลงประมาณ 9.8% เหลือราว 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้จากอุปกรณ์ Wearable และสินค้าอื่น ๆ ลดลงมากถึง 83.7% ส่วนรายได้จากค่าคอมมิชชันบริการแอปพลิเคชันลดลง 53%

ผลขาดทุนสุทธิพุ่งแตะ 36.3 ล้านดอลลาร์

ผลประกอบการในไตรมาสล่าสุดสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนอย่างมาก หลังบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 36.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขาดทุนเพียง 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทมีผลขาดทุนต่อหุ้น (Loss Per Share) อยู่ที่ 5.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น เทียบกับการขาดทุนเพียง 0.58 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในปีก่อน แสดงให้เห็นว่าภาวะทางการเงินของบริษัทเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ต้นทุนชิปและการขึ้นราคาสินค้ากระทบยอดขาย

ฝ่ายบริหารระบุว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายคือการปรับเพิ่มราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับราคาดังกล่าวกลับส่งผลให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อและลดความต้องการสินค้า

นอกจากนั้น บริษัทยังเผชิญกับสภาวะตลาดสมาร์ตโฟนที่ชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และวงจรการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือที่ยาวนานขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันยอดขายในช่วงที่ผ่านมา

กำไรขั้นต้นติดลบจากต้นทุนที่ยังสูง

แม้ว่าต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold) จะลดลงประมาณ 5.7% เหลือ 10.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังคงสูงกว่ารายได้รวม ส่งผลให้บริษัทมี Gross Margin ติดลบ

Foxx เปิดเผยว่าได้เริ่มเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าขนส่งและภาษีนำเข้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนบางส่วนได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นผลกำไรในระยะสั้น

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่งกว่า 7 เท่า

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงคือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses) ที่พุ่งขึ้นจาก 4.2 ล้านดอลลาร์ เป็น 32.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัทรับรู้ค่าใช้จ่ายด้อยค่า (Impairment Charge) มูลค่าประมาณ 25.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่คลังสินค้าที่ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ หลังจากเปลี่ยนรูปแบบการจัดส่งสินค้าเป็นระบบ Dropship มากขึ้น ทำให้พื้นที่คลังสินค้าเหลือใช้จำนวนมาก

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและค่าใช้จ่ายทั่วไป (G&A Expenses) ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มขึ้นกว่า 31%

ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

บริษัทมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 1.6 ล้านดอลลาร์ เป็น 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุหลักมาจากยอดค้างชำระกับซัพพลายเออร์และภาระหนี้สินทางการค้าที่เพิ่มขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างทางการเงินในเวลาเดียวกัน

เดินหน้าปรับกลยุทธ์ กระจายฐานลูกค้าและพัฒนา FOXX OS

แม้ผลประกอบการจะออกมาน่าผิดหวัง แต่ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

บริษัทกำลังขยายฐานลูกค้าและซัพพลายเออร์เพื่อลดการพึ่งพาคู่ค้ารายใหญ่ รวมถึงเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง TikTok Shop

ในด้านเทคโนโลยี Foxx ได้เริ่มพัฒนา FOXX OS ระบบปฏิบัติการมือถือของตนเอง โดยลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเมื่อต้นปี 2026 เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชันเฉพาะทาง และระบบโฆษณาดิจิทัลภายใน Ecosystem ของบริษัท

ยุติธุรกิจ AIoT และมุ่งเน้นธุรกิจหลัก

ในช่วงเก้าเดือนที่ผ่านมา Foxx ได้ตัดสินใจยุติธุรกิจ AIoT (Artificial Intelligence of Things) และจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเดือนธันวาคม 2025

บริษัทระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังธุรกิจหลัก ได้แก่ สมาร์ตโฟน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค และการพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในองค์กร

สถานะเงินสดยังปรับตัวดีขึ้น

แม้ผลขาดทุนจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ประมาณ 3.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 เพิ่มขึ้นจาก 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2025

นอกจากนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 ยังเป็นบวกที่ประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยังคงสามารถบริหารสภาพคล่องได้ในระดับหนึ่ง แม้ผลประกอบการโดยรวมจะยังเผชิญความท้าทาย

นักลงทุนจับตาการฟื้นตัวในระยะต่อไป

การปรับตัวลงของหุ้น FOXX สะท้อนความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต โดยนักลงทุนยังคงจับตาว่ามาตรการลดต้นทุน การขยายช่องทางจำหน่าย และการพัฒนา FOXX OS จะสามารถช่วยพลิกฟื้นธุรกิจได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งการปรับโมเดลธุรกิจ การลดการพึ่งพาคลังสินค้า และการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว หากสามารถดำเนินกลยุทธ์ได้ตามแผนที่วางไว้

ที่มา: รายงานผลประกอบการของ Foxx Development Holdings และการวิเคราะห์จาก Zacks Investment Research

#FOXX #FoxxDevelopment #Nasdaq #หุ้นสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง