Ford Motor พุ่งแรง! หุ้นทะยานกว่า 13% หลังธุรกิจ Ford Energy จุดความหวังใหม่ให้นักลงทุน

Ford Motor พุ่งแรง! หุ้นทะยานกว่า 13% หลังธุรกิจ Ford Energy จุดความหวังใหม่ให้นักลงทุน

โดย ADMIN
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:F

Ford Motor กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดของตลาด หลังนักลงทุนแห่ซื้อจากความหวังธุรกิจพลังงานใหม่

หุ้นของ Ford Motor Company หรือ Ford กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดของตลาดหุ้นสหรัฐในวันที่ 13 พฤษภาคม 2026 หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 13% ระหว่างการซื้อขาย ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่รายนี้กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง

แรงหนุนสำคัญมาจากการเปิดตัวธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ Ford Energy ซึ่งมุ่งเน้นด้านระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ Battery Energy Storage Systems (BESS) สำหรับลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และหน่วยงานสาธารณูปโภคในสหรัฐอเมริกา

Ford Energy คืออะไร และทำไมนักลงทุนถึงตื่นเต้น?

Ford Energy เป็นธุรกิจใหม่ที่ Ford ตั้งขึ้นเพื่อรุกตลาดพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุค AI และ Data Center ขยายตัวทั่วโลก

ระบบดังกล่าวจะใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า EV เพื่อนำมาเก็บพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ก่อนจ่ายไฟกลับเข้าสู่ระบบเมื่อมีความต้องการสูง

นักวิเคราะห์มองว่าแนวทางนี้อาจกลายเป็น “ธุรกิจทองคำ” ตัวใหม่ของ Ford เพราะตลาดระบบกักเก็บพลังงานกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่บริษัทเทคโนโลยีและ AI ต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล

Morgan Stanley ชี้ Ford Energy อาจช่วยพลิกเกมธุรกิจ EV

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้น Ford พุ่งแรง คือบทวิเคราะห์เชิงบวกจาก Morgan Stanley ซึ่งระบุว่า Ford Energy อาจเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่ช่วยให้ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ Ford กลับมาทำกำไรได้ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ Ford มีผลขาดทุนจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Model e สูงถึง 4.8 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2025 ทำให้นักลงทุนจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับทิศทางของบริษัท

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่าธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานจะช่วยสร้างรายได้และกำไรเพิ่มเติม จนสามารถชดเชยผลขาดทุนจากธุรกิจ EV ได้ในระยะยาว

Ford Energy อาจสร้างกำไรระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์

Morgan Stanley ประเมินว่า Ford Energy อาจสร้างกำไรจากการดำเนินงาน หรือ EBIT ได้ราว 500-600 ล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2030 และอาจเริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ปี 2028

นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่า Ford มีโอกาสสูงที่จะได้สัญญาจัดหาระบบกักเก็บพลังงานให้กับลูกค้ารายใหญ่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท Data Center และบริษัทเทคโนโลยีด้าน AI

ความร่วมมือกับ CATL คือแต้มต่อสำคัญของ Ford

อีกหนึ่งจุดที่นักลงทุนให้ความสนใจคือความร่วมมือระหว่าง Ford กับ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลกจากจีน

Ford มีแผนใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP หรือ Lithium Iron Phosphate ของ CATL สำหรับผลิตระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐ ผ่านโรงงานแบตเตอรี่ที่รัฐมิชิแกน

Morgan Stanley มองว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็น “ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์” เพราะช่วยให้ Ford สามารถผลิตระบบ ESS ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเทคโนโลยีและซัพพลายเชน

Ford อาจได้ประโยชน์จากเครดิตภาษี 30%

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ระบบกักเก็บพลังงานของ Ford อาจเข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือ Investment Tax Credit (ITC) สูงถึง 30% จากรัฐบาลสหรัฐ

สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ Ford ในตลาดพลังงานสะอาด และอาจทำให้ลูกค้ารายใหญ่ตัดสินใจเลือกใช้ระบบของบริษัทได้ง่ายขึ้น

Ford กำลังเดินตามรอยความสำเร็จของ Tesla?

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า Ford กำลังพยายามเดินตามแนวทางของ Tesla Energy ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจพลังงานของ Tesla เติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างกำไรได้ดี จนกลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของบริษัทนอกเหนือจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า

Ford จึงถูกมองว่ากำลังใช้โมเดลเดียวกัน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่และการผลิตในสหรัฐมาสร้างธุรกิจใหม่

หุ้น Ford พุ่งแรงกว่าคู่แข่งทั้งหมด

ในการซื้อขายล่าสุด หุ้น Ford พุ่งขึ้นกว่า 13% แตะระดับประมาณ 13.56 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดของดัชนี S&P 500

ขณะที่หุ้นของค่ายรถยนต์รายอื่นปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เช่น

  • General Motors (GM) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.4%
  • Stellantis เพิ่มขึ้นประมาณ 2.7%
  • Tesla เพิ่มขึ้นประมาณ 3.9%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อแผนธุรกิจใหม่ของ Ford มากเป็นพิเศษ

ตลาดระบบกักเก็บพลังงานกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนตื่นเต้น คือแนวโน้มการเติบโตของตลาด Energy Storage ทั่วโลก

ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากต้องมองหาระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

นอกจากนี้ พลังงานหมุนเวียนอย่าง Solar และ Wind ยังมีความไม่แน่นอนในการผลิต ทำให้ระบบ Battery Storage กลายเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพลังงานยุคใหม่

Ford ตั้งเป้าส่งมอบระบบ ESS 20 GWh ต่อปี

Ford ระบุว่าบริษัทมีเป้าหมายส่งมอบระบบกักเก็บพลังงานอย่างน้อย 20 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ต่อปี ภายในปี 2027

หากทำได้ตามเป้า Ford จะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาด ESS ในสหรัฐทันที

นักลงทุนเริ่มมอง Ford ใหม่อีกครั้ง

ที่ผ่านมา Ford ถูกมองว่าเผชิญความท้าทายหนักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งการแข่งขันรุนแรง ต้นทุนสูง และยอดขาย EV ที่ชะลอตัว

แต่การเปิดตัว Ford Energy ทำให้นักลงทุนเริ่มมองว่าบริษัทอาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นบริษัทด้านพลังงานและเทคโนโลยี

แนวคิดดังกล่าวคล้ายกับสิ่งที่ Tesla เคยทำสำเร็จมาแล้ว ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์บริษัทจาก “ผู้ผลิตรถยนต์” ไปสู่ “บริษัทเทคโนโลยีพลังงาน”

ความเสี่ยงที่นักลงทุนยังต้องจับตา

แม้แนวโน้มจะดูสดใส แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตาม

1. ความต้องการระบบ ESS อาจไม่โตตามคาด

หากตลาดระบบกักเก็บพลังงานเติบโตช้ากว่าที่คาด อาจส่งผลต่อรายได้และกำไรของ Ford Energy

2. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาลสหรัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของ Ford

3. การแข่งขันรุนแรงขึ้น

ตลาด Energy Storage กำลังดึงดูดผู้เล่นจำนวนมาก ทั้ง Tesla, Fluence และบริษัทพลังงานรายใหญ่ทั่วโลก

Ford จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถแข่งขันได้ทั้งด้านต้นทุน เทคโนโลยี และคุณภาพของระบบ

สรุปภาพรวม: ทำไมหุ้น Ford ถึงพุ่งแรงในวันนี้

การพุ่งขึ้นของหุ้น Ford ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากยอดขายรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ความหวังใหม่” ที่นักลงทุนมีต่อธุรกิจพลังงานของบริษัท

Ford Energy ถูกมองว่าอาจกลายเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่ช่วยสร้างรายได้มหาศาล และลดแรงกดดันจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังขาดทุน

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ CATL การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และแนวโน้มตลาด ESS ที่เติบโตจากกระแส AI และ Data Center ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

แม้ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ศักยภาพ แต่ในสายตาของตลาดตอนนี้ Ford กำลังถูกมองว่าอาจเป็น “ผู้เล่นพลังงานรายใหม่” ที่น่าจับตาอย่างมากในยุคเศรษฐกิจพลังงานสะอาด

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมจาก Invezz และรายงานนักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ระบุว่าตลาดกำลังเริ่มประเมินมูลค่าธุรกิจ Ford Energy ใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางหุ้น Ford ในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

#SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง