
Ford เร่งเกมยุโรป เปิดแผนรถใหม่ถึงปี 2029 พร้อมจับมือ EDF ลุยธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
Ford เร่งเกมยุโรป เปิดแผนรถใหม่ถึงปี 2029 พร้อมจับมือ EDF ลุยธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
Ford Motor Company เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ทั้งในตลาดยุโรปและธุรกิจพลังงาน โดยบริษัทประกาศแผนขยายไลน์อัปรถรุ่นใหม่ในยุโรป พร้อมลงนามข้อตกลงระยะ 5 ปีกับ EDF power solutions North America เพื่อจัดหา Battery Energy Storage Systems หรือ BESS สูงสุดรวม 20 GWh ตลอดอายุสัญญา
Ford วางแผนบุกยุโรปด้วยรถใหม่หลายรุ่น
ในฝั่งยุโรป Ford เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายกลุ่มภายในปี 2029 ครอบคลุมทั้งรถเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์นั่ง โดยมีทั้งรถกระบะ heavy-duty, รถตู้ไฟฟ้าสำหรับงานฟลีทในเมือง, SUV ขนาดเล็กพลังงานไฟฟ้า, รถครอสโอเวอร์แบบ multi-energy และโมเดลในตระกูล Bronco ซึ่งสะท้อนว่า Ford ยังต้องการรักษาฐานลูกค้าดั้งเดิม พร้อมขยายไปสู่กลุ่ม EV และรถพลังงานทางเลือก
กลยุทธ์นี้ไม่ได้เน้นแค่การขายรถ แต่ยังยกระดับ Ford Pro ให้เป็นมากกว่าธุรกิจรถเชิงพาณิชย์ โดย Ford ต้องการให้ Ford Pro กลายเป็น “productivity partner” สำหรับลูกค้าธุรกิจ ผ่านบริการซอฟต์แวร์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และบริการเพิ่ม uptime ของรถ เพื่อช่วยให้ธุรกิจลดเวลาจอดซ่อมและบริหารฟลีทได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดีล EDF ชี้ Ford ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ค่ายรถ
อีกประเด็นสำคัญคือการขยายเข้าสู่ธุรกิจพลังงานผ่าน Ford Energy ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Ford โดยข้อตกลงกับ EDF เปิดทางให้ EDF สามารถจัดซื้อระบบกักเก็บพลังงานแบบ DC Block ได้สูงสุดปีละ 4 GWh รวมเป็น 20 GWh ในระยะเวลา 5 ปี และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2028
ระบบ BESS มีบทบาทมากขึ้นในยุคที่ไฟฟ้าถูกใช้หนักจาก data centers, AI, อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และพลังงานหมุนเวียน เพราะแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานช่วยสำรองไฟและเสริมความเสถียรของ grid ได้ โดย Ford Energy DC Block เป็นระบบกักเก็บพลังงานแบบ containerized ขนาด 20 ฟุต ใช้เซลล์ LFP และมีระบบจัดการความร้อนแบบ liquid-cooled
ตลาดมองบวก หุ้น Ford ขยับขึ้นหลังประกาศแผน
หลังข่าวดังกล่าว หุ้น Ford ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด โดย Reuters รายงานว่าหุ้นเพิ่มขึ้นราว 3.6% ขณะที่แหล่งข่าวตลาดบางแห่งระบุแรงซื้อที่สูงกว่านั้น สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มให้ความสนใจกับโอกาสใหม่ของ Ford นอกเหนือจากธุรกิจรถยนต์แบบเดิม
ก่อนหน้านี้ Ford เคยได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจพลังงานกักเก็บ โดยตลาดมองว่าการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านแบตเตอรี่ EV มาต่อยอดเป็นระบบกักเก็บพลังงาน อาจช่วยสร้างรายได้ใหม่ในช่วงที่ตลาดรถ EV เติบโตช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาด
ภาพใหญ่ของ Ford คือการกระจายความเสี่ยง
การประกาศครั้งนี้สะท้อนว่า Ford กำลังปรับตัวจากผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิม ไปสู่บริษัทที่มีทั้งรถยนต์ ซอฟต์แวร์ บริการฟลีท และพลังงานเป็นแกนธุรกิจร่วมกัน ในยุโรป Ford ต้องแข่งขันกับแบรนด์จีน ผู้ผลิต EV รายใหม่ และกฎด้าน emissions ที่เข้มขึ้น ส่วนในอเมริกาเหนือ บริษัทกำลังมองหาโอกาสจากความต้องการระบบกักเก็บไฟฟ้าที่เติบโตเร็ว
แม้ Ford ยังยืนยันเป้าหมายระยะยาวด้าน zero-emission future แต่บริษัทก็เตือนว่ากฎ emissions ที่เข้มงวดเกินไปอาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มชะลอการเปลี่ยนรถ และหันไปใช้รถเก่าที่ปล่อยมลพิษมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้กำหนดนโยบายในยุโรปต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
สรุป
ดีลระหว่าง Ford Energy และ EDF ไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจพลังงาน แต่เป็นสัญญาณว่า Ford กำลังขยายบทบาทจาก “ผู้ผลิตรถยนต์” ไปเป็นผู้เล่นในระบบนิเวศพลังงานและ mobility ที่กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน แผนเปิดตัวรถใหม่ในยุโรปถึงปี 2029 ก็แสดงให้เห็นว่า Ford ยังไม่ถอยจากตลาดรถยนต์หลัก แต่เลือกเดินเกมแบบผสมผสาน ทั้ง EV, multi-energy vehicles, software, services และ battery storage เพื่อรับมือการแข่งขันยุคใหม่
#Ford #FordEnergy #EDF #รถยนต์ไฟฟ้า #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น