ดัชนีราคาที่ Fed ใช้เป็นตัวชี้วัดแสดงว่าเงินเฟ้อเดือนธันวาคมเร่งขึ้น

ดัชนีราคาที่ Fed ใช้เป็นตัวชี้วัดแสดงว่าเงินเฟ้อเดือนธันวาคมเร่งขึ้น

โดย ADMIN

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนธันวาคมเร่งตัวสูงกว่าคาดโดยดัชนีราคาที่ Fed ใช้เป็นหลัก

รายงานล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่าดัชนีราคาสินค้าและบริการที่ใช้เป็นตัวชี้วัด “preferred inflation gauge” ซึ่งก็คือ Personal Consumption Expenditures price index (ดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคล) มีการเร่งตัวขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยปรับขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน ซึ่งมากกว่าการเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้า

ตัวเลขเงินเฟ้อรายปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อดูอัตราเงินเฟ้อแบบรายปี ดัชนี PCE เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% จากปีที่แล้ว สูงขึ้นจาก 2.8% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี และยังอยู่เหนือเป้าหมายเงินเฟ้อของ Federal Reserve (เฟด) ที่ตั้งไว้ที่ประมาณ 2% ต่อปี

เงินเฟ้อแบบ “Core PCE” — ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าอาหารและพลังงานที่ผันผวน — ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นเป็น 3.0% ต่อปี จาก 2.8% ก่อนหน้า แสดงถึงแรงกดดันของราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในหมวดบริการและสินค้าบางประเภท

เหตุผลที่ Fed ให้ความสำคัญกับดัชนี PCE

ดัชนี PCE เป็นตัวชี้วัดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ใช้ติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อเนื่องจากครอบคลุมการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งหมดและมีการปรับน้ำหนักหมวดหมู่ราคาต่างๆ ตามพฤติกรรมการใช้เงินจริงของผู้บริโภค มากกว่าดัชนีดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: Consumer Price Index) ซึ่งมีบางหมวดที่น้ำหนักมากกว่า เช่น ค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่กระทบต่อ CPI มากกว่า PCE

ในบางช่วงเวลา PCE มักจะแสดงอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่า CPI แต่ในข้อมูลล่าสุดนี้ แรงกดดันของราคาสินค้าและบริการได้ทำให้ PCE สูงกว่าหรือใกล้เคียงกับ CPI ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการลดเงินเฟ้อยังไม่สิ้นสุด

ผลต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ย

ผลรายงานเงินเฟ้อที่เร่งตัวนี้เพิ่มแรงกดดันให้ Fed ต้องระมัดระวังในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งล่าสุด Fed ยังตัดสินใจ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ประมาณ 3.6% เนื่องจากต้องการเห็นหลักฐานชัดเจนว่ามาตรการควบคุมเงินเฟ้อได้ผลก่อนจะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

บันทึกการประชุมจากการประชุม Fed เดือนมกราคมเผยว่าเจ้าหน้าที่หลายคนอยากเห็นเงินเฟ้อลดลงใกล้เป้าหมาย 2% มากขึ้นก่อนจะพิจารณาการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเงินเฟ้อเดือนธันวาคมที่ยังคงอยู่สูงกว่าที่ตั้งไว้

การใช้จ่ายและรายได้ของผู้บริโภค

นอกเหนือจากตัวเลขเงินเฟ้อแล้ว รายงานยังแสดงว่ารายได้ของครัวเรือนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคม ขณะที่การใช้จ่ายผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.4% บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนทั่วไป

แม้อัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะลดลงจากระดับสูงสุดของปี 2022 ที่เกือบ 7% แต่การเร่งตัวขึ้นของราคาที่วัดโดยดัชนี PCE ยังคงทำให้ค่าใช้จ่ายครัวเรือนสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความพึงพอใจของประชาชนต่อเศรษฐกิจ แม้ว่าอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำและการเติบโตทางเศรษฐกิจยังดูแข็งแรง

สรุป

ดัชนีราคาที่ Fed ใช้เป็นตัวชี้วัดหลักในการติดตามเงินเฟ้อยังคงแสดงแนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงเกินเป้าหมาย โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเร่งขึ้นทั้งแบบรายเดือนและรายปี ส่งผลให้ Fed มีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ขณะที่ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายต่อเนื่องแม้ราคาจะสูงขึ้น

#เงินเฟ้อ #Fed #PCE #เศรษฐกิจสหรัฐ #SlimScan #GrowthStocks #CANSLIM #ข่าวหุ้น

แชร์เรื่อง